CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    ดูแล้วมาคุยกัน....The Chorus (Les Choristes) , ง่ายๆแต่ได้ใจ

      ชอบมาก ห้ามพลาด (15 คน)
      ชอบแต่ยังไม่ที่สุด (6 คน)
      เฉยๆ (2 คน)
      ไม่ค่อยชอบ รอดูแผ่นก็ได้ไม่ต้องไปโรง (0 คน)
      ไม่ชอบ เสียดายตังค์ (0 คน)

    จำนวนผู้ร่วมโหวตทั้งหมด 23 คน

     65.22%
     26.09%
     8.70%
     0.00%
     0.00%


    .....เลือกอ่านเรื่องนี้พร้อมรูปและความเห็นอื่นได้อีกที่http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=1&month=04-2005&date=12&blog=1

    .......ดนตรีเป็นภาษาสากลที่ไม่ว่าชาติใดก็สามารถรับรู้ความรู้สึกที่สื่อออกมาทางท่วงทำนองได้แม้ว่าจะไม่เข้าใจภาษาของชาตินั้นก็ตาม แม้แต่คนที่สูญเสียประสาทสัมผัสในการได้ยินก็ยังสามารถที่จะสัมผัสกับดนตรีได้อาทิเช่น บีโธเฟ่น หรือล่าสุดที่เพิ่งมีหนังสารคดีของEvelyn Glennie  นักดนตรีหูหนวกมือโซโลเพอร์คัสชั่นที่มีชื่อเสียงเธอเรียนรู้เสียงสูงต่ำจากการสัมผัสทางผิวหนัง ดนตรีไม่เพียงแต่เป็นการผ่อนคลาย การใช้ดนตรีเพื่อบำบัดรักษาหรือMusic Therapyได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการมีกระทั่งJournal of Music Therapy  หรือหากจะค้นหาในอินเตอร์เน็ตเพียงใส่คำว่าMozart effect ก็จะพบบทความที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ดนตรีสามารถบำบัดได้ทั้งภาวะร่างกายและจิตใจ มีงานวิจัยจำนวนมากที่ศึกษาว่าดนตรีสามารถลดความตึงเครียด ช่วยผ่อนคลาย เพิ่มสมาธิ ช่วยการทำงานของความจำในผู้ป่วยสมองเสื่อม  หรือแม้แต่ลดจำนวนครั้งของการเกิดโรคลมชัก ฯลฯ นอกจากเป็นการรักษาแล้วดนตรีก็ยังเป็นอีกหนึ่งการปลดปล่อยระบายออกของความรู้สึกที่อยู่ในใจของคนเราอีกด้วย


    …..หนังใช้สูตรสำเร็จแทบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นตัวละครผู้กระทำที่ไม่เคยเข้าใจใครอาจเป็นผู้คุมจอมโหดหรือในเรื่องนี้เป็นครูใหญ่ มีตัวละครผู้ถูกกระทำที่เป็นอาจเป็นนักโทษหรือเด็กนักเรียน และจะต้องมีขบถที่สุดท้ายกลับใจ พร้อมกับการมาตัวละครเอกซึ่งอาจเป็นฝ่ายใดก็ได้แต่จะเป็นตัวปลดปล่อยให้กับผู้ถูกกระทำ (ที่พบเห็นได้ตั้งแต่Dead poet society , The Last Castle ,Shawshank Redemption ,Monalisa smile ฯลฯ) มาผสมผสานกับเรื่องราวของดนตรี ในเรื่องนี้ก็คงสูตรนี้ไว้ทุกประการไม่ยากต่อการคาดเดาแต่อย่างไรว่าหนังจะไปในทิศทางใด เราสามารถเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมาในฉากนั้นๆ เช่น ฉากที่แม่ของMorhangeนัดครูMathie ออกไปเจอที่ร้านอาหารหรือการที่ครูMathieuพานักเรียนออกไปเที่ยวนอกโรงเรียน การที่หนังจับประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียนก็ค่อนข้างง่ายและตื้นเขิน ตัวละครก็แบ่งขาวดำชัดเจน(เช่นตัวครูใหญ่ก็ไม่ต่างจากผู้คุมใจร้ายที่มีแต่สีดำ) แล้วอะไรที่ทำให้หนังสูตรสำเร็จเรื่องนี้เป็นตัวแทนประเทศฝรั่งเศสเข้าชิงรางวัลoscarและทำรายได้สูงสุดในปีที่ผานมา และชนะใจใครต่อใครหลายคนรวมทั้งผมเอง?

