Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    เปิดกระเป๋า 'เดินทาง' เรย์ แม็คโดนัลด์(อีกหนึ่งแง่มุม ของผู้ชายน่ารักคนนี้...มาอ่านกันเร้ว)

    ข้อมูลจาก กรุงเทพธุรกิจ life style:people

    บทสัมภาษณ์ เรย์  แมคโดนัลด์ กับการเปิดกระเป๋า(ความคิด)เดินทางของเค้า

    10 กว่าปีที่เดินทางมา เป็นยังไงบ้าง


    (นิ่งคิด) 10 กว่าปีที่เดินทางมา เป็นยังไงบ้าง ... (คิดต่อ) พยายามหลบคำว่าสนุกอยู่... ก็ดีครับ (หัวเราะ)

    จำความรู้สึกแรกของวันที่เราตัดสินใจจะออกเดินทางได้ไหม

    เราจำได้เลยว่า เดินทางครั้งแรกที่เราภูมิใจมากที่สุด คือเราข้ามถนนจาก... แต่ก่อนบ้านเราอยู่ซอย 38 แล้วเราข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งคือฝั่งทองหล่อได้ เรารู้สึกว่านั่นคือการเดินทางครั้งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับเรา ตอนเราอายุประมาณ 7-8 ขวบ แต่ถ้าเป็นการเดินทางครั้งแรกๆ ถ้าจะนับไปต่างประเทศ ก็มีช่วง 10-11 ขวบ โชคดีมีสโมสรฟุตบอลดำรงไทยให้โอกาสผมได้เดินทางไปแข่งทัวร์นาเม้นต์ยุวชนในหลายๆ ประเทศ สมัยก่อนก็มีทั้งสวีเดน เดนมาร์ก อเมริกา พอไปทัวร์กันทีเนี่ย ก็ไปกันเป็นหลายๆ เดือน ได้อยู่กับเพื่อน ได้เจอเพื่อนจากประเทศอื่น ทีมอื่น จากหลายๆ จุด หลายๆ ทวีปของโลก ก็ดีครับ รู้สึกว่ามันเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม สนุกดี

    หลังจากได้เดินทางทัวร์ฟุตบอลก็มีเว้นอยู่ช่วงหนึ่ง อายุ 13-14 ไม่ได้เดินทางอะไรมาก ช่วงนั้นเรียนอยู่ที่อังกฤษ ปีหนึ่งจะกลับมาเมืองไทยทีหนึ่ง พอกลับมาอยู่ที่เมืองไทยตอนอายุประมาณ 15-16 ถึงได้เดินทางต่อ ช่วงนั้นได้มาเป็น (ยกนิ้วทำท่าเครื่องหมายคำพูด) "นายแบบ" (หัวเราะ) ผมภูมิใจมากเลย ผมได้เป็นนายแบบเนี่ย ก็จะได้เดินทางเวลาไปถ่ายโลเกชั่นแปลกๆ เนปาล บาหลี อะไรอย่างนี้ แต่ที่ได้เดินทางเยอะก็ช่วงที่มาทำทีนทอล์กอินเตอร์ ช่วงนั้นเริ่มรู้สึกว่าทีนทอล์กในประเทศมันอิ่มตัวแล้วก็ให้เราเดินทางไปต่างประเทศไปดูสิว่าวัยรุ่นเขาทำอะไรกันบ้างในต่างประเทศ ในช่วง 5-6 ปีนั้นก็ได้เดินทางเยอะหน่อย ถ้านับประเทศได้ก็น่าจะ 60-70 ประเทศ ปีหนึ่งก็น่าจะมี 10 ทริปที่ได้ไป

    เปรียบเทียบกับพิธีกรในกลุ่มทีนทอล์ก เหมือนคาแร็คเตอร์ของเราโดดออกมาทางนี้?


    คาแร็คเตอร์เราโดดหรือเปล่า... คาแร็คเตอร์เราคงบ้าๆ บอๆ พูดไม่ค่อยรู้เรื่องหน่อยช่วงนั้น (ยิ้ม) ก็ถือว่าเราโชคดี เพราะช่วงนั้นมีพิธีกรเยอะเหมือนกันที่ค่อนข้างจะเป็นเด็กจีเนียส พูดแบบคล่องมาก คือเขาคงไม่เคยมาเจอแบบเรา คือพูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้วแบบ จำไดอะล็อกได้ทีละประมาณ 3 คำ คือมันก็ต้องยกความดีให้กับพี่ๆ ที่เห็นอะไรในตัว หรือว่า ไม่เห็นอะไรเลยในตัว (หัวเราะ) ซึ่งมันน่าจะมาเค้นได้ ก็ถือว่า ตอนนั้นดึงออกมามันเป็นคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจน ที่วัยรุ่น หรือชาวบ้านไม่เคยได้เห็น อะไรที่มันแปลกๆ แล้วคาแร็คเตอร์ชัด

    คือถ้าเป็นเรย์ต้อง....

    พูดไม่รู้เรื่อง (แทรกทันที)

    เป็นแบ็กแพ็คเกอร์ด้วย?

    คนคงจะติดมาช่วงหลังที่ได้ทำรายการวีซ่า หรือแบ็กแพ็คเกอร์มา 5-6 ปี รายการนั้นมันก็ออนแอร์อยู่ได้พักหนึ่งเหมือนกัน ช่วงนี้เทปรีรันที่ได้ไปทำมาเมื่อ 5-6 ปีก่อน ก็ยังฉายใหม่ในยูบีซี คนก็จะจำภาพนั้น คือ เห็นเรย์ ก็ต้องนึกถึงเป้ แล้วก็ต้องเดินทางกันไป ลุยๆ กันไป ก็ฟีดแบ็คดีนะครับ ตอนแรกเราก็จะนึกว่ามีแค่กลุ่มวัยรุ่นที่ได้ดูกัน แต่จริงๆ แล้วมันเข้าไปทุกกลุ่มเลย ป้าๆ นี่จะชอบกันมาก หลายกลุ่มเลย ดูแล้วมันลุย จริงใจ จัดได้ธรรมชาติ ตัวเราก็พยายามให้มันเป็นแบบนั้น หรือว่าอาจจะเป็นเพราะเวลาที่เราไปถ่ายรายการจะไปกันน้อย คือมี 5 คน ผู้กำกับ ตากล้อง โปรดิวเซอร์ บางครั้งก็จะเป็นคนเดียวกัน เป็นกองโจรเล็กๆ แล้วก็เหมือนเราคุยกัน ทุกคนจะสนิทกัน เราก็กล้าเล่น ปล่อยอะไรไปมันก็เป็นธรรมชาติ แล้วเราก็พยายามทำให้เขาขำอยู่เรื่อย ความจริงไม่ได้คิดอะไรกลับไปถึงคนดู แต่ที่เราคุยกับกล้องอยู่ตลอดเวลามันรู้สึกได้ เหมือนเราเป็นเพื่อนเขา พาเขาเที่ยว มันก็เลยกลายเป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติ ดูสนุก ได้เห็นอะไรแปลกๆ ได้เห็นพิธีกรที่รีแล็กซ์ ไม่ใช่ไปแล้ว เฮ้ย มันดีตลอด อาหารอร่อยทุกอย่าง

    คือเราก็พยายามบอกตรงๆ ไปว่า บางอย่างเรามาลองให้ มันไม่อร่อยเลย คุณมาอย่าลองนะ (ลากเสียงยาว แล้วหัวเราะ) คือมันน่าจะมีมุมนี้ด้วย ไม่ใช่ทุกอย่างมันจะเยี่ยมยอดอยู่ตลอด อย่างบางทีที่พักอย่างแย่ๆ เราก็จะถ่ายมาให้ดูว่าเราไม่ได้อยู่กันแบบ 5 ดาวตลอด ถึงแม้เราอยากจะอยู่ก็ตามเพราะบางทีถ้าเงินน้อยก็ได้แบบนี้นะ แต่เงินน้อยก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีเสมอ มันก็จะมีที่เงินน้อยแล้วสามารถซื้ออยู่ได้ มันก็มีคาแร็คเตอร์ของมัน นี่ก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทาง

    คล้ายๆ Lonely Planet ฉบับคนไทย?


    ถ้าเกิดบอกว่าเป็น loney planet อาจจะเป็นแนวโอท็อปหน่อย (หัวเราะ) คือที่ lonely planet ทำมามันก็เป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจ ถ้าทำถึงขนาดเขาได้ก็เก่ง แต่งบของเรา และการทำงานของเรามันไม่ได้เป็นทีมใหญ่ขนาดนั้น หลายๆ ที่เราไปมันก็เหมือนกองโจร คือเราก็ต้องไปถ่าย แล้วก็รอให้เขาไล่อะไรอย่างนี้ มันจะมีเทคนิคหลายๆ อย่างที่เราทำกันเพื่อให้ได้เนื้อมา แต่ของเขามันอลังการงานสร้างมาก ก็ได้แต่หวังว่า 'โรมมิ่ง' นี่จะยกระดับรายการท่องเที่ยวไทยไปถึงระดับนั้นได้


    แล้วถ้าไปเที่ยวส่วนตัวจะต่างกับไปถ่ายรายการไหม

    ถ้าผมไปเองโดยไม่มีกล้องหรือไม่ต้องทำอะไร ผมจะเป็นคนที่ไปแล้วค่อนข้างขี้เกียจมาก คือมีแอร์ มีห้อง แล้วก็มีทีวีให้ผมเนี่ย ผมก็จะสถิตย์อยู่ตรงนั้นเลย ผมจะไม่ออกไปข้างนอก ผมจะไม่ลุย ผมจะไม่อ่าน ผมจะไม่หาอะไร คือเป็นคนขี้เกียจมาก (ลากเสียง) แต่ว่าถ้าผมต้องไปทำงานด้วยเที่ยวด้วย มันจะผลักดันให้ผมทั้งค้นคว้าหาข้อมูล คือมันต้องทำการบ้าน เพื่อให้รู้ลึกกว่าที่เราไป มันจะผลักดันให้เราลองหลายๆ อย่าง ซึ่งถ้าเราไปเองเราจะไม่ลอง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมผาดโผน อาหารแปลกๆ ถ้าเราไปเองเราจะนิ่งๆ ไม่ทำอะไร คือพักผ่อนจริงๆ คือเวลาไปทำงานมันก็ผลักดันให้เราไปเจออะไรแปลกๆ เพื่อมานำเสนอให้คนได้ดูแล้วสนุกไปกับเรา

    จากคุณ : numonia - [ 19 ก.ค. 51 20:44:17 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom