CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangGameRoom


    ดูแล้วมาคุยกัน.... A Lot Like Love , รักด้วยใจแต่ตัดสินใจด้วยสมอง

      ชอบมากห้ามพลาด (4 คน)
      ชอบแต่ยังไม่ที่สุด (6 คน)
      เฉยๆ (2 คน)
      ไม่ค่อยชอบ รอแผ่นก็ได้ไม่ต้องไปโรง (0 คน)
      ไม่ชอบ (0 คน)

    จำนวนผู้ร่วมโหวตทั้งหมด 12 คน

     33.33%
     50.00%
     16.67%
     0.00%
     0.00%


    ...เลือกอ่านเรื่องนี้พร้อมรูปได้ที่ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=05-2005&date=18&group=1&blog=1


    “ความรักบางครั้งเรารู้สึกว่ามันใช่แต่เราก็ไม่กล้าจะเข้าไปหา บางครั้งมันวิ่งเข้ามาหาแต่เราก็วิ่งหนี บางครั้งเมื่อเรารู้ตัวมันก็เกือบสายเกินไป”

    หากวันแรกเมื่อ7ปีก่อนEmilyรับการเข้ามาของOliverทั้งคู่ก็อาจมีวันเวลาที่ดีด้วยกันต่อเนื่องมาหรือไม่ก็อาจแยกย้ายกันไปไม่มีชีวิตคู่ร่วมกันไม่เจอกันอีกเลย แต่เราไม่สามารถที่จะรู้ได้ว่าอะไรที่จะรอคอยเราอยู่ ความรักบางครั้งเป็นเรื่องของกระแสลมที่มันพัดผ่านเราไม่ให้รู้ตัว บางครั้งพัดผ่านมาแล้วก็พัดผ่านไป บางครั้งสมองเราไม่แน่ใจว่าใครคนนั้นคือคนที่ใช่หรือเปล่า หลายครั้งที่เราสัมผัสได้แต่เรากลับปล่อยมันผ่านไปเพราะความกลัวความไม่แน่ใจไม่กล้าที่จะเปิดใจต้อนรับมันเข้ามา แต่บางครั้งหากให้ร่างกายกับหัวใจเป็นตัวช่วยในการหาคำตอบเราอาจพบว่า ใครที่เราอยู่ด้วยแล้วรู้สึกเป็นตัวของตัวเองได้มากที่สุด ใครที่เราคิดถึงเขาเสมอเมื่อเราทุกข์ ใครที่แปรเปลี่ยนความทุกข์ของเราให้กลายเป็นความสุขได้เสมอ ใครที่หัวเราะร้องเพลงพูดจาไปกับเราได้ในจังหวะเดียวกัน ใครบางคนที่ใช้ชีวิตในจังหวะชีวิตเดียวกับเราฯลฯ ใครคนนั้นอาจเป็นคนที่เราคิดว่าไม่ใช่แต่เป็นคนที่ใจเราอยากอยู่ด้วยมาตลอด

    ......เหมือนที่Oliverและ Emilyเคยพบและใช้ชีวิตร่วมกันครั้งแล้วครั้งเล่า Oliverคิดถึง Emilyทุกครั้งที่มีปัญหา Emilyมี Oliverเสมอเมื่อเธอไม่มีใคร แต่ทั้งคู่ไม่เคยมีกันและกันเมื่อมาเจอกันแล้วก็แยกจากกันไป เพราะ Emily คิดว่าเขาไม่ใช่สเปคของเธอเขาไม่ได้เข้ามาหาเธอก่อนอย่างที่เธอหวัง และOliverคิดว่าตัวเขาเองยังไม่พร้อม เขายังไม่มั่นคง ความคิดคือสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ต้องจากกันครั้งแล้วครั้งเล่าแต่เราในฐานะคนดูมองย้อนกลับไปเราก็จะเห็นว่าทุกครั้งที่ทั้งคู่อยู่ร่วมกันทั้งคู่มีความสุขเวลามีกันและกัน ทั้งคู่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองและโลดแล่นในความรักของกันและกันในจังหวะชีวิตเดียวกัน

    .....กี่ครั้งที่โอกาสหลุดลอยไปเพราะเราไม่พูดมันออกมา กี่ครั้งที่เราต้องมานั่งพร่ำเพ้อเสียใจถึงสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำ ชีวิตจริงเราย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้และเราไม่ได้มีโอกาสที่จะโชคดีเหมือนกับOliverและEmilyในท้ายที่สุดเสมอไป คำพูดหนึ่งในหนังที่ผมดูที่โรงสยามรอบ18.30น.เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาแล้วรู้สึกชอบและมันช่วยในการเลือกใช้ชีวิต คือ คำพูดของพี่ชายOliverที่มาบอกว่า ชีวิตหากรอตั้งหลักก่อนจึงจะเริ่มใช้ เราคงไม่ได้ใช้ชีวิตกันพอดี

    .....หนังเล่าเรื่องย้อนไป7ปีก่อน ที่ต่างคนต่างรักต่างพลัดต่างพรากแยกจากแล้วกลับมาพบกันใหม่ เรื่องราวรักใคร่ไปๆมาๆของทั้งOliverและEmily ถ้าจะมองว่าน่ารักมันก็น่ารักดีแต่หนังไม่ได้มีความลึกอะไรในความหมายการกระทำของตัวละครเลยแม้แต่น้อย หนังสัมผัสความรู้สึกและความคิดของตัวละครอย่างบางเบาไม่ยอมให้คนดูได้เข้าใจว่าเพราะอะไรทั้งคู่ถึงทำแบบนั้น

    .....ตัวประกอบในหนังโรแมนติกเป็นส่วนประกอบสำคัญเสมอในการประสบความสำเร็จของหนัง(ลองคิดถึงเพื่อนพระเอกในNotting hill หรือหนังเดี๋ยวรักเดี๋ยวจากเหมือนกันอย่างFour wedding and a funeralว่าช่วยเสริมความน่ารักน่าสนใจให้กับหนังได้มากแค่ไหน) กับเรื่องนี้ตัวประกอบที่หนังอุตส่าห์ใส่ลักษณะที่น่าสนใจอย่างพี่ชายที่เป็นใบ้ของพระเอกเข้ามาแต่กลับใช้ประโยชน์จากคาแรกเตอร์นี้น้อยมาก ใส่เข้ามาเพื่อให้มีแต่ไม่ใช้ส่วนนี้ในการสร้างเสน่ห์หรือเรื่องราว ผมประทับใจหลายฉากในหนังตัวอย่างมากแต่เมื่อมันมาอยู่ในหนัง มันกลับให้อารมณ์ความรู้สึกได้น้อยกว่าหนังตัวอย่างมาก เป็นเพราะหนังไม่ทอดอารมณ์ต่อเนื่องหลังจากตีคนดูด้วยฉากเด็ดนั้นแล้ว เหมือนกับพอปล่อยช็อตสำคัญออกมาไม่ตามอารมณ์ในฉากนั้นต่อไปมันเลยให้ความรู้สึกแกนๆแห้งๆไม่ซาบซึ้งได้เท่าที่ควร

    .....สิ่งที่ผมรู้สึกว่าหนังเหือดแห้งอย่างน่าใจหายคือเรื่องของอารมณ์ความรู้สึก หนังมีอยู่เป็นบางช่วงแต่ไม่ใช่กับภาพรวมของหนังทั้งหมด หนังอาศัยเสน่ห์ของทั้งAshton Kutcherที่มาทั้งลีลาซื่อ/เหวอ/เซ่อ/เท่ฯลฯเรียกรอยยิ้มจากคนดู(โดยเฉพาะสาวๆ)ได้อย่างเต็มเปี่ยมบวกกับความน่ารักขี้เล่นแก่นเหมือนลูกแมวที่แฝงความดื้อรั้นอย่างAmanda Peet ทั้งคู่เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็มีพลังในระดับหนึ่งที่พอเพียงจะผลักดันเรื่องราวของหนังไปข้างหน้าด้วยความน่ารักและความเป็นธรรมชาติเมื่อทั้งคู่อยู่ร่วมกันในจอ บวกกับหลายฉากที่ถ่ายภาพออกมาได้สวยงามเมื่อมาเจอกับเพลงรุ่นเดียวกับผม(รุ่นเริ่มจะแก่อย่างบองโจวี่ หรือ Chicago)มันก็ทำให้ฉากนั้นดูดีขึ้นมาอย่างทันใด ทำให้หนังเดินเรื่องไปข้างหน้าอย่างน่ารักๆอมยิ้มได้เป็นพักๆได้ข้อคิดบ้างแต่ไม่โดนใจ

    สิ่งที่ชอบ smile

    1.ฉากบนรถ.....ที่Oliverบ่นถึงชีวิตคู่ที่ล้มเหลวในขณะที่Emilyก็เปิดเพลงIf you leave me nowของChicagoร้องคลอไปโดยไม่สนใจและพยายามที่จะให้เขามาร้องเพลงเดียวกับเธอ จนในที่สุดทั้งคู่ก็กลับมาสู่จังหวะชีวิตเดียวกัน ไม่ว่าชีวิตจะเลวร้ายแค่ไหนถ้าเรามีใครสักคนที่รู้จังหวะชีวิตของเราและเขาใช้ชีวิตในจังหวะเดียวกับเรา แล้วทำให้เรามีความสุขขึ้นมาได้แม้เพียงเสี้ยวเวลาหนึ่งมันก็วิเศษที่สุดแล้ว

    2.ฉากจูบในงานปีใหม่..ท่ามกลางความอลหม่านที่เกิดรอบตัวและความว้าวุ่นที่เกิดในใจ ในช่วงเวลาของการขึ้นปีใหม่ ในวินาทีนั้นEmilyมีOliverที่เป็นผู้ฝ่าความสับสนรอบตัวมาอยู่เคียงคู่กับเธอ คนหนึ่งรอคอยและอีกคนหนึ่งตามหาและมาบรรจบกันเติมเต็มกันและกัน เป็นฉากที่ได้ใจผมมากสุดในเรื่อง