    ….การก้าวเข้ามาของครู Mathieu มาสู่โรงเรียนกินนอนประจำที่มีหลักจัดการกับเด็กนักเรียนด้วยวิธีแรงมาก็ต้องแรงตอบ(Action-Reaction) ครูใหญ่อาจคิดว่าหลักการนี้จะสามารถจัดการกับความดื้อรั้น ความรุนแรงได้หากลืมไปว่าหลักการนี้ในอีกมุมก็เหมือนกับการดึงเชือกฝ่ายหนึ่งดึงอีกฝ่ายก็จะดึงกลับ เมื่อการสื่อสารระหว่างกันไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้การพูดคุยระหว่างกันก็เป็นแค่การส่งต่อของคำพูดแต่ไม่สามารถที่จะเชื่อมต่อใจถึงกันได้ ดังนั้นสิ่งที่อาจเปลี่ยนแปลงได้คือครูใหญ่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กได้เป็นบางครั้งแต่เขาไม่สามารถเปลี่ยนตัวตนภายในเด็กคนนั้นได้ พฤติกรรมเป็นแค่การระบายออกของสิ่งที่อยู่ภายใน หากเทียบกับหัวหอมพฤติกรรมก็อาจจะเป็นแค่เปลือกนอกที่สุด การที่เราด่าใครทะเลาะกับใคร การที่เราตะโกนโห่ร้องดีใจ ล้วนมาจากความรู้สึกที่อยู่ภายใน หากเอาพลาสเตอร์ปิดปากได้ก็จะหยุดการทะเลาะ การด่า การตะโกนได้แต่ไม่สามารถที่จะจัดการกับความรู้สึกภายในได้อยู่ดี

    .....ครู Mathieuต่างจากครูใหญ่คือเขาเลือกที่จะพยายามเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กเหล่านั้น เขาไม่ได้มุ่งมองแต่ที่พฤติกรรมแต่มองเข้าไปในใจของลูกศิษย์ เมื่อลูกศิษย์ทำผิดเขาไม่เลือกวิธีลงโทษเด็กด้วยความรุนแรงตอบ(Action-Reaction) หากเขาทำโทษโดยให้เด็กได้รับรู้ว่าสิ่งที่เด็กคนนั้นทำไปเกิดผลอะไรและคนผิดต้องเรียนรู้ในการรับผิดชอบกับผลนั้นๆ(เช่นการให้เด็กต้องไปดูแลคนที่เขาทำร้าย)

    .....เด็กที่เดิมเรียนรู้แต่การเรียนๆเล่นๆแกล้งคนอื่นไปวันๆ บางคนก็ได้แต่เฝ้ารอพ่อแม่ที่ไม่มีวันกลับมา เมื่อทำผิดก็ได้แต่ลงโทษและพ้นโทษก็ออกมาประพฤติตัวซ้ำๆเดิม การก้าวเข้ามาของครู Mathieuเป็นเสมือนการมาประตูบานเล็กๆที่อาจไม่ประสบความสำเร็จในวงดนตรีเหมือนกับครู HollandในMr. Holland's Opus ไม่ได้มาปฏิวัติตัวตนจิตวิญญาณของเหล่านักเรียนอย่างยิ่งใหญ่อย่างครูKeatingในDead Poets Society หรือทำให้เด็กนักเรียนได้มีเส้นทางเดินของตัวเองชัดเจนโดยครูKatherine WatsonในMona Lisa Smile

    ....มิหนำซ้ำในตอนต้นลูกศิษย์ของเขาที่โตแล้วยังแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าครูของเขาคนนี้ชื่ออะไร หนังมีบทสรุปตอนท้ายว่าเป็นเพียงสิ่งเล็กๆที่ครูMathieuได้ทิ้งไว้ ความสำเร็จเล็กๆของครูMathieuนี้อาจมิใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งเล็กๆนี้มิใช่หรือที่ทำให้Morhangeได้เป็นมากกว่าเด็กมีปัญหาที่คอยหนีเรียน ทำให้เด็กนักเรียนในชั้นรู้จักการรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง ได้รู้จักดนตรี รู้ว่าตัวเองก็มีคุณค่าไม่ใช่เด็กเหลือขอที่อยู่อย่างไร้ค่าไปวันๆ และที่สำคัญได้รับรู้ว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พร้อมจะเข้าใจและสนใจเขาอย่างจริงจัง

    ....เรามักจะจำได้แต่คนที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตของเราเสมอ หากมองย้อนกลับไปตัวเราทุกวันนี้ที่ยืนหยัดอยู่  ชีวิตที่เราเป็น สิ่งที่เรามี หากคิดตั้งใจมองกลับไปคงมีใครหลายคนที่เคยเปิดประตูบานเล็กๆให้กับเรา ใครหลายคนที่อาจเป็นแค่คนเล็กๆอาจเป็นครูวิชาอังกฤษสมัยประถมที่สอนให้ตั้งใจเรียนและคอยเอาใจใส่ อาจเป็นคุณตาข้างบ้านที่สอนความมีน้ำใจผ่านการหยิบยื่นผลไม้เล็กๆน้อยๆ อาจไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่แต่ใครเหล่านั้นต่างล้วนคือคนที่มีส่วนในการที่ทำให้เราเป็นเราได้ในทุกวันนี้และมักจะเป็นคนที่เรามักจะลืมอยู่เสมอ โดยหารู้ไม่ว่าสิ่งเล็กๆเหล่านี้นั้นมันยิ่งใหญ่มากเพียงใด

    ....หนังเล่าเรื่องได้ชนิดที่เรียกว่าเรื่อยๆมาก ไม่ซับซ้อนไม่มีความขัดแย้งในตัวละครให้มากมาย ตัวละครระบายสีขาวดำไว้ชัดเจน บทที่จะเร่งเร้าอารมณ์เอาให้คนดูตายคาจอหนังก็ไม่ทำ(เช่นฉากโชว์การร้องประสานเสียงหากเป็นหนังสูตรสำเร็จจริงอาจต้องตามมาด้วยซีนความตื่นตะลึงประทับใจถล่มทลายของคนดูแต่นี่กลับจบเพียงแค่การให้นักเรียนคนหนึ่งกลับมาร้องเพลง) การแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตัวนักเรียนผมว่ามันก็ว่ากันง่ายๆ  แต่ในบรรดาความง่ายและเรียบเรื่อยของหนังนี่เองที่ผมคิดว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะมาจับใจคนดูได้ง่ายๆไปด้วยหากไม่สามารถดึงอารมณ์คนดูไปกับหนังได้ จุดนี้เองที่ทำให้หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จทั้งเงินและกล่องในวงกว้างเพราะ ผู้กำกับคุมอารมณ์ของหนังและดำเนินเรื่องได้สม่ำเสมอ ขณะดูทำให้คนดูเชื่อได้ว่าเพลงของเด็กนักเรียนเหล่านี้ทำให้เกิดอะไรขึ้นบางอย่างในใจของพวกเขาอย่างแน่นอน ถ้าเทียบหนังเรื่องนี้กับเครื่องยนต์ต้องบอกได้ว่าหนังขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวลไม่กระตุกไม่กระโชกโฮกฮาก คนดูไม่ต้องพยายามที่จะต้องมานั่งวิเคราะห์รายละเอียดหากแต่หลับตานั่งไปเรื่อยๆจะพบกับความสุขที่หนังเรื่องนี้มอบให้ และเมื่อถึงปลายทางหนังก็จบลงเหมือนกับเครื่องยนต์ที่ดับอย่างแผ่วเบา ง่ายๆ แต่ได้ใจ ผมเชื่อว่าดนตรีและเสียงประสานในหนังคงไม่ได้ส่งผลแต่เฉพาะเด็กนักเรียนและครูในโรงเรียนเท่านั้นแต่ยังมีส่วนที่ทำให้96 นาทีในโรงสกาล่ารอบ20.30น.ของผมและคนดูอื่นๆได้มีความสุขไปกับหนังเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

