Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
=o= จากกรณีลูกฮิปโป : นี่คือสถิติการตายของสัตว์ใน "เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี" จากรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ เมื่อสักครู่ =o=  

จากกรณีลูกฮิปโปตาย นี่คือข้อมูลการตายของสัตว์จากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี
ซึ่งออกในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้เมื่อสักครู่ ซึ่งเป็นข้อมูลจากแหล่งเดียวกัน

--------------------------------------------------------------------------------

วิบากกรรมสัตว์ไนท์ซาฟารี "ตายเกลื่อน" ปีละ300ตัว

ข้อมูลจาก แนวหน้า

"เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี"  ดูเหมือนเป็นมนต์เสน่ห์ และเป็นความภาคภูมิใจของคนทั่วทั้งชาติ ของรัฐบาลที่สร้างขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่จะให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอินโดจีน และประเทศจีนตอนล่าง รวมถึงบางประเทศในภูมิภาค

ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ หลั่งไหลเข้าสู่ จ.เชียงใหม่ นักท่องเที่ยวเหล่านี้จะได้ใช้เวลาว่างยามค่ำคืนในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีให้เป็นประโยชน์ ในการสร้างความรื่นเริงหรรษา พักผ่อนหย่อนใจเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติวิทยา ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า นำไปสู่การอนุรักษ์อย่างยั่งยืน ทั้งด้านคุณภาพ และความหลากหลาย

แต่ในเบื้องหลังยังมีข่าวว่า มีความขัดแย้งในองค์กรอย่างรุนแรง และสัตว์ขาดการดูแลอย่างจริงจัง จนมีสัตว์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ตายเป็นจำนวนมาก โดยอ้างตามเอกสาร เรื่องรายงานสัตว์เกิด-ตาย สชน.(ชม.)01.3/224  ที่เรียนถึงผู้จัดการพื้นที่พิเศษ เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี (ผ่านผู้อำนวยการสำนักงานบริหาร) เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่นยืน (องค์การมหาชน) โดยหัวหนังสือระบุเลขรับที่ อพท.ผจก.-พพ2.177/51 วันที่ 16 ต.ค.2551 เวลา 13.00 น. ฝ่ายบริหาร เลขที่รับ 6265 วันที่ 13 ต.ค.2551

ระบุถึง..กลุ่มงานบัญชี สำนักงานได้จัดทำสรุปรายงานสัตว์เกิด-สัตว์ตาย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2551 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2550 - กันยายน 2551 สรุปได้ดังนี้

1.สัตว์เกิดเดือนกันยายน 2551 จำนวน 27 ตัว คิดเป็นเงิน 1,465,500 บาท
สัตว์ที่มีราคาสูง 3 อันดับได้แก่
กระทิง(1 ตัว) 500,000 บาท
วอเตอร์บัค (1 ตัว) 340,000 บาท
เสือปลา (1ตัว) 175,000 บาท

2.สัตว์ตายเดือนกันยายน 2551 จำนวน 20 ตัว คิดเป็นเงิน 1,659,080 บาท
สัตว์ที่ราคาสูง 3 อันดับที่ตายได้แก่
ม้าลาย (แกรนท์) (2 ตัว) 900,000 บาท
สิงโต (1ตัว) 154,080 บาท
และลามา ( 1ตัว) 145,500 บาท

3.สัตว์เกิดตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ถึงเดือนกันยายน 2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 293 ตัว คิดเป็นมูลค่าจำนวนเงิน 32,985,646.20 บาท

3.1 ชนิดสัตว์ที่เกิดสูงสุด 3 อันดับ คือ
เป็ดมัลลาร์ด (42ตัว)
กวางซิกะ (28 ตัว)
นกแขวก (21 ตัว)

3.2 สัตว์ที่มีราคาสูง 3 ลำดับ คือ
ไนอาล่า (16 ตัว) เป็นเงิน 5,440,000 บาท
เสือโคร่งขาว (3 ตัว) 3,450,000 บาท
เสือดำ (5 ตัว) 2,310,000 บาท

4. สัตว์ตายตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ ถึงเดือนกันยายน 2551 มีจำนวนทั้งสิ้น 300 ตัว คิดเป็นมูลค่าจำนวนเงิน 26,539,916 บาท

4.1 ชนิดสัตว์ที่ตายสูงสุด 3 อันดับ คือ
กวางรูซ่า (46 ตัว)
กระรอกบิน (29 ตัว)
เนื้อทราย (17 ตัว)

4.2 สัตว์ตายที่มีราคาสูง 3 อันดับ คือ
ม้าลาย แกรนท์ (7ตัว) รวมเป็นเงิน 2,793,000 บาท
เสือชีต้า (3 ตัว) รวมเป็นเงิน 2,226,000 บาท
ม้าลาย เบอร์เลล์ (5 ตัว) รวมเป็นเงิน 1,655,000 บาท

เอกสารระบุลงท้ายด้วย ว่า ทราบ แจ้งสำนักสัตว์ปรับปรุง แก้ไข หาสาเหตุการตายของสัตว์ หาวิธีโดยด่วน ลงวันที่ 17 ก.ค.2551 ชื่อนาย.....ผู้จัดการพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

สาเหตุสัตว์ตายโดยไม่ทราบสาเหตุนั้นหลายฝ่ายพูดถึง"อาหารสัตว์"ที่ไม่ได้มาตรฐาน และเต็มไปด้วยสารเคมี

เรื่องนี้ นายดี จันทคลักษณ์ ประธานกรรมการบริหารกลุ่มวิสาหกิจชุมชน บอกว่า อาหารสัตว์ที่ผลิต โดยเฉพาะหญ้าบาน่า มีคุณภาพปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี มีเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยพืชอาหารสัตว์ลำปางมาตรวจสอบทุกสัปดาห์ สาเหตุที่สัตว์ป่าตายเป็นเพราะการบริหารจัดการที่ไม่มีคุณภาพ เจ้าหน้าที่ดูแลสัตว์ไม่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ เมื่อนำอาหารไปส่งจะโยนให้ทั้งหมดโดยไม่ทะยอยให้ บางคนเรียนจบไม่โดยตรงสายในการเลี้ยงสัตว์ ส่วนการที่จะดูแลสัตว์ที่รับมาจากต่างประเทศ ที่ผ่านมาไม่เคยส่งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลไปศึกษาวิถีการดำรงชีวิตของสัตว์ก่อนที่จะรับสัตว์เข้ามาสู่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เพราะการบริหารจัดการที่ไม่ดี ขาดความเอาเข้าใจใส่ต่อการเสี้ยงอย่างจริงจัง

แหล่งข่าวจากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี กล่าวว่า ที่ผ่านมีการตายของสัตว์อยู่เป็นประจำ สาเหตุสัตว์ตายในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เกิดจากหน้าที่สัตวแพทย์ขาดความรู้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ จึงมีการรักษากันแบบถูกๆ ผิดๆ ทำให้สัตว์เกิดมีปัญหา และตาย เป็นจำนวนมาก การวินิฉัยสรุปถึงสาเหตุการป่วยไม่รอบครอบรัดกุมเพียงพอ เพราะสัตวแพทย์ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาที่จบใหม่ ส่วนอีกประการหนึ่ง คือ ในช่วงที่นำสัตว์ เข้ามาสู่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ไม่มีการตรวจสอบโรคของสัตว์นั้น หรือพักดูสัตว์ เพื่อดูอาการ ซึ่งสัตว์บางตัวมีการติดเชื้อในระยะฟักตัวจากพื้นที่อื่น เมื่อนำเข้ามาอาจจะมีการแผ่ระบาดติดต่อเชื้อไปยังสัตว์ตัวอื่นได้

คุณพันทิพ เลิศประดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจการตลาด และประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาข้อมูลมีหลายด้าน ในพื้นฐานความจริงคนเลี้ยงทุกคนไม่ต้องการให้สัตว์ตาย เมื่อสัตว์ในเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีตายเกิดขึ้น จะต้องมีการชันสูตรถึงสาเหตุการตาย ส่วนการดูแลแต่ละจุดมีเจ้าหน้าที่ดูแลเป็นอย่างดี มีการแบ่งเป็นโซนดูแลกันอย่างชัดเจน ที่ผ่านมาสวนสัตว์หลายแห่งมีสัตว์ตายกันทั้งนั้น แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า..ทำไมต้องให้ความสนใจกับเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีที่เดียว

ตามที่เอกสารแจ้งว่ามีสัตว์ตายเป็นจำนวนมากถึง 300 ตัวต่อปี คงเป็นไปไม่ได้ อาจเป็นสวนสัตว์แห่งอื่น หากตายมากมายเท่านี้เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี คงไม่สามารถอยู่ได้ เพราะเป็นความเสียหายมหาศาลมาก แต่คิดว่าการระบุของเอกสารน่าจะเป็นตัวเลขรวมของสัตว์ตาย ตั้งแต่เปิดเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี แต่อย่างไรก็ตามยังไม่กล้าที่จะยืนยันที่ชัดเจน ต้องสอบถามเจ้าหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงถึงสาเหตุอีกครั้ง

สัตว์เหล่านี้ตายแล้ว..ตายเล่า ไม่เคยมีการชัดสูตรของหมอสัตว์ถึงสาเหตุอย่างจริงจัง เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่กลุ่มคนเหล่านี้คิดเพียงจะฮุบผลประโยชน์ โดยไม่เคยคิดถึงหลักมนุษยธรรมที่ต้องทำให้สัตว์ตาย...

แก้ไขเมื่อ 08 ธ.ค. 52 17:42:14

 
 

จากคุณ : แมลงปิศาจ
เขียนเมื่อ : 8 ธ.ค. 52 17:40:23




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com