    3.เพลงประกอบ..ขนาดI’ll be there for you ของบองโจวี่ จะไม่ใช่เจ้าตัวร้องแต่เพลงนั้นในจังหวะนั้นก็เพราะได้ใจคนฟังไปเต็มๆรวมทั้งเพลงต่างๆอีกมากมายที่หนังเลือกใส่เข้ามา เป็นOST.ที่ไม่น่าพลาดเมื่อวางแผง

    4. Amanda Peet ....ไม่รู้ว่าผมเลือกเพราะผมเป็นหนุ่มๆหรือเปล่าเพราะสาวๆอาจเลือกชอบAshton Kutcher55 ผมรู้สึกว่าAshton Kutcherก็ขายเสน่ห์ได้ดีในระดับมาตรฐานของเขาอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้Amanda Peetมีหลายฉากที่เล่นได้โดนใจกว่า เช่น ฉากผิดหวัง ฉากที่ต้องตัดสินใจ ฉากสงสัยในความรู้สึกตัวเอง เป็นดาราสาวที่สวยและมีพัฒนาการฝีมือการแสดงมากขึ้นเรื่อยๆแต่มักตกไปอยู่ในหนังที่คนดูจดจำอย่างอื่นในเรื่องได้มากกว่า(เช่น Changing Lanes คนดูจำคู่ตัวเอกชาย/Identityคนดูจำพล้อตเรื่องที่น่าทึ่งและงงงวย/ Something's Gotta Giveคนดูมักจำอีกสามคนที่เป็นดารานำได้มากกว่า)

    5.หนังตัวอย่าง...น่ารัก ซาบซึ้ง มีเสน่ห์ชวนติดตามเป็นอย่างยิ่ง(ดูหนังตัวอย่างยังจี๊ดกว่าดูหนังทั้งเรื่อง) เป็นหนังตัวอย่างที่ทำออกมาได้ดีและเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจไปดูเรื่องนี้

    สิ่งที่ไม่ชอบ mad

    1.ไร้อารมณ์...ผู้กำกับขาดความละเอียดอ่อนในเรื่องอารมณ์ในหนังอยู่มาก หนังหลายเรื่องอาจเป็นเรื่องรักที่ใช้ความคิดแต่มันยังสื่ออารมณ์ในเรื่องความรักมาถึงคนดูได้ แต่หนังเรื่องนี้ผมกลับรู้สึกได้แค่ว่าน่ารักดีเท่านั้นเอง จริงอยู่การเล่าเรื่องมันบอกว่า ทั้งคู่มีกันและกันทั้งคู่ยังคงรอคอยกัน แต่สารที่หนังสื่อออกมามันแห้งแล้งไร้อารมณ์

    2. ขาดความเด็ด ไม่จี๊ด ไม่โดนใจ....หลายฉากที่หนังมีมันให้ความรู้สึกแบบแกนๆ จะเอาใจช่วยก็ทำให้เอาใจช่วยได้ไม่สุด(เช่นฉากลุ้นงานของพระเอก หรือ ฉากที่เสนอในที่ประชุม) จะซึ้งก็ไม่ซึ้งสุดๆ เหมือนกับหนังรู้ว่าจะสร้างอารมณ์ยังไงกับฉากนั้นแต่ยังไม่รู้วิธีที่จะจับคนดูให้อยู่หมัด จับได้แค่หลวมๆแล้วปล่อยผ่านไปมันทำให้ไม่มีฉากไหนเลยที่โดนใจอย่างจังเหมือนหนังรักทั่วๆไปที่ปกติจะทำออกมาได้แย่แค่ไหนก็จะยังมีฉากจี๊ดอยู่บ้าง

    3.ตัวประกอบไร้เสน่ห์...พี่พระเอก เพื่อนพระเอก เพื่อนนางเอก แม่พระเอก ฯลฯ ทุกคาแรคเตอร์เหมือนใส่เพื่อให้มีเท่านั้นเอง

    สรุป....ไม่เสียดายตังค์ แต่มีความรู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง หนังดูได้เรื่อยๆน่ารักๆไม่ได้ถึงขั้นน่าเบื่ออะไร แต่ผมชอบหนังตัวอย่างของเรื่องนี้มากกว่าหนังเรื่องนี้ทั้งเรื่องมากๆ



    haha แวะอ่านเรื่องเก่าๆเรื่องอื่นๆได้อีกที่
    http://aorta.bloggang.com (“เว็บนี้เค้าดีจริงเลยนะจอร์จ /โอ้วแน่นอนซาร่าห์มันมีแต่เรื่องหนังเต็มไปหมดเลย”)

    เฉิ่ม.. , คุณ"สมบัติ" อาจไม่ "ดีพร้อม"แต่ก็ดีเพียงพอ
    http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&month=05-2005&date=14&group=1&blog=1

    แก้ไขเมื่อ 18 พ.ค. 48 10:00:10

    จากคุณ : "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" - [ 18 พ.ค. 48 09:59:29 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป