Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
ทำอย่างไรให้ลูกเลิกกินนมขวดแล้วหันมาดื่มนมกล่อง ติดต่อทีมงาน

พอดีกำลังหาวิธีให้ลูกเลิกขวดนมค่ะ  ไปเจอวิธีที่น่าสนใจเลยลองรวบรวมมาให้อ่านกัน
ลองดูนะค่ะ ได้ผลยังไงบอกกันด้วยนะค่ะ หรือมีวิธีเด็ด ก็นำมาแนะนำกันบ้างนะค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าค่ะว่ามีวิธีไรบ้าง

A.
วิธีการหนึ่งที่ใช้ได้ดีในการเลิกนมขวดก็คือการค่อยๆ เจือจางนมในขวดลงครับ เช่นเริ่มจากในขวด 8 ออนซ์เราใส่นมแค่ 6 ออนซ็แล้วเติมน้ำสุกจนเต็ม ทำอย่างนี้ในทุกๆ ขวดตลอดทั้งวัน อีกสองสามวันต่อมาก็เจือจางต่ออีก คราวนี้ใส่นมแค่ 4 ออนซ์แล้วเติมน้ำอีก 4 ออนซ์ อีกสองวันก็ทำอีก สามวันต่อมาก็เจือจางต่ออีกขั้นหนึ่ง คือนมแค่ 2 ออนซ์ บวกน้ำ 6 ออนซ์ ภายใน 1 สัปดาห์ เขาก็จะได้นมขวดที่ไม่อร่อยมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

แต่เมื่อเขาจะกินนมจากล่อง หรือใส่แก้ว เราก็จะให้นมที่มีความเข้มข้นเต็มที่แก่เขา ส่วนนมเปรียวนั้นมีประโยชน์น้อยมากเมื่อเทียบกับนมโดยทั่วไปครับ ในนมเปรี้ยวมีการแต่งกลิ่นและรสมาก ให้มีรสหวานและมีกลิ่นผลไม้ต่างๆ เด็กจึงชอบ แต่คุณค่าทางอาหารจริงของนมเปรี้ยวมีน้องมากเมื่อเทียบกับนมที่มีปริมาตรเท่ากัน ยิ่งไปกว่านั้น นมเปรี้ยวกับมีราคาแพงกว่านม

แต่ด้วยเทคนิคการตลาดที่บริษัทผู้ค้าเหล่านี้พยายามโฆษณาว่านมเปรี้ยวคือนม ทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเข้าใจผิด และยอมให้ลูกทานนมเปรี้ยวเพื่อทดแทนนม แท้ที่จริงเราอาจให้นมเปรี้ยวเสริมเหมือนเป็นขนมหรือของหวานพิเศษนอกเหนือไปจากโควต้านมตามปกติที่เด็กต้องได้รับในแต่ละวันได้ครับ

โดย นพ.ทัศนวัต สมบุญธรรม กุมารแพทย์พัฒนาการเด็ก

B
ลูกติดขวดนมแล้ว  มีวิธีการและเทคนิค เลิกขวดนมอย่างไร


มีวิธีให้เด็กที่ติดขวดนมแล้ว เลิกใช้ขวดนมอย่างไรบ้าง  
ตอบ   วิธีการเลิกใช้ขวดนมอาจทำได้หลายวิธี

วิธีเลิกทันทีทันใด เหมาะกับเด็กที่ค่อยๆ ยอมเลิกขวดนมบ้างแล้วและไม่ค่อยสนใจขวดนมมาก เช่น ยังดูดขวด เพียงวันละ 1 – 2 มื้อ หรือ กรณีที่ติดขวดแล้วและลองใช้วิธี แบบค่อยเป็นค่อยไปแล้ว ไม่ได้ผล  
วิธีการ
-      บอกให้เด็กรู้ล่วงหน้า อย่างน้อย 1  สัปดาห์ ก่อนจะถึงเวลาให้เลิกใช้ เช่นบอกว่า  หนูโตแล้วถึงเวลาทิ้งขวด  เลิกดูดขวดนม
-      บอกเด็กทุกวันว่าอีกไม่นานหนูจะไม่ต้องใช้ขวดนมอีกแล้ว
-      เมื่อถึงเวลาเก็บขวดนม  ต้องเก็บให้พ้นสายตาเด็ก หรือให้เด็กช่วยแม่เก็บขวดนมใส่ถุงนำไปบริจาค หรือเอาไปทิ้งถังขยะ เขาจะได้ทราบว่าต้องตัดใจจากจริงๆ
-      ให้รางวัลเด็กเมื่อไม่ดูดขวดนมตลอดวันหรือตลอดคืนที่ผ่านมา
-      เตรียมน้ำหรือน้ำผลไม้ใส่แก้ว  พร้อมสำหรับเด็กดื่มเมื่อเด็กร้องหาขวดนม
-      ให้เด็กมีสิ่งของทดแทนขวดนม  อาจเป็นตุ๊กตาหรือของเล่นที่ชอบ  เอาไว้กอดเมื่อคิดถึงขวดนม



2. แบบทดแทน เหมาะกับเด็กที่ติดขวด  แต่ไม่ถือขวดนมติดตัวไปมา ไม่หลับคาขวดนม เด็กที่เริ่มใช้แก้ว ขณะทานอาหาร หรืออาหารว่างบ้างแล้ว
วิธีการ
-      ใช้แก้วหัดดื่มทั้งกับนม  น้ำดื่มและน้ำผลไม้  เพื่อให้เด็กคุ้นเคย
-      เริ่มฝึกอายุ  6  เดือนใช้แก้วหัดดื่ม  อาจให้เด็กเล่นแก้วหัดดื่มจนคุ้นเคยก่อน
-      การฝึกเด็กใช้แก้ว เริ่มจากให้เด็กฝึกจับแก้วเปล่าใบเล็กๆ พ่อแม่ยกแก้วจรดปากดื่ม ให้เด็กดูเป็นตัวอย่าง
-      ใส่น้ำปริมาณน้อยๆ ให้เด็กฝึกจิบก่อน  ระยะแรกเด็กอาจยังสำลักหรือทำน้ำหกเรี่ยราดบ้าง    
-      ให้เด็กใช้แก้วขณะทานอาหารทุกมื้อ ไม่ใช่ใช้เฉพาะเมื่อถึงมื้อนม
-      ไม่ให้เด็กถือขวดนมติดตัว
3. แบบค่อยเป็นค่อยไป เหมาะกับเด็กที่ติดขวดแล้ว  ส่วนใหญ่จะได้ผลใน 3 สัปดาห์
       วิธีการ
-      ค่อยๆ ลดขวดนมทีละน้อย ทีละ 1  ขวด ทุก 2 - 4 วัน โดยให้ดื่มนมจากแก้วแทน
-      ค่อยๆ ลดนมทีละขวด ค่อยๆ ลดมื้อที่ไม่สำคัญก่อน เช่น มื้อกลางวัน หรือมื้อดึก หลังเที่ยงคืน
-         หากเด็กงอแงอาจใส่น้ำให้เด็กดูดแทนนมในช่วงมื้อก่อนนอนหรือกลางวัน
-         ค่อยๆ ลดปริมาณนมมื้อดึก จาก 8 ออนซ์ เหลือ 4 ออนซ์ จนงดได้ในที่สุด
-         หากเด็กยังงอแง อาจใช้วิธีขยายจุกนมให้รูกว้างขึ้น เพื่อให้เด็กระมัดระวังการดูดมากขึ้น ไม่สามารถนอนดูดสบายๆ เหมือนก่อน แต่ต้องไม่กว้างจนเด็กสำลัก
-          ระหว่างการหย่าขวดนม  อาจดึงดูดความสนใจเด็กโดยให้เลือกแก้ว ตกแต่งแก้วเอง  ใช้หลอดแบบแปลกๆ

ระหว่างการฝึกควรกอดเด็กเพิ่มเป็นพิเศษ และขอความร่วมมือจากสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้าน  เนื่องจากเด็กอาจร้องไห้งอแง หรือหงุดหงิด



ลูกติดขวดนม  อยากได้ประสบการณ์จริง ของพ่อแม่ ที่ช่วยลูกเลิกใช้ขวดนมได้  
ตอบ   จากการได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ระหว่างพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดู ในเรื่องนี้ มีตัวอย่างประสบการณ์ดังนี้

ลูกเป็นแผลในปาก  บ่นเจ็บแผล แม่ก็เลยผสมโรงไปเลยว่า ขวดนมทำให้ลูกเจ็บ ปาก ลูกก็เลิกใช้ขวดนม
พาลูกไปเยี่ยมญาติ  ต่างจังหวัด   ไม่เอาขวดนมไปด้วย   ลูกงอแง ก็บอกว่าลืมเอาขวดนมมา  ร้องไห้ก็ไม่รู้จะไปหาขวดนมที่ไหน   ลูกก็เลิกขวดนมได้
ซ่อนขวดนมไม่ให้ลูกเห็น  2-3 วันแรก ร้องไห้  จะเอาขวดนม  บอกลูกว่า หนูขโมยขวดนมไป  กินใส่แก้วดีกว่า  ลูกก็เลิกได้
แม่บอกว่าถ้ายังใช้ขวดนมอยู่ ฟันจะยื่นออกมา จะต้องไปเจาะฟัน ปากยื่น แล้วน้องก็กลัวและเลิกไป
ชวนลูกเล่น  ไม่หมกมุ่นกับการดูดนมขวด  ฝึกให้ขวดนมเมื่อหิว
แม่ให้ป้าช่วยบอกลูก ป้าจะค่อยๆ ชวนลูกคุยแล้วชวนเลิก เขาก็ยอมเลิก
บีบมะนาวใส่ขวดนมลูก  แต่นมในแก้วไม่ใส่ พอลูกคว้าขวดนมดูด ก็ทิ้งขวดและบอกว่านมเสีย แต่พอกินแก้ว นมกลับไม่เสีย
ให้ดูตัวอย่างเพื่อนๆ
แสดงความยินดีและชมเชย เมื่อลูกสามารถดื่มจากแก้ว จากกล่องได้
พาวิ่ง ออกกำลังกาย  จะกินได้มาก  กลางคืนจะหลับได้ดี
ให้ดูรูปภาพฟันผุ ปวดฟันจากการดูดขวดนม  หรือเล่านิทาน
ทาบอระเพ็ดที่จุกนม  
ดูแผ่นพับ “บ๊าย บาย ขวดนม”  ซึ่งมีรูปเหมือนหนอนในปาก  กลัว จึงเลิกดูดขวดนมตั้งแต่นั้นมา
ตัดปลายจุกนมให้กว้าง ลูกจะดูดไม่ได้ บางทีก็เลิกไปเลย


ลูกอายุ 2 ขวบ ยังทานนมขวดอยู่ อยากทราบเทคนิคในการเลิกนมขวดของลูกควรทำอย่างไรดี
ตอบ   1.  คุณแม่ต้องตั้งใจจริง ฝึกให้ลูกกินนมจากแก้วในตอนกลางวันก่อน แล้วค่อยๆ ฝึกดื่มจาก
แก้วในมื้อก่อนนอนต่อไป

พาไปไหนตอนกลางวัน ไม่เอาขวดนมไปด้วย ให้ใช้แก้วหรือดูดนมจากกล่องแทน
ดื่มนมก่อนนอนแล้วทำความสะอาดฟันให้เรียบร้อย ห้ามให้ดูดหลังแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว
ฝึกเลิกดูดนมมื้อดึก โดยค่อยๆ ลดปริมาณนมมื้อดึก และลดมื้อนม
เล่านิทาน ร้องเพลงกล่อม ตบก้นเบาๆ ให้นอนเอง เด็กจะเปลี่ยนเป็นติดการฟังนิทานแทนติดขวดนม
ห้ามให้ดูดน้ำจากขวดนม เพราะเด็กจะยิ่งติดขวดนม
ควรฝึกเด็กทานนมรสจืด เพราะลดโอกาสฟันผุและโรคอ้วน
ความเชื่อของผู้เลี้ยงดูที่มีผลให้เด็กเลิกขวดนมยาก
ตอบ   1.    ผู้เลี้ยงดูไม่เข้มงวดเรื่องเลิกขวดนม เพราะต้องการให้เด็กกินได้มากๆ คิดว่าทานนมเยอะจะดีต่อสุขภาพ แต่จริงๆ แล้วกลับยิ่งทำให้เด็กได้รับนมจนเกินพอดี และไม่ยอมทานอาหารอื่น จนขาดแร่ธาตุ และวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกาย
2.    มีความคิดว่าการดูดขวดเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของเด็ก จึงไม่อยากบังคับให้เด็กเลิกนมขวด แม้จะรู้ว่ามีปัญหาตามมา เช่น ฟันผุ
3.    ยอมให้เด็กดูดนมก่อนนอนและหลับคาขวดนม เพื่อไม่ให้เด็กตื่นง่าย
4.    ไม่คิดว่าการทำความสะอาดขวดนมเป็นภาระหนักหนา

C
มีผู้ปกครองหลายท่านเล่าให้หมอฟังถึงวิธีเลิกนมขวดลูก เอามาฝากค่ะ คุณแม่สมัยใหม่ที่เลี้ยงลูกตามตำรา ก็จะพยายามเลิกนมขวดตั้งแต่ 1-1ขวบครึ่ง ซึ่งมักจะสำเร็จได้โดยไม่ยาก เพราะเด็กเล็กปรับตัวง่ายกว่าเด็กโต เด็กบางคนมาพบหมอเมื่อ 1 ขวบกว่าเกือบ 2 ขวบ หมอแนะนำให้เลิกนมขวด หนูน้อยเป็นเด็กดี เชื่อฟังหมอดีมาก กลับบ้านไปหนูน้อยเลิกขวดได้ทันที คุณแม่กลับมาเล่าให้ฟังในการนัดตรวจฟันครั้งต่อไป เด็กที่เลิกได้ง่ายเองก็เป็นโชคดีของคุณพ่อคุณแม่ หากเลิกโดยการพูดคุยปกติไม่สำเร็จก็คงต้องมีการหลอกล่อ บังคับหักดิบ ไปจนถึงกลอุบายหลอกเด็ก
การพูดชมเชยเมื่อลูกดื่มนมจากแก้ว การเล่นท้าชนแก้วกันพ่อลูก หรือแม่ลูก ให้ลูกได้สนุกสนานกับการดื่มนมจากแก้ว ก็เป็นวิธีหนึ่งที่เอามาจูงใจคนตัวเล็ก บางคนก็มีแก้วสวยงามเป็นสิ่งจูงใจ หรือมีแก้วหลากหลายแบบให้ลูกเลือกว่าจะใช้แก้วไหนดื่มนม หรือให้ลูกดื่มนมเคล้าเสียงแม่ร้องเพลง "ดื่มๆๆ เรามาดื่มๆนมกันเถอะ ดื่มแล้วอย่าทำเลอะเทอะ ดื่มนมเยอะๆร่างกายแข็งแรง..." ที่คุณแม่เคยร้องตอนเด็กๆ
บางครอบครัวหักดิบกันเลย ไม่ให้ขวดแล้ว จะร้องไห้ยังไงก็ไม่ให้ แล้วอุ้มกล่อม ร้องเพลงกล่อมแทน (วิธีนี้น่าจะใช้กับเด็กเล็ก 12-18 เดือนได้ ถ้าโตกว่านี้คงจะอุ้มไม่ไหว) ถ้าเริ่มการหักดิบ ก็ต้องเตรียมพร้อมกันทุกคน ไม่ใช่ว่าพอลูกร้องมากๆในที่สุดก็ต้องเอานมขวดมาให้ เพราะลูกก็จะใช้วิธีร้องไห้มากๆในการเอาอะไรตามใจตัวเองอีกได้ค่ะ โดยมากจะร้องไห้กันไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะลูกก็จะเรียนรู้เองว่าร้องไห้ไปก็ไม่ได้ก็เลิกร้องไปเอง มีบางครอบครัว ใช้การพาลูกเที่ยว ไปทะเลที่ลูกอยากไป หรือไปพักบ้านญาติต่างจังหวัด แล้วไม่เอาขวดนมไปด้วย วิธีนี้คงต้องตรียมตัวเจ้าของบ้านที่จะไปพักด้วยสักหน่อย จะได้ไม่ตกใจ ก็มีที่ทำสำเร็จกลับมา คุณแม่มักจะรู้ดีว่าจะใช้วิธีไหนดีในการเลิกนมขวดกับลูกของแม่
คุณย่าคุณยายหลายท่านมักไม่เห็นด้วยที่จะหักหาญจิตใจหลานตัวน้อย เห็นหลานมีความสุขกับการดูดนมขวดก็มักจะให้หลานดูดขวดไปเรื่อยๆ หากการดูดนมขวดนั้นจะทำให้หลานมีความสุขตลอดไปโดยไม่มีฟันผุมารบกวนก็คงจะไม่มีใครอยากขัดขวางความสุขนั้นหรอกนะคะ แต่ตามสถิติแล้ว เด็กมีฟันผุอย่างรวดเร็วตั้งแต่ยังเล็กเพราะดูดขวดจนหลับไป จึงจำเป็นต้องเลิกดูดขวด และเด็กที่ไม่ได้ดูดนมขวด เขาก็มีความสุขได้เช่นกัน
หลานสาวหมอก็เป็นเด็กอีกคนหนึ่งที่ยังไม่ยอมเลิกขวดนมจนอายุ 2 ปี เพราะคุณแม่เธอคิดว่า เธออาจจะร้องไห้มากจนอากงอาม่าออกมาห้ามทัพและเอานมขวดให้หลานตามเดิม หมอชวนให้มาปฏิบัติการที่บ้านหมอ แต่ยังไม่ทันได้ทำ คุณแม่เธอปฏิบัติการเองสำเร็จเรียบร้อยอย่างง่ายดายด้วยกลอุบายที่ประยุกต์มาใช้จากคุณแม่ท่านหนึ่งแนะนำหมอมาแล้วหมอบอกต่อให้ลองไปทำ
คุณแม่ของเธอเริ่มปฏิบัติการตามแผน โดยบอกลูกสาวว่า ของกินของใช้มีหมดอายุ แล้วก็อธิบายว่าของหมดอายุต้องทิ้ง รสชาติและกลิ่นจะไม่เหมือนเดิม ถ้าทานแล้วจะปวดท้อง ท้องเสียต้องกินยา เด็กน้อยวัย 2 ขวบ 2 เดือนดูจะเข้าใจ และคุณแม่เธอก็ถามเธอว่าขวดนมของหนูหมดอายุหรือยัง ถ้าหมดอายุเมื่อไร ก็อย่าทานนะ... เมื่อเด็กน้อยดูว่าจะเข้าใจ ช่วยตรวจสอบของกินว่าหมดอายุหรือไม่อยู่หลายวัน แล้ววันหนึ่งคุณแม่ก็จัดแจงเอายาสีฟันผู้ใหญ่ป้ายที่จุกนมทุกจุก และชงนมใส่ขวดให้ตามปกติ หนูน้อยรับไปเอาเข้าปากจะดูด ทันใดนั้นเธอก็รีบดึงออกจากปากพลางบอกว่า “เผ็ด”
“รสชาติมันไม่เหมือนเดิมเหรอ” แม่ของหนูน้อยถามนำ
เด็กน้อยส่ายหัวว่าไม่เหมือนเดิม และขอน้ำดื่ม
“มันหมดอายุหรือเปล่า” แม่ถามหยั่งเชิงลูกสาว
พยักหน้า พร้อมขอจุกนมจุกอื่นมาลองทุกจุก ดีนะที่แม่ทายาสีฟันไว้ทุกจุกนม
แล้วสาวน้อยก็บอกว่า หมดอายุทั้งหมด และให้เอาไปทิ้งขยะพร้อมขอนมใหม่ใส่แก้วมาดื่ม และเลิกดูดขวดตั้งแต่นั้นอย่างยินยอมพร้อมใจด้วยความเข้าใจของเจ้าตัวเองว่า หมดอายุ
เป็นแม่ก็ต้องเจ้าเล่ห์กันนิดหน่อย ด้วยความหวังดีกับลูกทั้งนั้น อุบายแต่ละอย่างก็เหมาะกับเด็กแต่ละวัย แต่ละบ้าน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะกับลูกของแต่ละท่านตามเหมาะสมนะคะ

D
1.กำหนดไว้ว่าอยากให้ลูกเลิกตอน ไหนดี แล้วคุณพ่อ คุณแม่บอกลูกล่วงหน้าเลยว่า เดือนหน้าจะไม่กินขวดนมแล้วนะ พูดทุกวัน ทุกครั้งที่ให้ขวดนม พูดแล้วให้เขาตอบหรือเข้าใจ เมือถึงวันที่ตกลง คุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งแล้วทำตาม ร้องก็ต้องร้อง ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด แค่เมื่อเดี่ยวค่ะ ง่ายไหมค่ะ ลองมาดูวิธีที่ 2
2.ขวดนมเสีย โดยวิธีทำให้ขวดเหม็ดทุกขวด เช่นเอากะปิมาทา หรือผงกระหรี่  หรือ บอระเพชร อะไรก็ได้ที่ลูกไม่ชอบ แล้วให้เขาดม แล้วเอานมกล่องให้แทน
3.ทำจุกนมให้รูกว้างขึ้นเพื่อให้นมหกเลอะใส่ตัว แล้วบอกว่ามันเสียหมดแล้ว
4.อันนี้ยากหน่อย หักดิบเลยค่ะ เอาขวดนมไปเก็บให้หมด ห้ามให้เห็๋น คุณพ่อ คุณแม่ต้องใจแข็งสุดๆๆๆ


          สำหรับน้องแพง เลือกทำข้อ 1 ค่ะ ตอนครบรอบวันเกิด 2 ขวบค่ะ ร้องประมาณ 1/2 ชั่วโมงจนหลับไป แล้วก็ไม้กินขวดนมอีกเลย
แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลมากนะค่ะ ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำสำคัญต้องให้ลูกรู้จักนมกล่อง หรือการใช้หลอด หรือพาลูกไปซื้อแล้วแบบดูดโดยให้ลูกเป็นคนเลือกเองแล้วบอกเขาว่าแก้วดูดนมนะลูก

จากคุณ : JIB JIB JIB
เขียนเมื่อ : 2 ก.ย. 55 22:47:53




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com