6. กรอกลูกตาไปมา การกรอกลูกตาไปมาโดยไม่ขยับศีรษะจะช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อของดวงตาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยกรอกไปตามทิศต่างๆ ทิศละ 3-5 ครั้ง โดยเริ่มจากล่างขึ้นบน ซ้ายไปขวา แค่นี้ก็รู้สึกสบายตาขึ้นแล้ว
7. พักสายตาบ้าง หากใช้สายตานาน คอมพิวเตอร์ช่วยย่อโลกใบนี้ให้เล็กลง แต่การอยู่หน้าจอคอมนานๆ ก็มีสิทธิ์ทำให้เกิดอาการดวงตาประสาทล้าได้เหมือนกัน บางคนนั่งหน้าจอแค่ 10 นาทีก็รู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอาเจียน นั่นเป็นเพราะสะสมการใช้ประสาทตาบนหน้าจอคอมมาเป็นเวลานาน ดังนั้นหากเรานั่งอยู่หน้าจอเป็นเวลานานๆ ก็ควรลุกขึ้นเดินเพื่อพักผ่อนสายตาบ้างก็ได้
8. ใช้สายตาในที่มีแสงพอเพียง เด็กๆ หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินคุณพ่อคุณแม่บอกอยู่ตลอดเวลาว่า อย่าอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ในที่มืดๆ เดี๋ยวจะทำให้สายตาเสีย คำพูดนี้เป็นจริงนะ เพราะการที่บริเวณรอบข้างมีแสงน้อยจะทำให้เราต้องเพ่งมากกว่าปกติ และนั่นทำให้เกิดอาการสายตาผิดปกติได้ เช่น สายตาสั้น สายตาเอียง รวมไปถึงทำให้เกิดอาการปวดตาได้ง่ายกว่าคนปกติ
9. นวดคลึงเบาๆ ใต้ดวงตา วิธีนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ดวงตาผ่อนคลายลงได้ ง่ายๆ ก็คือ ให้คุณหลับตาให้แน่นที่สุดเท่าที่จะแน่นได้ แล้วค้างไว้ประมาณ 1 วินาที จากนั้นก็คลายออก แล้วใช้ปลายนิ้วก้อยกดนวดคลึงเบาๆ ตรงบริเวณใต้ดวงตา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยยับย่นรอบดวงตา เหตุผลที่ใช้นิ้วก้อยนั้นเพราะเป็นนิ้วที่มีแรงกดเบาที่สุดเพื่อจะได้ไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา รวมทั้งการกดก็ไม่ควรกดบริเวณดวงตาหรือรอบๆ อย่างเด็ดขาด วิธีนี้ทำได้วันละ 3-5 ครั้ง ตามแต่โอกาสสะดวก
10. กินวิตามิน อาหารเสริม หลายๆ คนคงเคยถูกสอนมาว่าให้กินผักบุ้งเยอะๆ จะได้ตาสวยๆ หรือให้กินตับเยอะๆ จะได้ไม่สายตาสั้น เหตุผลพวกนี้ถูกหมดครับ เพราะในผักบุ้งมีวิตามินเอที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา เช่นเดียวกันกับในตับก็มีวิตามินเอมากเช่นกัน นอกจากนั้นแล้วยังมี ไบโอฟลาโวนอยด์ ที่มีอยู่ในบลูเบอร์รี่ บิลเบอร์รี่ องุ่นแดง ส้ม และเครนเบอร์รี่ โดยในไบโอฟลาโวนอยด์จะมีสารอีกตัวที่เรียกว่า แอนโธไซยานิดิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันเลนส์ตา และสร้างความแข็งแรงให้กับสารคอลลาเจนซึ่งจะช่วยทำให้เส้นเลือดฝอยในตาแข็งแรงอีกด้วย |