 |
จู่ๆผมก็ได้สติกลับคืนมา... ว่ากันตามจริงผมรู้สึกเหมือนเกิดใหม่มากกว่า ...ไม่สิ...ต้องบอกว่าตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งจะตรง ที่สุด "เฮ้อ!....แค่ฝันไปหรอกงั้นเรอะ" ...ก็อยากจะพูดอะไรเทือกนั้นอยู่หรอกนะ แต่นี่มันไม่ใช่ความฝันนี่สิ............ถ้าเป็นความฝันจริงๆสถานที่ที่ผม ควรจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ควรจะเป็นที่นอนในห้องของผม แต่ที่นี่ไม่ใช่ห้องของผม มันเป็นสถานที่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยซ้ำ อีกทั้งเหล่าน้องสาวที่คอยมากระทืบปลุกผมทุกเช้าก็ไม่อยู่ที่นี่ด้วย "..........." เอ่อ.... ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าพึ่งตื่นจากฝัน...เหมือนกับว่าผมพึ่งตื่นจากการ หลับแล้วหลับอีกยังใงยังงั้น แล้ว....ที่นี่...ที่ใหน? อาคารร้างเรอะ? ผมเข้าใจว่าตอนนี้ผมอยู่ในสิ่งก่อสร้างแน่นอน... หน้าต่างรอบๆถูกปิดด้วยแผ่นกระดานตอกตะปู...หลอดไฟบนเพดานทุกหลอดเสียทั้ง หมด... อีกอย่างหนึ่งที่ผมรับรู้ด้วยตัวเองตอนนี้... ผมกำลังนอนอยู่บนพื้น... พื้นที่นี่ถูกปูด้วยเสื่อน้ำมัน รอยแตกลายงามีให้เห็นอยู่นับไม่ถ้วน ผมผงกหัวขึ้นมาเพื่อที่จะดูสภาพรอบๆตัวตอนนี้...........ไอ้ที่แขวนอยู่บนกำแพงนั่นมันอะไรล่ะนั่น? กระดานดำ? แล้วก็....โต๊ะ? เก้าอี้? ....นี่มันห้องเรียนรึใง? แล้วก็......ถึงจะบอกว่าห้องเรียนก็เถอะ.....แต่นี่ไม่ใช่ที่โรงเรียนเอกชนนาโอเอ็ตสึแน่ๆ....ผมพูดได้เต็มปากเลย ถึงงั้นก็เถอะ............ที่แบบนี้มันให้ความรู้สึกอย่างอื่นไม่ได้นอกจากห้องเรียนนี่นา ...ถึงคนพูดมันจะเป็นนักเรียนที่ไม่ค่อยได้เรื่องเท่าใหร่ก็เถอะนะ และแม้ว่ามันจะไม่ใช่โรงเรียนแต่มันก็น่าจะเป็นอะไรซักอย่างที่มีความคล้ายกันมาก...จนทำให้ผมสามารถเข้าใจและตัดสินได้ว่าที่นี่คือโรงเรียนหรืออะไร ทำนองนั้น แต่ถ้าเกิดไม่ใช่โรงเรียน...แต่ทำไมที่นี่ถึงมีกระดานดำอีกทั้งยังมีโต๊ะกับเก้าอี้เยอะขนาดนี้กันล่ะเนี่ย ...อาเระ... นี่มันบรรยากาศของโรงเรียนกวดวิชาชัดๆ ที่นี่คงเป็นโรงเรียนกวดวิชาสินะ ...แต่ก็อย่างที่พูดไป...ไม่ว่าจะมองไปทางใหน นี่ก็คงเป็นแค่โรงเรียนกวดวิชาที่ปิดตัวไปแล้ว ทั้งหน้าต่างทั้งหลอดไฟ...ดูยังใงก็โรงเรียนกวดวิชาร้าง คงจะเพราะมันมืดมากละมังผมเลยมองว่ามันเป็นแบบนั้นด้วย............. หืม....มืดมาก? เฮ้ย...? ก็แล้วทำไม..........ในห้องที่หน้าต่างทุกบานถูกปิดอย่างแน่นหนาจนไม่มีแสงลอดผ่านมาได้ซักแอะแบบนี้....