    สิ่งที่ชอบsmile

    1.ง่ายๆแต่ได้ใจ.....ขนบเดิม เดาได้ ไม่มีปมหรือพัฒนาการของเนื้อหาหรือตัวละครอะไรที่เหนือกว่าหนังในแนวทางนี้เรื่องอื่น หนังเป็นสูตรสำเร็จในการสร้างความรู้สึกดีกับคนดูจริงแต่หนังใช้เพียงสูตรมาเป็นกรอบเท่านั้นหนังจงใจสร้างเนื้อหาที่เร้าอารมณ์แต่หนังไม่ได้จงใจเร้าอารมณ์   ผมคิดว่าหนังที่จงใจสร้างความรู้สึกดีไม่ใช่เรื่องที่แย่เสมอไปขึ้นกับว่าผู้กำกับรู้จุดมุ่งหมายตัวเองแม่นยำในหนังตัวเองมากเพียงใด ไม่จำเป็นต้องมีความทะเยอทะยานมากมาย หนังง่ายๆเรื่องหนึ่งหากใส่ใจไม่มักง่ายและเข้าใจกับมันเชื่อว่าคนดูก็พร้อมจะอ้าแขนรับเสมอ หนังเรื่องนี้จึงได้ใจไปอย่างง่ายดาย ทั้งด้วยการเล่าลำดับเรื่อง การแสดงของทีมนักแสดงและที่สำคัญเสียงประสาน บทเพลง เสียงดนตรีในเรื่อง

    2.ทีมนักแสดง....แม้ว่าหนังจะระบายสีตัวละครให้ดำขาวชัดเจน แต่ตัวละครทุกตัวนั้นก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ดีไม่มากไม่น้อยจนเกินไป(ยกเว้นครูใหญ่ที่ตอนท้ายออกจะกลายเป็นคาแรกเตอร์ด้านเดียวเหมือนผู้คุมในShawshank Redemptionมากไปหน่อย แถมหน้าตาท่าทางยังคล้ายกันอีก)  ผมชอบการแสดงของ Gérard Jugnot ในบทครู Mathieu เขาไม่ได้ก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจแบบGTO ไม่ได้อ่อนเชิงไร้ประสบการณ์ แต่แววตาการแสดงออกของเขามันบ่งบอกได้ถึงความท้าทาย ความหวั่นใจ และความใส่ใจต่อเด็กนักเรียนมากเพียงใด

    3.ดนตรี เพลงและเสียงประสาน....หากคุณรู้สึกว่าหนังน่าเบื่อไม่มีอะไรแปลกใหม่แต่ผมก็เชื่อเหลือเกินว่าดนตรีช่วยคุณได้555(พิมพ์เลข5ก็อดนึกถึง5+3ในเรื่องไม่ได้haha)แค่การได้ฟังเพลงในเรื่องประกอบภาพบนจอก็เป็นความรื่นรมย์แล้ว

    4.ฉากจบ....ง่ายดีครับ ผมชอบ หนังตอบความคาดหวังและความเคยชินคนดู(ที่อาจจะคาดว่าต้องมีการประท้วง ร้องเพลงข้ามวันข้ามคืน ฯลฯ)ผ่านความคิดของ Mathieuที่เอ่ยออกมาตอนที่เดินออกจากโรงเรียนว่าหรือจะมีเด็กๆกล้าขัดคำสั่งมาร่ำร้องบอกลาแต่ไม่มีอะไรยิ่งใหญ่ปานนั้น มีเพียงการกระทำเล็กๆเท่านั้นที่เด็กเหล่านั้นมอบให้กับครูMathieu และเพียงเท่านี้แหละก็มีคุณค่าเพียงพอแล้วสำหรับเขาและคนดู

