CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    +++ ดูแล้วมาคุยกัน ... Pan’s Labyrinth , คือจินตนาการแสนสวยงาม หรือ คือความจริงที่เจ็บปวดและขมขื่น+++

      ชอบมาก ห้ามพลาด (30 คน)
      ชอบ (7 คน)
      เฉยๆ (4 คน)
      ไม่ชอบ (1 คน)
      ไม่ชอบมาก เสียดายตังค์ (1 คน)

    จำนวนผู้ร่วมโหวตทั้งหมด 43 คน

     69.77%
     16.28%
     9.30%
     2.33%
     2.33%


    ...ก่อนอ่านบทความนี้ขอฝากกระทู้นี้ไว้ เผื่อเจอใครที่เกี่ยวข้องจะได้ช่วยๆกันครับ

    exclaim**** อย่าทำร้ายเด็ก ด้วยการพาไปดูหนังที่ไม่เหมาะกับเด็กเลยครับ (เมื่อผู้ใหญ่อุ้มเด็ก5ขวบ เข้ามาดู Hannibal rising) ****
    http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A5328389/A5328389.html



    ...เลือกอ่านบทความ Pan’s Labyrinth พร้อมรูป และ อ่านความเห็นอื่นๆ + เชิญชวนมาแสดงความเห็นเพิ่มเติมที่ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=04-2007&date=16&group=1&gblog=235



    กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ...

    ในยุคสมัยสงครามกลางเมืองของสเปน เด็กหญิงโอฟีเลีย ผู้กำพร้าพ่อตั้งแต่ยังเยาว์ ต้องเดินทางขึ้นไปบนหุบเขา เพราะท่านผู้กองวีดัล ต้องการให้แม่ของเธอ ที่กำลังตั้งท้องกับท่านผู้กอง ไปคลอดลูกบนนั้น ท่านผู้กองผู้เหี้ยมโหดหมายมั่นปั้นมือว่าตัวเองจะได้ลูกชายมาสืบสกุล ท่ามกลางบรรยากาศสงครามต่อเนื่องของทหารกลุ่มฟาสซิสต์และประชาชน

    ระหว่างการเดินทาง โอฟีเลีย พบ แมลงปีกแข็งลักษณะประหลาด ตามมาถึงที่พักแล้วชี้ชวนให้เธอเดินทางเข้าสู่ดินแดนเขาวงกต ณ.ที่นั้น เธอได้พบ ฟอน สัตว์ในเทพนิยายครึ่งแพะครึ่งคน พร้อมกับเหล่านางฟ้าตัวน้อยๆ

    ฟอน บอกเธอว่า เธอคือ องค์หญิง โมนน่า แห่งอาณาจักรแห่งนี้ และ เธอจะมีโอกาสได้กลับไปอยู่ในดินแดนของตัวเอง เพียงแค่เธอต้องผ่านการทดสอบเสียก่อน

    โอฟีเลียจะได้กลับไปเป็นเจ้าหญิงหรือไม่ , แม่ของเธอจะคลอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้ชายอย่างที่ท่านนายพลคาดหวังหรือเปล่า ชะตากรรมของพวกเขาจะเป็นเช่นไร

    นิทานเรื่องนี้ คือ หนังที่มีชื่อว่า Pan’s Labyrinth

    ....เรื่องราวของ โลกสองใบ (โลกของผู้ใหญ่ และ โลกของโอฟีเลีย) ที่หมุนไปพร้อมๆกัน ในวันเวลาที่แสนจะโหดร้ายของการเข่นฆ่าของผู้คน



    exclaimSpoiler area : ข้อความถัดจากนี้ บอกเล่าจุดสำคัญและจุดหักมุมและตอนจบ (รวมถึงหนังเรื่อง Life is beautiful) พร้อม วิเคราะห์เรื่องราวในหนัง หากยังไม่อยากรู้ เลื่อนไปอ่านเฉพาะตรง 'สิ่งที่ชอบ' กับ 'สิ่งที่ไม่ชอบ' ด้านล่างเลยครับ







    ...บ้างก็ว่า โลกของโอฟีเลีย มีอยู่จริง มี เหล่าสัตว์ในเทพนิยายจริงๆ เพียงแต่ พวกผู้ใหญ่ในเรื่องไม่เห็นมัน

    ...แต่บ้างก็ว่า โลกของโอฟีเลีย เป็นเพียงจินตนาการที่เธอสร้างมันขึ้นมา

    ความสำคัญของหนังเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่า ฟอนและเขาวงกต มีอยู่จริงหรือไม่

    เพราะไม่ว่าจะมีอยู่จริงหรือเป็นเพียงแค่ความฝัน

    สุดท้ายแล้ว โอฟีเลีย ก็ไม่อาจหลีกหนีความจริงที่เป็นโลกของผู้ใหญ่นี้ไปได้พ้น

    ...มีคนบอกผมก่อนดูหนังว่า ถ้าดูเรื่องนี้ ต้องคิดถึง Bridge to Terabithia หนังที่ผมชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่งของปีนี้ ดูไปผมก็เห็นพ้อง แต่ ทันทีที่ฉากสุดท้ายของหนังเรื่องปิดฉากลง ผมกลับเห็นภาพของหนังเรื่อง Life is beautiful ขึ้นมาซ้อนทับแทน

    ...หนังสองเรื่องนี้ แทบจะไม่ต่างกันเลยในมุมที่ผมเห็น

    การนำเสนอภาพความชั่วร้ายโหดเหี้ยมของ สงคราม ที่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่ ผลของสงคราม กลับลุกลามทำร้าย เด็กๆ ที่ไม่เคยเกี่ยวข้องใดๆแม้แต่น้อย และ สงคราม ก็ไม่เคยมีความงดงามแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว

    ...เด็กสองคนจากหนังทั้งสองเรื่อง เติบโตท่ามกลางความโหดร้ายของสงคราม และ ต้องเผชิญกับ ความจริงอันเจ็บปวด





    ...ในภาวะสงคราม ทุกคนล้วนต้องต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นลูกเด็กเล็กแดงผู้แก่ผู้เฒ่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ร้ายหรือผู้ดี ทุกคนต้องหาทางมีชีวิตรอด ด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป

    สำหรับคนเป็นผู้ใหญ่ อย่าง แม่ของโอฟีเลีย ต้องยอมพินอบพิเทาและเอาใจ กัปตันจอมโหด เพื่อความอยู่รอดของตนและลูกๆ

    หมอ ต้องคอยดูแลคนทั้งสองฝ่าย เพื่อให้อีกฝ่ายไว้เนื้อเชื่อใจ

    เมอเซเดส ต้องยอมเป็นทาสรับใช้ให้กัปตันและลูกน้องโขกสับ แลกกับการเป็นหูเป็นตาและหาหยูกยาอาหารช่วยคนของตัวเอง

    ประชาชนบนหุบเขา ต้องป้องกันตัวและต่อสู้กับเหล่าทหารของนายพลฟรังโก้ที่ตามมากำจัดผู้ต่อต้าน

    กัปตันที่แสนจะชั่วร้าย ต้องคอยปราบปรามฝ่ายตรงข้าม และต่อสู้ภายในใจ กับ ภาพของพ่อที่หลายคนชื่นชมยกย่อง

    ฯลฯ

    นั่นคือวิธีการของผู้ใหญ่ การต่อสู้ด้วยการเข่นฆ่า ใช้เล่ห์กลมารยา ใช้อำนาจ ใช้ยุทธวิธี ฯลฯ

    ...วิธีการของเด็กต่างออกไป

    อาวุธหนึ่งที่ พวกเด็กๆมีเหลือล้น แต่ผู้ใหญ่มีอยู่น้อยนิด นั่นคือ การมองโลกผ่านสายตาแห่งจินตนาการ

    เด็กๆยังคงเชื่อและมีความสุขกับ fantasy ในขณะที่ เหล่าผู้ใหญ่ต่างค่อยๆสูญเสีย จินตนาการ ตามอายุที่เติบโต และจินตนาการหรือ fantasy นี้เอง คือ วิธีการที่เด็กสองคนจากหนังทั้งสองเรื่อง ใช้มันเป็นอาวุธเอาตัวรอดจาก สงครามที่เป็นเรื่องของผู้ใหญ่

    ... ลูกชายของกุยโด้ ใน Life is beautiful อาศัย โลกที่พ่อวาดภาพขึ้นมาราวกับเป็นเกมส์ที่สนุกสนานให้เล่นผ่านด่านในแต่ละวัน

    .... เด็กหญิงโอฟีเลีย ใช้ชีวิตใน โลกแห่งจินตนาการที่มีเหล่าตัวละครในเทพนิยายปะปนเข้ามาในชีวิตจริงให้รับมือกับเรื่องร้ายๆในแต่ละวัน



    แต่ในท้ายที่สุด โลกแห่งจินตนาการ ก็มิอาจ หลีกหนี ความจริงอันโหดร้ายของสังคมและสงคราม ต่อให้เด็กๆ จะ วิ่งเข้าไปหลบอาศัยอยู่ในโลกของจินตนาการนานเพียงใด สุดท้าย โลกของความเป็นจริง ก็ย่อมหมุนไล่ตามจนทัน


    ลูกชายของกุยโด้ ต้องพบว่า พ่อไม่อาจเดินออกมาจากตรอกนั้นอีกตลอดกาล พ่อของเขาตายจากไปแล้ว

    โอฟีเลีย ต้องพบว่า เลือดที่ออกมาจากท้องของตัวเองคือการโดนยิงจริงๆ เธอกำลังจะหมดลมหายใจและตายไปจากโลกใบนี้


    ... แล้วเราจะมีจินตนาการไปเพื่ออะไร เมื่อสุดท้าย เราทุกคนก็ต้องถูกกระชากกลับมาพบกับ โลกของความเป็นจริงที่ไม่อาจหลีกหนีได้พ้น


    ผมไม่มีคำตอบให้ แต่ หนังเรื่องนี้ มีคำตอบให้ โอฟีเลีย


    ...เมื่อดูจบ หนังสร้างข้อถกเถียงชวนให้ขบคิดว่า โลกของโอฟีเลียที่มีทั้งฟอน นางฟ้า คางคกยักษ์ ปีศาจจ๊ะเอ๋ ชอล์ควิเศษ รากไม้วิเศษ และดินแดนลึกลับ พร้อมเรื่องเล่าเจ้าชายเจ้าหญิง เป็น เรื่องจริงที่เธอเห็นเพียงคนเดียว หรือ เป็นเพียง จินตนาการที่เธอสร้างขึ้นมา

    จากที่เกริ่นไปแล้วตอนต้นว่าไม่สำคัญเลยที่ โลกใบนั้นจะมีจริงหรือไม่ เพราะ การมีอยู่จริงของมัน ไม่ช่วยให้เปลี่ยนความโหดร้ายของสงคราม แต่ การมีอยู่ของโลกใบนี้ เปลี่ยนแปลง โลกภายในของโอฟีเลีย


    idea 1. หากโลกและเหล่าตัวละคร มีอยู่จริง มันคือ โลกของความฝัน โลกของความหวัง


    ...เหตุที่มีเพียง โอฟีเลีย เพียงผู้เดียวที่มองเห็น เพราะ ฟอน เลือกที่จะปรากฎเฉพาะแค่ให้เธอได้เห็น เธอได้รับรากวิเศษช่วยเยียวยาแม่ สามารถใช้ชอล์กวิเศษขีดเขียนไปยังทุกที่ที่อยากจะไป สามารถเข้าไปสัมผัสคางคกยักษ์และกินอาหารในบ้านปีศาจจ๊ะเอ๋ ฯลฯ

    และ สุดท้าย ทางที่เธอเลือก คือ ตัดสินใจเสียสละ ก็สามารถทำให้เธอได้โอกาสกลับไปสู่ดินแดนของเธอ ในวินาทีสุดท้ายหลังโดนยิง ก่อนที่จะสายเกินไป เธอได้กลับไปเป็นเจ้าหญิงอยู่กับเสด็จพ่อและเสด็จแม่ที่รอคอย ในดินแดนที่ฟอนเคยกล่าวถึง และนี่คือ ความเชื่อที่งดงาม คือ นิทานที่จบลงด้วยความทรงจำที่แสนดี คือ การมองโลกใบนี้ด้วยสายตาแห่งจินตนาการ




    (มีต่อ)

    แก้ไขเมื่อ 19 เม.ย. 50 09:59:23

    จากคุณ : "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" - [ 19 เม.ย. 50 09:52:24 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | PanTown.com | BlogGang.com