Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
“พี-ก้อง” พรุ่งนี้ก็รักเธอ บทความโดยวิทยา แสงอรุณ  

ออกจากที่ซุ่มมาตั้งกระทู้ จะเข้านอนอยู่แล้ว แต่ขอเข้าบล็อกพี่วิทย์ซะหน่อย แล้วก็ไปเจอพี่แกอัพเดตบล็อก กรี๊ดแตกอยู่หน้าคอม เพราะไม่คิดว่าพี่วิทย์จะเขียนถึงคู่นี้ ต่อไปนี้คือการก็อปมาแปะค่ะ

“พี-ก้อง” พรุ่งนี้ก็รักเธอ

ท่านผู้หลักผู้ใหญ่ที่ดูละคร “พรุ่งนี้ก็รักเธอ” เห็น “นายพีกับนายก้อง” รักกัน แล้วรับไม่ได้ ไม่ใช่เพราะท่านเป็นคน “หัวโบราณ” แต่เพราะท่านเป็นคนมีอาการ “โฮโมโฟเบีย”

“โฮโมโฟเบีย” ไม่ใช่อาการใหม่ของสังคม แต่เป็นอาการที่เป็นมาแต่โบราณ มีมานานแล้ว คนส่วนใหญ่เลยสับสนคิดว่า เพราะตัวเองเป็นคนหัวโบราณ จึงรับภาพผู้ชายสองคนเป็นแฟนกันในจอทีวีไม่ได้

คนที่มีอาการโฮโมโฟเบีย จะแสดงออกดังนี้

รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยแทนเยาวชน: กลัวไปว่า เด็กๆ ที่ได้รับชมภาพเกย์ กะเทย ทอม ดี้ผ่านสื่อ แล้วจะติดใจ อยากเลียนแบบ “เราต้องปกป้องเยาวชนของเรา” คือหลักการเหนียวแน่นของท่าน

หรืออีกนัยหนึ่ง ท่านเป็นผู้ที่เชื่อว่า เยาวชนไทยไม่ค่อยมีความคิด ไม่ค่อยมีวิจารณญาน ต้องคอยปกป้องและชี้นำว่า อะไรควร อะไรไม่ควร เดี๋ยวเห็นอะไรโผล่มาทางจอทีวีก็อยากเลียนแบบไปหมด หรืออีกนัยหนึ่ง เยาวชนไทย “ไม่ค่อยมีสมอง”?

รู้สึกเป็นห่วงวัฒนธรรม ประเพณี และความเป็นไทย: ภาพความรักของผู้ชายสองคนจะทำให้วัฒนธรรม ประเพณี และคุณค่าความเป็นไทยที่ดีงามเสื่อมทรามลงไป ด้วยสิ่งเหล่านี้เป็นอิทธิพลจากตะวันตก

เป็นเรื่องน่าสนใจที่ว่า ท่านที่พูดแบบนี้มักไม่สามารถอธิบายได้ว่า อะไรคือคุณค่าความเป็นไทยที่ดี หรืออะไรคือ วัฒนธรรมประเพณีที่งดงาม ความดีความงามวัดกันตรงไหน?

และเหนือสิ่งอื่นใดที่คนเป็นเกย์ (อย่างผม) ต้องเกาศีรษะสามทีเสมอๆ ก็คือ เป็นเกย์ แล้วไปเดือดร้อนวัฒนธรรมประเพณียังไง?

รู้สึกเป็นห่วงเรื่องการสืบพันธุ์: ถ้ามีคนเพศเดียวกันรักกันมากๆ โลกทั้งโลกจะล่มสลาย เพราะรักเพศเดียวกันไม่มีการสืบเผ่าพันธุ์ ไม่มีลูกมีหลาน

ท่านผู้ใหญ่ที่มีแนวคิดแบบนี้แล้วรู้สึกเดือดร้อน เป็นห่วงโลก คงเข้าใจผิดมาตลอดเกี่ยวกับเรื่องเพศสัมพันธ์ การมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้หมายถึง การสืบเผ่าพันธุ์แต่อย่างเดียว ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาแล้ว มนุษย์ไม่ได้ “เอากัน” เพราะจะผลิตลูก มนุษย์ไม่ได้มีฤดู “ติดสัด” เพราะฉะนั้น การที่คนเพศเดียวกันมีอะไรกัน ก็ไม่จำเป็นต้องผลิตอะไรออกมา หรือกระทั่งคนรักต่างเพศ มีอะไรกัน ก็ไม่เห็นต้องตั้งหน้าตั้งตาผลิตลูก หรืออยากสืบสกุลลูกเดียว

แต่ที่น่าสนใจก็คือ คู่รักเพศเดียวกันที่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ก็อยากมีลูกด้วยกันทั้งนั้น พวกเขาเลยใช้การผสมเทียม หรือฝากให้ชาวบ้านท้องแทนเพื่อมีลูก แล้วอย่างนี้ โลกจะล่ม
สลายมั๊ย? อีกอย่างแล้วคนโสด หรือคนที่เป็นหมัน คนที่นกเขาไม่ขัน หรือคุณผู้หญิงที่เกลียดการมีเพศสัมพันธ์ คนเหล่านี้มีส่วนทำให้โลกล่มสลายด้วยหรือเปล่า?

อาการโฮโมโฟเบีย เกิดขึ้นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ เรียกได้ว่าไม่จำกัดอายุ เพศ เชื้อชาติ และศาสนา แม้บางศาสนา เช่น ศาสนาพุทธไม่ได้แอนตี้คนเป็นเกย์ และความรักชอบเพศเดียวกัน แต่เราจะพบเห็นคนพุทธที่ชอบอ้างความเป็นพุทธและอ้าง “ความเป็นไทย” จับมาผสมกันจนแยกแยะไม่ออกว่า สิ่งที่ตัวเองรู้สึกไม่พอใจ จริงๆ แล้ว มันเกิดมาจากอะไรกันแน่?

ความรู้สึกต่อต้านเหล่านี้ ลึกๆ แล้ว เป็นความรู้สึกที่เราจะพบเห็นได้ในหมู่คนใกล้ชิด คุณผู้อ่านเคยเจอหรือเคยคบเพื่อนที่ไม่อยากให้คนอื่นได้ดี จนเกินหน้าหรือเปล่า?

คนที่มีอาการโฮโมโฟเบียก็เช่นกัน คนเหล่านี้มีความรู้สึกว่า เกย์ เลสเบี้่ยน กะเทย สาวประเททสอง ทอม ดี้ อีทีซี (etc.) เป็นประชากร “ชั้นสอง” หรือเป็น “ความบกพร่อง” ที่ควรถูกกำจัด เพราะโลกนี้ นอกจากจะเจอปัญหาโลกร้อนแล้ว ไม่น่าจะมีคนประเภทนี้อยู่บนโลกให้รู้สึกเดือดร้อนอีก ทั้งๆ ที่มีแต่ท่านเท่านั้นแหละที่มักเดือดร้อนไปเอง ขออภัยถ้าพูดตรงเกินไป

แต่ผมยังรู้สึกชื่นชมนะครับ ที่ท่านที่เป็นโฮโมโฟเบีย กล้าแสดงความคิดเห็นออกมา นั่นแสดงว่า ท่านมีโอกาสที่จะเปิดรับฟังความคิด เปิดทัศนะ และมุมมองใหม่ๆ ของท่าน ท่านไม่ใช่คนย่ำอยู่กับที่ ซึ่งต่างจากคนที่มักจะพูดให้คนอื่นฟังว่า “ผม/ฉัน มีเพื่อนเป็นเกย์ กะเทย ทอม ดี้ เยอะแยะ” ผม/ฉัน ไม่ได้แอนตี้พวกคุณ” แต่ท้ายที่สุด ก็ปฏิเสธตัวตนและไม่สนับสนุนให้คนกลุ่มนี้ให้ได้รับความเป็นธรรม

คนกลุ่มหลังนี้ ผมว่า น่ากลัวที่สุด เพราะเขาพูดอย่างนั้น เพื่อให้คนอื่นคิดว่า ตนเป็นคนใจกว้าง แต่จริงๆ แล้วตรงกัันข้ามอย่างสิ้นเชิง คนเหล่านี้ เป็น “อีแอบ” ตัวจริง

ตัวละคร “ก้องและพี” ไม่ใช่ตัวละครเกย์คู่แรกในจอทีวี แต่เป็นตัวละครเกย์ไม่กี่คู่ในละครตู้ที่แสดงความรักได้อย่างน่าติดตามและทำให้คนดู (ที่ไม่ได้เป็นโฮโมโฟเบียขึ้นสมอง) รู้สึกอยากติดตามละครเรื่องนี้ คนที่ไม่ได้ดูเรื่องนี้ อาจเข้่าใจว่า ตัวละครสองตัวนี้เป็นตัวเอก เปล่าเลย เป็นตัวละครประกอบที่ดัน “ดัง” กว่าพระนางในเรื่อง และบทที่ทั้งสองแสดง “กลมกล่อม ลงตัว​”

คู่รักตัวอย่างที่ดีอย่าง “ทีและจอน” ใน “รักแปดพันเก้า” (ช่อง 9) ก็ห่างหายจากจอตู้ไปนานแล้ว จึงไม่แปลกอะไรที่คอละครที่ใจกว้างเลยรู้สึกต้อนรับ “ก้องและพี” อย่างรอคอย

จริงๆ แล้ว ก่อนหน้านี้มีตัวละครคู่เกย์ที่เพิ่งจบไป แต่ “ตาวและแอ” ในน้ำตาลไหม้ เป็นภาพสะท้อนที่ต่างจาก “ก้องและพี” เพราะคู่เกย์ในละครช่อง 3 เรื่องนี้ ไม่ได้มีความรู้สึกต่อกันอย่างจริงใจ แต่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเอารัดเอาเปรียบ เป็นภาพลบของความสัมพันธ์ที่ผ่านตัวละครเพศเดียวกัน ที่ท่านผู้ใหญ่โฮโมโฟเบียดูแล้วสบายใจ รับได้ “เพราะเยาวชนไทยคงไม่เอาอย่าง หรือเลียนแบบ”

ในประเทศสิงคโปร์ ผู้มีอำนาจที่นั่นใช้หลักคิดเดียวกัน “พรุ่งนี้ก็รักเธอ” คงไม่มีทางไปฉายที่เกาะนั่นได้ ไม่ใช่เพราะมีตัวละครเป็นเกย์ แต่เพราะมีตัวละครเป็นเกย์ที่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์ทั่วไป และมีความรักที่สวยงามให้กัน

___________________________

เครดิตค่ะ http://vitayas.wordpress.com/

จากคุณ : beemanufan
เขียนเมื่อ : 11 ธ.ค. 52 01:26:20




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com