ทำไมผมถึงมองเห็นล่ะ? ผมรู้ว่ามันมืดมากๆ บอกได้เลยว่าไม่มีแสงอะไรเล็ดลอดผ่านมาได้เลย ตามปรกติในสถานการณ์แบบนี้แค่มองมือตัวเองก็คงแทบไม่เห็นแล้วด้วยซ้ำ....แต่ ...ผมมองเห็น แถมยังมองเห็นแบบชัดแจ๋วด้วย ...ไม่จริงน่า....นี่มันเรื่องอะไรกัน? อาจจะเป็นเพราะว่าผมพึ่งลืมตาขึ้นมาละมังความรู้สึกตอนนี้มันก็เลยยังเบลอๆ อยู่... เอาล่ะ...เอาเป็นแบบนั้นละกันเพราะงั้นตอนนี้ผมควรที่จะลุกขึ้น........... "....โอ๊ย" เหมือนกับว่าผมกัดโดนอะไรซักอย่างในปากผม... หืม....? แล้วทำไมฟันเขี้ยวของผมมันยาวๆชอบกลล่ะเนี่ย? ผมตั้งใจจะสอดนิ้วเข้าไปในปากเพื่อตรวจดูฟันของผม.... ซึ่งหมายความว่าถ้าผมจะเอานิ้วเข้าไปในปากผมก็ต้องขยับแขนตามด้วย....ตอนนั้นเองที่ผมพึ่งจะรู้สึกตัว.... บางอย่างที่กำลังนอนหลับทับแขนของผมจนทำให้ขยับแขนไม่ได้....นั่นก็คือเด็กผู้หญิง.... "..............." เอ๋.... เด็กผู้หญิง? "....เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยย!?" เด็กผู้หญิงตัวเป็นๆด้วย อายุของเธอน่าจะราวๆสิบขวบ....มั๊ง? เด็กผู้หญิงผมสีทองในชุดที่ดูเข้ากับตัวเธอดี............แล้วก็มีผิวที่ขาวละมุนราวกับโปร่งแสง.... หายใจเบาๆดัง ชูว.........ชูว........... กำลังหลับอยู่แฮะ.... แถมดูท่าจะหลับยาวด้วยซะงั้น "............" แต่ตอนนี้ต่อให้รู้สถานการณ์ทั้งหมดแล้วก็ยังไม่เข้าใจอีกอยู่ดี ทำไมผมถึงอยู่ที่นี่...แล้วที่นี่ที่ใหน....แล้วยัยเด็กหัวทองนี่เป็นใครผมไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้ซักนิด...แต่อย่างหนึ่งที่ผมรู้ว่าควรทำในตอนนี้ก็ คือ... ปลุกยัยเด็กนี่ขึ้นมาก่อน กับยัยเด็กที่ผมไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนในสถานการณ์ที่ชวนผิดกฏหมายแบบนี้ผมต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น! "อะ...เฮ้....นี่...ตื่นสิ" ผมเลือกที่จะจับร่างของยัยเด็กผมทองคนนี้ในส่วนที่ไม่น่าจะผิดกฏหมาย(อย่างแขนเป็นต้น)แล้วเริ่มเขย่าตัวเธอ "งุ.....เงียมมมมม" ตอนนั้นเองที่เด็กผมทองคนนี้พูดออกมา... "ขออีกห้า.......นา....ที...." เด็กสาวผมทองพูดมาแบบนั้น จากนั้นเธอก็หลับไปอีกรอบนึง.................... "อะ....ตื่นเซ่...บอกว่าให้ตื่นใง!!!!" ตอนนี้ผมไม่สนหรอกว่าเธอจะว่ายังใง....ผมยังคงเขย่าตัวเธอต่อไป ".....งุ....อีก....แป๊ป.....นึง...." "คิดจะนอนไปถึงใหนฟะหล่อนน่ะ?" "........สี่...พาน...โหก...ร้อย....ล้าน....ปี.................แง่ม...." "นั่นมันนานพอจะสร้างโลกใหม่ได้เลยนะว้อยนั่น!!!" ผมแหกปากด่าไปแบบนั้นก่อนจะหุบลงเพราะนึกถึงบางเรื่องได้... แล้ว...เวลาตอนนี้ล่ะ เวลาตอนนี้คือ...................... 4.30 น. ไม่สิ...ถ้าเป็นนาฬิกาแบบนั้นผมจะไม่รู้เลยว่านี่มันช่วงเช้ารึว่าช่วงบ่ายกันแน่ โทรศัพท์....ใช่แล้วโทรศัพท์...เอาล่ะเจอละ เวลาที่หน้าจอตอนนี้คือ 16.36... ส่วนวันที่ก็... 28 มีนาคม !? ผมจำได้ค่อนข้างจะแน่นอนเลยว่าครั้งสุดท้ายที่ผมดูโทรศัพท์มือถือกับเวลามันพึ่งจะเปลี่ยนเป็นวันที่ 26 มีนาเองนี่ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า...ผ่านไปสองวันแล้วงั้นเรอะ? "......ไม่จริงน่า" ถ้านี่ไม่ใช่ความฝัน...แล้วมันเป็นความจริงซักกี่เปอร์เซนต์กันล่ะ? นี่คงยังไม่ใช่เวลาที่จะปลุกยัยเด็กหัวทองนี่หรอก...ผมค่อยๆดึงแขนตัวเองออกจากหัวของเธออย่างเบาๆ ขั้นแรกคงต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าที่นี่คือที่ใหน.... ผมเดินไปที่ประตูห้อง(ที่น่าจะเป็นห้องเรียน)โดยพยายามไม่ทำเสียงดัง.......ประตูไม่ได้ล็อค...ด้านหนึ่งของมันเปิดอยู่แล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีกับดักอะไรอยู่บนประตูด้วย เป็นไปได้รึเปล่าว่าผมกำลังถูกขังอยู่ในที่ลึกลับเนี่ย(....ก็รู้นะว่ามันฟังดูงี่เง่า...แต่มันน่ากลัวจริงๆนี่) ก็นะ...ก่อนที่จะไปพูดถึงเด็กสาวน่ารักผมทองที่ลักพาตัวผู้ชายอย่างผมมาโดย ไม่มีอะไรให้เธอแน่นอนแล้ว ก่อนอื่น... หลังจากก้าวพ้นประตูมาก็จะมองเห็นช่องบันได มันเขียนใว้ที่ผนังว่า [2F] ชั้นสองสินะ? ที่บันไดนั้นมีทั้งทางขึ้นและทางลง... ผมคิดนิดหน่อยว่าผมควรจะขึ้นหรือลงดี....ก็นะ...ตามปรกติมันก็ต้องลงไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำแบบนี้จะออกไปจากตึกนี่ได้ยังใงกันล่ะ ผมเห็นว่ามีลิฟท์อยู่ระหว่างบันไดด้วยเหมือนกันแต่ถึงไม่ต้องลองดูผมก็ รู้....ลิฟท์มันเจ๊งไปแล้วแหงๆ ผมก้าวเท้าลงบันไดไป "...เอ....โตะ... บันทึกสมุดโทรศัพท์ในโทรศัพท์ยังมีเบอร์โทรกับอีเมลของฮาเนคาว่าอยู่...นั่นหมายความว่าการได้พูดคุยกับฮาเนคาว่าตอนพิธีปัจฉิมนั่นเป็นเรื่องจริง....แล้วความทรงจำที่ผ่านมาก็เป็นเรื่องจริงด้วยเหมือนกัน...แจ่มมาก" ....เพราะงั้นกางเกงในที่ผมเห็นก็ไม่ใช่ความฝัน... ถึงผมจะรู้สึกเหมือนฝันไปก็เถอะ "เงินในกระเป๋าเงินร่อยหรอ แล้วก็ใบเสร็จที่อยู่ในนี้.....หมายความว่าเรื่องที่ไปซื้อหนังสือโป๊มาก็เป็นเรื่องจริงด้วยสินะ.." ผมพยายามที่จะไม่ใส่ใจกับมันก่อนจะพูดต่อ... "แต่....ไอ้เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นเนี่ย.........ดูยังใงก็ไม่ใช่ความจริงซักนิดนี่หว่า!!!!" ....ผมฝันร้ายรึใง? รึผมเข้าใจอะไรผิดไป? บางที...............อาจจะมีผู้หญิงโดนรถชน....แล้วผมเกิดไปเห็นเข้า...เลย หน้ามืดเป็นลมไป? เหอ.... มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังใงเล่า....แต่ก็นะ ผมพึ่งเคยเจอเรื่องแบบนี้ครั้งแรกด้วยสิ แล้ว...ระหว่างที่ผมไม่ได้สติ ก็มีใครบางคนพาผมมาที่นี่.... ไม่น่าเป็นไปได้...ตามหลักแล้วถ้าเจอหมดสติแล้วจะช่วยจริงๆก็น่าจะเรียกรถพยาบาลมาไม่ใช่เรอะ แต่เวลาที่โชว์บนหน้าจอมือถือของผมตอนนี้ไม่ผิดแน่นอน เฮ้อ.........ไม่ได้กลับบ้านมาสองวัน...ไม่สิตามความรู้สึกคงต้องบอกว่าสามวันแล้วสินะ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมออกมาค้างข้างนอกโดยไม่บอกกล่าวกับที่บ้าน แถมระยะเวลาสามวันนี่มันเกือบจะแหกกฏที่บ้านผมวางใว้ให้ด้วยสิ ถ้าเกิดว่าคนที่ทำเรื่องนี้เป็นน้องสาวทั้งสองของผมตอนกลับมาเธออาจจะดูสมกับเป็นผู้หญิงขึ้นมาบ้างก็ได้...แต่ยังใงซะตอนนี้ผมก็คงต้องกลับไปบอกที่บ้านก่อน ต้องกลับไปตอนนี้เลย.... ตามปกติในเวลาแบบนั้นผมมักจะคิดเรื่อยเปื่อยลอยชาย..... แต่ไม่ใช่ตอนนี้...ขณะที่ผมกำลังเดินออกจากอาคารนี่...ไปในทางที่อากาศปลอดโปร่ง ผมกระโดดข้ามเศษปูนใกล้ๆเท้า เดินหลบเศษเหล็ก เศษแก้ว แผ่นไม้แล้วก็กระป๋องที่ผมไม่รู้ว่าฉลากของมันอ่านว่าอะไร(แล้วทำไมผมถึงมองในความมืดได้ชัดขนาดนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน) นอกตัวอาคารนี้ปรากฏทิวทัศน์ของหญ้าที่ขึ้นรกเป็นช่วงๆจากนั้นผมก็ก้าวออกนอกตัวตึก................ตอนนั้นเอง... ร่างกาย....... ร่างกายของผม............ราวกับโดนแผดเผา น่าจะรู้....ผมน่าจะรู้อยู่แล้วแท้ๆ.... ตะวันยามเย็นที่เห็นอยู่ทุกวัน............ราวกับมืดลง ทุกอย่างสายเกินการ.........ร่างกายของผมกำลังใหม้ "อว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!" ผมกรีดร้องราวกับเสียสติ มันเจ็บปวดเกินกว่าจะบอกได้ เส้นผม , ผิวหนัง , เนื้อใน , กระดูก , ทุกๆอย่าง.............ถูกแผดเผา มันกำลังใหม้ .....ด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ....มันลุกลาม "อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาา!!!!!" แวมไพร์... อ่อนแอต่อแสงแดดสินะ? ราตรีคือศาสตราของแวมไพร์.....แต่มันไม่อาจทำลายดวงตะวัน นั่นคือเหตุผล.....ที่ไร้ซึ่งเงา แต่ตอนนี้ผมควรจะทำยังใงกับสภาพที่เกิดขึ้นกับผมดี -------- "เขลายิ่งนัก!" เสียงนั้นดังก้องมาจากในตัวอาคารในระหว่างที่ผมกำลังพยายามกลิ้งตัวลงกับพื้นเพื่อดับไฟโดยการใช้ความรู้เท่าที่พอจะมีอยู่บ้าง (ถ้าจำไม่ผิดผมเคยอ่านมาจากในหนังสือเล่มใหนสักเล่มว่าถ้าโดนไฟคลอกจะต้องทำแบบนี้) ผมมองไปยังต้นเสียงนั้น... ในขณะที่ผมกำลังใหม้...ความชื้นในร่างของผมหายไปอย่างมาก และด้วยสภาพแบบนี้เมื่อมองไปทางต้นเสียง...............ที่อยู่ต่อหน้าผมคงจะเป็นเด็กสาวผมทองขี้เซาคนนั้น เด็กสาวคนนั้นมองมาที่ผมด้วยดวงตาที่งดงาม.... "เข้ามาข้างในนี้ เร็วๆเข้า!" เธอร้องบอกแบบนั้น แต่ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะ....แต่เพราะความเจ็บมันมากเกินไปจนผมไม่สามารถเคลื่อนใหวได้ตามใจนึกร่างกายผมมันไม่ยอมรับคำสั่งอะไรอีกแล้ว .......เมื่อเห็นผมเป็นแบบนี้....เด็กสาวราวกับตัดสินใจทันที เธอพุ่งตัวออกมานอกอาคาร ทันทีที่พ้นตัวอาคาร ตอนนั้นเอง เช่นเดียวกับผม........ร่างของเด็กสาวผู้มีผมสีทองก็ถูกแผดเผา แต่ดูเหมือนเธอจะไม่แยแสเลยที่มันเป็นแบบนั้น เธอวิ่งมาที่ผมจากนั้นก็จับตัวผมที่กำลังจะกลายเป็นซาก....แล้วลากทันที ไฟเริ่มขยายตัวลุกลามมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความเร็วที่เธอลากผมด้วยเช่นกัน ผมสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเธอ.... พลังอันมหาศาลในร่างกายที่ดูราวกับเด็กๆ เรียวแขนที่ผอมบางแต่เปี่ยมด้วยกำลังที่เหลือล้น........แต่ไม่มากพอที่จะอุ้มผมไป(ที่จริงคงได้แค่แบกล่ะนะ) ทำได้เพียงแค่ลาก ลากไปทั้งๆที่กำลังใหม้อยู่.... ราวกับว่าแม้กำลังจะถูกไฟเผาอยู่มันก็ไม่ส่งผลอะไรใดๆกับเธอเลย...........แต่หลังจากที่เด็กสาวลากผมที่กำลังลุกเป็นไฟเข้าไปในตัวอาคารที่แสงแดดส่องไปไม่ถึงซึ่งมันก็กินเวลาชั่วระยะหนึ่งเหมือนกัน เรื่องที่น่าแปลกใจอีกเรื่องก็เกิดขึ้นกับผม... ร่างกายของผม.... แล้วก็ร่างกายของเด็กสาวผมทองที่เคยถูกหุ้มด้วยเปลวไฟ ทันทีที่เข้ามาข้างในนี้เปลวไฟกลับอันตรธานไปจนหมด....ราวกับเวทย์มนต์ยังใงยังงั้น.... ไม่ใช่แค่นั้น..........แม้แต่รอยแผลไฟใหม้ก็ไม่มี อีกทั้งเสื้อผ้าเองก็ไม่มีซักที่ที่ดูเหมือนโดนเผา อย่างกับว่ากำลังใส่ชุดพรางตัวอยู่ทำนองนั้นเลย เด็กสาวผมทองในชุดวันพีชบางเบาเองก็อยู่ในสภาพเดียวกันกับผม.... "เอ๋...เอ๋....เอ๋!!!!!!!!!!!" "ให้ตายสิ" ท่ามกลางดวงตาที่กำลังฟ้าฟาง....เด็กสาวเริ่มกล่าวคำพูด "เจ้านึกบ้าอะไรจึงออกไปเดินท่ามกลางดวงตะวันเช่นนั้น......