Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    วิจารณ์แหลก!! ภาคองค์ประกันหงสา (สะปอยละเอียดยิบ)

    ศุภมัสดุ พุทธกาลล่วงแล้วได้ 2550 พรรษา บัดนี้ตำนานแห่งองค์สมเด็จ พระนเรศวรเปนเจ้าจากที่เคยอ่านเป็นหนังสืออ่านนอกเวลา แลเปนยาขมของนักเรียนที่แสนจะเบื่อหน่ายประวัติศาสตร์ ก็กลายภาคมาเปนมหรสพภาพยนต์เคลื่อนไหว จะแจ้ง    
    องค์พระนเรศที่เคยเห็นแต่ประทับอยู่ ณ ดอนเจดีย์ แลทุ่งมะขามหย่อง บัดนี้ก็เสด็จมาอยู่ใกล้ชิดไพร่ฟ้า ประชาชี ตามแก้วน้ำ แล กระป๋อง ข้าวโพดคั่ว ตลอดจนปกแมกกาซีน ให้หาซื้อมาบูชาเป็นสิริมงคล  ก็ด้วยฝีพระหัตถ์ (มิใช่ฝีที่ขึ้นบนพระหัตถ์หากแต่เปนความปรีชา)  ของท่านผู้กำกับที่ฝากฝีพระหัตถ์(ซึ่งก็มิใช่พวกฝีหัวช้างหรือฝีมะม่วงอันใดเช่นกัน) ไว้ในผลงานภาพยนต์แห่งสยามประเทศเรื่องก่อน คือ"สุริโยทัย"

    ข้าพเจ้าเองเปนแฟนภาพยนต์สุริโยทัยแลติดอกติดใจกับฝีพระทัตถ์ของท่านมุ้ยเปนยิ่ง  ครั้นทราบความว่า ทรงกำกับภาพยนต์เรื่อง ตำนานสมเด็จพระนเรศวร  ยืดยาวเปนถึงสามภาค ให้เต็มอิ่ม ก็ยินดีนัก วันนี้จึ่งได้ฤกษ์อันพระโหราให้ไว้  ว่ามิได้เปนวันกาลี โลกาวินาศ อุบาทว์ ทุรยศแลไปดูชมจักมิได้พบพวกผีประจำโรงให้เคืองขัดเหมือนท่านทั้งปวงที่
    เจอมา  ว่าแล้วจึงรัดเครื่องตามอย่างประเพณีไปยังโรงมหรสพ เอสเอฟ เซนทรั่นเวินเพลาบ่าย  ชะรอยวันนี้จะเปนวันธงไชย ทั้งโรงมีคนจำนวนน้อยข้าพเจ้าจึงได้เสพชม แลนำมาเล่าวิจารณ์ สำราญปากตามประสาคนรักท่านมุ้ยเหมือนกัน ดังนี้

    ภาพยนต์เปิดตัวด้วยคำพากย์บรรยาย เสียงหวาน ไม่ใคร่คุ้น แลเสียงนี้ก็สอดแทรกบรรยายอยู่ทั้งเรื่อง หากได้ยินแต่เสียง ข้าพเจ้าจึงได้จินตนาการไปว่า หล่อนคงเป็นสาวสมัยใหม่นุ่งสะเกิ๊ต ทาปากแดงแจ๋ แลดูเปนสาวผู้ประกาศตามห้างมาบุญครองนั่นมากกว่า ใจก็ประหวัดไปว่าเหตุไฉนท่านมุ้ยจึงไม่เรียกหา แม่สุชาดี มณีวงศ์ แห่ง
    รายการกระจกหกด้าน  หรือจะฝ่ายชาย จะเอาท่านอำรุง แห่งรายการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง แลสารคดีเทิดพระเกียรติ ก็น่าจะฟังดูขลังกว่าเปนกองสองกอง แต่เอาเถิด ข้อนี้ข้าพเจ้า ก็ไม่ว่ากระไรภาคหน้าแม่เสียงหวานของเราอาจจะแก่ชราไปตาม
    ท้องเรื่อง

    จับความตามท้องเรื่อง ตอนพระเจ้ามณเฑียรทองแห่งหงษาเกตุมวดี เสด็จมาตีเอาเมืองสองแคว ข้าพเจ้าจำได้ว่าสมัยสุริโยทัย ก็มาเสด็จมารบ ตอนนั้นยังเปนอุปราชก้องสหรัถ บัดนี้ครองราชย์แล้วท่าจะว่าราชการหนักจึงทรงแก่เฮือก เปนพระเจ้าสมภพแทนขณะที่ทางฝ่ายพิษณุโลกยังเปนพระธรรมราชาฉัตรชัยเหมือนเดิมหน้าไม่ใคร่เปลี่ยน สงสัยจะทรงพระเกษมสำราญดี ผิดกับมเหสีน้องกบ พิมลรัตน์ ภาคก่อนบัดนี้เปนพระนางปวีนา ซึ่งก็หง่อมไปได้เยอะเหมือนกัน ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่าคงจะเปนเพราะดีเอนเอ ของวงศ์นี้เปนแน่แท้ เพราะข้างฝ่ายพระเจ้าศรันยู ก็ทรงพระเฮือก เส้นพระเจ้า หงอกเต็มพระเศียร  พระราชโอรสสันติสุข แลพระธิดาน้ำผึ้ง ก็มิแพ้กัน ท่าจะไม่ใคร่เกษมสำราญดี  

    พระเจ้าสมภพหนวดงาม มีชัยแก่สองแควจึงอยากได้พระองค์ดำ ซึ่งทรงพระเจริญ(แปลว่าอ้วนแลตุ้ยเปนอัตรา)ไปเลี้ยงดูหรือพูดภาษาเราๆว่าไปเปนประกัน แต่องค์ดำนั้นก็หาได้เกรงกลัวไม่    ทรงรัดเครื่อง อย่างกุมารทองคือไม่ใส่เสื้อ นุ่งแต่โจงไว้จุกน่าเอ็นดู แลมีกระพรวนผูกที่ข้อพระบาททั้งสอง ดังกรุ๋งกริ๋งทั้งเรื่อง   ได้ฟังดังนั้นก็สีพระพักตร์เรียบเฉยยิ่งนัก ส่วนพระนางปวีนานั้นคงกลัวพระโอรสจะตกทุกข์ได้ยาก ผอมโซก็เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายแลข้าพเจ้าสงสัยว่าจะประชวรพระโรคประสาทเสียแต่ตอนนั้น เพราะตอนหลังมาเมื่อตอนทราบข่าวจากนกพิราบ SMS ที่พระน้องน้ำผึ้งส่งมา (คนละตัวกับที่ประทานให้แม่ค้าขายผ้า ซึ่งบัดนี้ ได้กลายเปนผัดเผ็ดนกตำหรับพม่ารามัญโทษฐานที่พระนางปวีนางกไม่ยอมซื้อผ้าฉะนี้) ก็ทรงวิ่งฝ่าฝนกระเซอะกระเซิงไปทูลฟ้องสวามีที่ทรงบรรทมมีนางในไม่ใส่ยกทรงพัดวีอยู่  ด้วยพระพักตร์ดำคล้ำ ราวกับโดนคุณไสยและเปียกปอนหัวยุ่ง อยู่เปนอัตรา นางในโนบราทั้งหลายเห็นเข้าก็ตกใจกรี้ดกร้าดหนีไป
    ทิ้งพระเจ้าฉัตรชัยตกพระทัยองค์เดียวมืดๆแค่นั้นพระนางปวีนายังไม่พอ
    พระอาการมากำเริบหนักเอาช่วงเสด็จออกขุนนาง ก็ด้วยทราบข่าวจากนกพิราบ SMS อีกแหล่ะว่าพระเจ้าสันติสุข เสด็จสวรรคตแล้ว ก็ทรงกรีดร้อง กรรแสง ตรัสเลอะเลือนลืมลำดับญาติ ว่าเป็นพี่ฤาน้องกันแน่   ต่อหน้าขุนนางพม่ารามัญเปนที่เปิ่นเทิ่น ให้ชาวพันทิบตั้งกระทู้สงสัยอยู่ฉะนี้ ข้างฝ่ายพระเจ้าฉัตรชัยคงระอา แลอับอายขายพระพักตร์พอสมควรที่มีมเหสีวิปลาสเยี่ยงนี้  

    ฝ่ายพระเจ้าสมภพก็เสด็จมาเมืองอโยธยา ชะรอยพระองค์จะสืบเชื้อสายมาจากพราหมณ์เมืองกะลิงคราช จึงได้ทูลขอช้างเผือก เช่นพราหมณ์ขอช้างปัจจัยนาเคนทร์ฉะนี้  ข้าพเจ้าชอบฉากนี้เพราะมีการเจรจาต้าอ่วยด้วยถ้อยคำสำนวนน่าฟังยิ่ง ด้วยเปนภาษาพูดส่วนใหญ่  มิใช่ภาษาเขียนทำนองพงศาวดาร เฉกครั้งสมัยสุริโยทัยไม่ แต่ลางคำก็ยังติดอยู่ ซึ่งข้าพเจ้าก็เข้าใจด้วยเรื่องนี้ก็จัดอยู่ในสกุลช่างสุริโยทัยฉะนี้

    ครั้นได้ช้างก็พาองค์ดำเสด็จกลับหงสาวดี ซึ่งแลดูคล้ายคลึงเมืองอริโซน่า  เขตร้อนในสหปาลีรัฐอาเมลิกายิ่งนัก ด้วยแดดจ้าทั้งวัน สีออกส้มๆแดดๆร้อนๆ หญ้าที่ปลูกไว้ก็หงอยเฉา เสียเปนส่วนใหญ่  ต้นไม้แกรนๆ ราวบอนไซ หรือยกมาปลูกสดๆ เยี่ยงงานพืชสวนโลก  ผิว์เห็นเศษฟางปลิว ดังฟิ้วววว..... มาตามลม ข้าพเจ้าคงคิดว่าฉากต่อไปต้องมีคาวบอยออกมารบกันเปนแน่   แต่เอาเถิดงวดนี้ข้าพเจ้าให้อภัย ด้วยแลดูงดงามสมจริงสมจังมีสิงห์คู่ ค่ายคูประตูหอดีงาม ผิดกับสมัยสุริโยทัย ที่ท่านคงไปว่าจ้างช่างจากค่ายสามเศียรโปรดักชั่น ผู้ชำนาญการสร้างปราสาทราชวังในละคอนจักรๆวงศ์ๆช่องเจ็ดสี มีเรื่อง โม่งป่า เกราะเพชรเจ็ดสีเปนอาทิ  จึงยังดูสมจริงสู้ภาคนี้มิได้ กระนั้นสกุลช่างสามเศียรฯ นี้ ยังได้ฝากผลงานไว้บ้าง ด้วยการสร้างพระเจดีย์ชะเวดากอง แลคงช่วยประหยัด อัฐฬสไปได้มากโข

    ขณะดูกะลังเพลิดเพลินจำเริญใจ ชะรอยโรงมหรสพเกรงผู้ชม จักปวดกลั้นปัสสาวะมิได้จึ่งแสร้งทำหนังขาดแลเปิดไฟส่องทาง บรรเลงมโหรีฝรั่งครอ เปิดโอกาสให้ผู้ชมทั้งหลายลุกไปสำราญ.... เยี่ยงนี้ก็เอาเถิดจะลองเล่าให้ฟังสู่ท่านเท่านี้เสียก่อน  หากประสงค์จักให้ข้าพเจ้าเล่าสู่ท่านฟังต่อจุ่งแจ้ง  ด้วยข้าพเจ้าก็เกรงว่าวิจารณ์มากไปจักเปนโอษฐ์ภัย ดังมีตัวอย่างในกระทู้เบื้องล่างนี้แล้ว  

    แต่ข้าพเจ้านี้ขอให้สัตย์สาบานต่อเทพยุดาฟ้าดินเปนพยานจงช่วยดู  ข้าพเจ้านี้ชอบพอภาพยนต์เรื่องนี้นัก ที่วิจารณ์เล่าสู่ท่านก็ด้วย ความรักแลความหลงในงานของท่านมุ้ยเปนที่ตั้ง หาได้มีเจตนา เกรียนไม่ กรุณางดโทษานุโทษเกรียนแด่ข้าพเจ้าด้วยเถิด

    จากคุณ : cybrarian - [ 22 ม.ค. 50 22:41:40 ]