 |
เห็นด้วยกับทุกท่านล่ะครับ ว่าสภาพต่างๆมันแย่จริงๆ แต่คำถามว่าทำไมจองตั๋วล่วงหน้าเต็มแล้วยังขาดทุน อันนี้ต้องกลับไปมองตั้งแต่ต้นแล้วล่ะครับว่า ขบวนรถที่ทำเงินจริงๆ มันมีกี่ขบวน แล้วไอ้ขบวนรถที่ผลาญเงิน มันมีกี่ขบวน
ปัจจุบันนี้ รถที่ทำงานได้ดีที่สุดของการรถไฟ คือ รถนอนชั้น 2 ปรับอากาศ ในบัญชีรถโดยสารมีอยู่ประมาณ 200 คัน ใช้วิ่งจริงๆประมาณ 160-170 คัน
รถนอนชั้น 1 ปรับอากาศ มีในบัญชี 20 คัน ใช้วิ่งจริงๆ 17-18 คัน รถดีเซลรางปรับอากาศ ก็ไอ้สปริ็นเตอร์ที่เป็นประเด็นในกระทู้นี้แหละครับ มีอยู่ประมาณ 60 คัน ใช้วิ่งจริงๆอยู่ประมาณ 30-40 คัน
ส่วนที่เหลือ เป็นรถที่ไม่ทำเงิน อย่างชั้นสามพัดลม และชั้นสองพัดลม ดีเซลรางชั้น 3...มีอยู่ราวๆ 700 คัน
ต่อให้เอารถทุกชนิดมาวิ่งให้เต็มที่ให้ตายก็ไม่ช่วยให้กำไรหรอกครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆด่วนนครพิงค์ (เชียงใหม่) ค่าโดยสารทั้งขบวน (ประมาณการ) 800x400 ที่นั่ง + 1500x 24 ที่นั่ง =356,000 ต่อเที่ยว หักค่าพนักงาน ค่าน้ำมัน อื่นๆ ตีง่ายๆ ประมาณ 200,000 (ซึ่งอาจจะเกินเพราะรถปรับอากาศ ใช้น้ำมันทุกคันไม่ใช่เฉพาะหัวรถจักร) เหลือ 156,000 ต่อเที่ยว แต่ต้องเอามาอุ้มขบวนรถเร็ว 1 ขบวน ที่มีค่าใช้จ่าย 150,000 ต่อเที่ยว แต่เก็บค่าโดยสารได้ไม่กี่หมื่น...มันจะเหลือซักเท่าไหร่ล่ะครับ
มามองภาพใหญ่ รถทำเงินของการรถไฟมีไม่กี่ขบวน...แต่รถเพื่อสังคมมีมากกว่า 2 เท่า ฉะนั้นจะเอาขบวนไหนมาถัวเฉลี่ยล่ะครับ
จากคุณ |
:
donatt76
|
เขียนเมื่อ |
:
1 เม.ย. 54 12:05:33
|
|
|
|
 |