เราเพียงแค่นอนหลับไปชั่วครู่แต่เจ้ากลับทำเช่นนี้ เจ้าอยากจะตายมากนักหรือไร? หากว่าเป็นแวมไพร์ปรกติเจ้าคงจะสลายไปก่อนที่จะรู้สึกตัวแล้วด้วยซ้ำ!" "เอ๋" "คราวหลังอย่าแม้แต่จะออกไปข้างนอกหากว่าดวงตะวันยังส่องแสงอยู่ แม้เจ้าจะดูเหมือนเป็นอมตะแต่เจ้าก็ยังจะถูกมันผลาญเผา เจ้าจะคืนชีพ ถูกเผา คืนชีพ ถูกเผา เป็นล้านๆรอบ ตราบจนกว่าพลังในการคืนชีพของเจ้าจะหมดลงหรือดวงตะวันจะลับตาเจ้าจักต้องพบกับนรกเช่นนั้นไปเรื่อยๆ เพราะเจ้าในตอนนี้คือผู้มีพลังแห่งแวมไพร์แล้ว......" "เอ๋ --------------------!!!!!" แวมไพร์!? เอ่อ...เดี๋ยวสิ....นี่ไม่ใช่ความฝันรึการเข้าใจผิดใช่มั๊ย? "เอ่อ....อ่าโน....แล้ว....คุณ....คุณคือ?" เรือนผมสีทอง...ชุดขาวบางเบา และดวงตาที่แสนจะเย็นชา.... ไม่ใช่...อายุต่างกันมากเกินไป.........................เธอที่กำลังจะตายคนนั้นที่ผมเห็น แม้จะกะคะเนอายุไม่ตรงมากซักเท่าไหร่แต่ไม่ว่าจะดูยังใงเธอก็น่าจะอายุยี่สิบเจ็ดปีเป็นอย่างน้อย... ทั้งหมดมันห่างจากเด็กผู้หญิงอายุสิบขวบคนนี้มากเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น...อวัยวะ แขนขวา , แขนซ้าย , ขาขวา , ขาซ้าย...เด็กสาวผมทองคนนี้มีครบถ้วน ยัยเด็กสิบขวบคนนี้มีอวัยวะพวกนี้เหมือนปรกติ เทียบกับเธอที่แขนขาถูกสะบั้น......................มันต่างกันโดยสิ้นเชิง... แต่... มันมีความคล้ายกันอยู่มาก ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็ตอนที่คุณมองไปในปากของเธอเวลาเธอพูดคุณจะมองเห็นเขี้ยวเล็กๆที่ขาวสะอาด.........แล้วก็ยังมี....... "อา....แฮ่ม..." เธอพยักหน้าเล็กน้อย... จากนั้นด้วยความมั่นใจอะไรซักอย่าง เด็กสาวเชิดอก(ที่ไม่ค่อยจะมี)ขึ้นแล้วกล่าวว่า.... "นี่เราเอง...คิสช็อท - อาเซโรร่าโอไรออน - ฮาร์ทอันเดอร์เบลด อ้อ...เจ้าจะเรียกเราว่าฮาร์ทอันเดอร์เบลดก็ได้" จากนั้นเธอก็พูดเรื่องที่ชวนอึ้งต่อมาอีกเรื่องหน้าตาเฉย "ชั่วระยะเวลาสี่ร้อยปีเราเคยสร้างผู้รับใช้เพียงสองตนเท่านั้น....หืม?...หากจะวัดกันที่พลังในการคืนชีพของเจ้านับว่าเจ้าลืมตาตื่นขึ้นมาได้อย่างงดงาม และดูไปแล้วเราก็ไม่เห็นวี่แววว่าเจ้าจะบ้าคลั่งด้วยเช่นกัน ที่จริงตอนแรกเราก็ค่อนข้างเป็นห่วงเล็กน้อยที่เจ้าไม่ยอมลืมตาขึ้นมาสักทีล่ะนะ" "ผะ.....ผู้รับใช้เรอะ?" "ใช่แล้ว เจ้า....อืม จะว่าไปเราก็กำลังนึกได้ เรายังไม่รู้ชื่อของเจ้าเลย...อืม แต่ก็นะ ชื่อของเจ้าที่เคยใช้มาตราบจนบัดนี้มันคงไม่มีความหมายอะไรสำหรับเจ้าอีกแล้ว ใช่ใหมล่ะ ผู้รับใช้แห่งเรา" เธอหัวเราะน้อยๆ แต่เป็นการหัวเราะที่แฝงใว้ซึ่งความชั่วร้าย... "ยินดีต้อนรับ.........สู่โลกายามราตรี
จากคุณ |
:
Fate Linegod
|
เขียนเมื่อ |
:
22 ม.ค. 55 17:16:35
|
|
|
|
 |