    4.ซับไตเติลไทย...ที่ชอบมิใช่เป็นเพียงเพราะเป็นชื่อคุณเจไดยุทธที่คุ้นเคยจากพันทิพ แต่เป็นเพราะการแปลที่จับใจความและเข้าใจง่าย ภาษาสละสลวยกลมกลืนน่าชื่นชม


    สิ่งที่ชอบน้อยmad

    1.ความง่ายและตื้น....มันอดไม่ได้อยู่เหมือนกัน ที่จะเผลอไปสนใจในรายละเอียดแล้วก็จะทำให้รู้สึกว่าทำไมอะไรมันช่างง่ายดายปานนี้ พัฒนาการที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนมันดูง่ายดายเหลือเกิน แล้วจะว่าไปมันก็ไม่รู้มันไปเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง? อย่างที่ผมรู้สึกคือหนังจับประเด็นตื้นๆไม่ลงลึกอะไรมากมายแต่ก็เดาไม่ได้เหมือนกันว่าถ้าหนังลงลึกไปมากกว่านี้ใส่รายละเอียดในตัวละครมากไปกว่านี้ สมดุลย์ของหนังจะเสียไปด้วยหรือไม่

    สรุป.....ไม่รู้ว่าการที่ผมรักหนังเรื่องนี้จะเป็นเพราะมีหลายส่วนที่ตรงกับตัวเองด้วยหรือไม่ทั้งการที่ตัวเองก็เคยอยู่โรงเรียนประจำ เคยมีครูดีๆที่ใส่ใจกับลูกศิษย์แบบนี้จริง(สำหรับตัวเองหนังเรื่องนี้มีอารมณ์ของการถวิลหาอดีต(Nostalgia)อยู่มากโขขณะดูอยู่ก็ยังอดคิดถึงครูสมัยมัธยมท่านหนึ่งของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ครูของผมช่างเหมือนกับครูคนนี้เหลือเกินทั้งรูปร่างหน้าตาและจิตใจ) จึงทำให้เป็นอีก1ช่วงเวลาของการดูหนังที่ผมมีความสุขมากตลอดช่วงเวลาที่ดู แม้ว่าหนังจะจงใจสร้างความประทับใจสำหรับผมแต่มันได้ผลอย่างเต็มที่ ความรู้สึกผ่อนคลายระหว่างชม เสียงดนตรีที่ขับขานในหนังที่ใครต่อใครคงตกหลุมรักเป็นแน่(ผมคนหนึ่งที่อยากได้OST.มาไว้ในครอบครองเหลือเกิน) เป็นภาพยนตร์ที่ง่ายๆแต่ได้ใจไปเต็มๆ

    ปล...ช่วงนี้กำลังขะมักเขม้นกับการชำแหละรายละเอียดของหนังเรื่อง Mulholland dr. ผมเพิ่งค้นพบเมื่อหยิบกลับมาดูอีกรอบว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ยิ่งดูยิ่งค้นพบยิ่งสนุกกับการค้นหาหรือจะตีความก็ทำได้ สนุกกว่าmementoที่หากดูรอบ2หรือ3ก็จะเปลือยเปล่าไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นแล้ว เสร็จเมื่อไหร่มาคุยกันครับหรือถ้าใครยังไม่เคยดูหรือเป็นคนชอบดูหนังช่างคิดขอแนะนำหนังนัวร์ๆแต่บทเจ๋งมากมายของเดวิด ลินช์เรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง

    แก้ไขเมื่อ 12 เม.ย. 48 23:57:14

    แก้ไขเมื่อ 12 เม.ย. 48 13:04:11

    แก้ไขเมื่อ 12 เม.ย. 48 10:13:28

    แก้ไขเมื่อ 12 เม.ย. 48 10:07:42

    จากคุณ : "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" - [ 12 เม.ย. 48 10:07:00 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป