Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
เลนส์เก่าเราลืม #37 Wollensak cine Vilostigmat 25mm F1.5 เลนส์ก้าวแรกสู่ทางเดิน C-mount มาตราฐาน ติดต่อทีมงาน

ความจริงแล้วผมต้องเอาเลนส์รัสเซียที่ดีมากระดับ A+ ตัวหนึ่งมารีวิวในคราวนี้ แต่หลังจากเจอหลายๆคนที่ซื้อ Wollensak ในสภาพที่โดนหลอกเชือดคอตายคาที่มาแล้วหลายๆคนผมเลยเปลี่ยนใจเอาตัว Vilostigmat 25mm F1.5 มาลงตัดหน้าก่อนเพื่อให้รู้ทันเลนส์ค่ายนี้

Wollensak Optical Company ก่อตั้งมาร้อยกว่าปีแล้วตั้งแต่ 1899 ที่ Rochester, NY. โดยเริ่มจากสร้างเลนส์และชัตเตอร์สำหรับใช้กับกล้องบ็อกซ์ LF ไอ้โม่งโบราณออกขายแบบผลิตเองในบ้านเป็นธุรกิจเล็กๆไม่ต่างอะไรกับต้นกำเนิดของ Kodak และ Bausch & Lomb จะบอกว่ามันเกิดในโรงรถไม่ต่างกับ Apple computer ที่กลายเป็นธุรกิจหมื่นล้านในตอนนี้ก็ว่าได้ เลนส์กล้องภาพนิ่งของ Wollensak รุ่น Velostigmat เมื่อเกือบร้อยปีก่อนขายดีมากโดยเฉพาะเลนส์ soft focus ที่ถ่าย Portrait ได้สวยสุดเทพจนถึงขนาดที่เป็นเลนส์ผูกขาดกล้อง LF ไอ้โม่งไปทั้งอเมริกา ต่อมาก็ผลิตเลนส์ถ่ายภาพยนต์ออกมาพร้อมกับเลนส์ภาพนิ่งออกขายด้วยถือว่าเป็นเลนส์ที่ดีมากเลือดอเมริกันแท้ หนังสงครามอเมริกันทุกม้วนถ่ายจากเลนส์  Wollensak Cine-Velostigmat หนังเงียบยุตชาลีแช็ปลินก็มาจากเลนส์ตัวนี้ แม้แต่ระเบิดปรมาณูลูกแรกที่เนวาด้าก็ได้รับการบันทึกจากเลนส์ Wollensak Cine-Velostigmat การล่มสลายของฮิโรชิม่าและนางาซากิก็ถูกบันทึกผ่านเลนส์ตัวนี้ วินาทีสุดท้ายของชีวิต JFK ก็บันทึกผ่านเลนส์ Wollensak Cine-Velostigmat D-mount 8mm

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองต่อเนื่องมาจนถึงยุค 50's เลนส์ Wollensak cine ได้ออกมาสู่ตลาดระดับล่างของนักถ่ายภาพยนต์มือสมัครเล่นจากการที่ Bolex ได้เอาเลนส์ wallensak ขายคู่กับ Kern เป็นทางเลือกเลนส์ราคาถูกกว่าสำหรับคนไม่มีเงินพอจะซื้อเลนส์ Kern เล่นทำให้เลนส์ตัวนี้ออกมาจำนวนไม่น้อยในตลาด ทุกวันนี้เลนส์ยุคนี้ยังเหลือมากพอสมควรหาสภาพดีๆได้ไม่ยากนัก

Wollensak cine ออกเลนส์มาหลายระยะหลายราคา ตั้งแต่เลนส์ง่ายๆแบบไม่ต้องโฟกัส ชัดตั้งแต่เมตรเดียวยันดวงจันทร์ จนถึงเลนส์ราคามิตรภาพ F3.5-2.7 สำหรับคนเบี้ยน้อยหอยน้อยหรือหอยใหญ่ก็เล่นได้ในราคาสบายกระเป๋า มีทั้งรุ่น Cine Velostigmat และ Cine Raptar ให้เลือกเล่นตามกำลังเงิน มันคือเลนส์อเมริกันที่กวาดลูกค้าทุกระดับ ดังนั้นการเลือกเลนส์และรู้ทันราคาเป็นสิ่งที่คนที่จะเริ่มเล่นต้องศึกษาไม่ใช่ตกเป็นเหยื่อเจอเลนส์รุ่นล่างแล้วโดนหลอกขายในราคารุ่นบนหลังคาเหมือนที่โดนกันมาในตลาดเลนส์บ้านเรา แม้แต่เอาเลนส์ OEM ผลิตที่ไหนก็ไม่รู้ที่ยังใช้ชื่อ Wollensak หลังขายบริษัทแล้วมาหลอกขายในราคาแพงเหมือนเลนส์แท้ก็ยังมี

Wollensak Cine-Velostigmat ผลิตออกมามีตั้งแต่อายุเป็นร้อยปี ตั้งแต่ยังมีภาพยนต์เงียบหนังใบ้สมัยก่อนของอุตสาหกรรมภาพยนต์อเมริกันยุคก่อนฮอลีวูตก็ใช้เลนส์ตัวนี้สร้างหนังมาให้เราดูกัน ต่อมาในช่วงสงครามเลิกปี 1946 Wollensak ได้ออกเลนส์มาอีกชุดในนามของ Cine Raptar โดยออกมาตีกลองขายว่าเลนส์ดีคือ Velostigmat แต่เลนส์เหนือกว่าคำว่าเลนส์ดีต้อง Raptar แต่พูดก็พูดเถอะ บางรุ่นของ Velostigmat ดีกว่า Raptar ก็เยอะแยะไป คนเคยเล่นเลนส์มาชั่วโมงบินสูงพอจะรู้ดีว่าโฆษณามีไว้หลอกเอาเงินจากกระเป๋า

ตำนานเลนส์อายุร้อยกว่าปีนั้นได้จบเลือดแท้ของ Wollensak ลงในช่วงปี 50's ที่ได้ขายกิจการให้กับ  Revere Camera Co. ต่อมาก็ถูกซื้อไปรวมกับ 3M ในต้นยุค 60's ดังนั้นเลนส์ที่เล่นได้มีวิญญานของ Wollensak จริงๆคือเลนส์ก่อนยุค 50's หลังจากนั้นมันคือเลนส์ที่เหลือแต่ชื่อเสียส่วนใหญ่จนกระทั่งปิดโรงงานลงอย่างถาวรในปี 1972

เลนส์ตัวที่ผมจะเอามารีวิวในครั้งนี้มันคือเลนส์ที่ถือว่าเป็นตำนานของ Wollensak Cine-Velostigmat คือมันเป็นเลนส์ Cine รุ่นแรกๆที่ผลิตขึ้นมาได้ไม่กี่พันตัวในโลกก่อนสงครามโลกแน่นอน ตอนที่เลนส์ตัวนี้เกิดฮิตเลอร์ยังไม่ได้เป็นฟูเร่อร์เลยมั้ง  SN ของเลนส์ตัวนี้หลักพันเท่านั้น ตรายี่ห้อยังใช้แบบเก่าเดิมๆไม่มีวงกลมครอบ W ที่เริ่มใช้เมื่อเจ็ดสิบปีก่อนหรือปี 1946 เลนส์ตัวนี้มันเกิดก่อนก่อนช่วงปี 1946 ที่ Bolex เอาไปขายคู่กับ Kern ให้คนเบี้ยน้อยไม่มีปัญญาซื้อ Kern เล่นได้มีทางเลือกไปนานหลายปี เพราะของชุดนั้นเปลี่ยนโลโก้ใหม่ไปแล้วและ sn มันวิ่งไปหลักหลายแสน แต่ตัวนี้ยังใช้โลโก้โบราณดั่งเดิมอยู่ สภาพของมันเหมือนผ่านไทม์แม็ชชีนมากับเลนส์อายุเกือบแปดสิบปี(หรือกว่านั้นไม่แน่ใจ) ชิ้นแก้วฝนด้วยมือทุกชิ้นและไร้การโค๊ทหน้าเลนส์โดยสิ้นเชิงได้อารมณ์ภาพไม่ต่างกับเลนส์กล้องหนังใบ้ 16mm ชาลีแช็ปลิน

กล้องที่ใช้รีวิวยังเป็น GH1 ตัวโปรดถนอมสายตาอยู่ OM-D โดนเตะทิ้งออกนอกบ้านไปแล้วเพราะมันเป็นกล้องที่ไม่เหมาะที่จะทดสอบเลนส์เลยแม้แต่น้อยเนื่องจากมันให้ภาพ "แรงเงา" สไตล์เมียหลวงไปหน่อย ภาพชุดนี้ที่ได้มาไม่มีการแต่งเติม ย่อแล้ว USM ถือว่าจบ

แก้ไขเมื่อ 09 พ.ย. 55 22:15:23

 
 

จากคุณ : คนธนฯ
เขียนเมื่อ : 7 พ.ย. 55 21:41:10




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com