Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
เรื่องของสามี... ในสถานการณ์อย่างนี้ ถ้าเป็นคุณ...ภรรยาลูกหนึ่ง....คุณจะทำอย่างไรดีคะ? ติดต่อทีมงาน

เรื่องของสามี... ในสถานการณ์อย่างนี้ ถ้าเป็นคุณ...ภรรยาลูกหนึ่ง....คุณจะทำอย่างไรดีคะ?

ไม่เคยคิดว่าจะได้มาถามหรือปรับทุกข์เรื่องอะไรอย่างนี้ในบ้านชานเรือนเลย แต่ตอนนี้ชีวิตครอบครัวเรากำลังประสบปัญหาที่ไม่มีใครหรือภรรยาคนไหนอยากให้เกิดขึ้นกับตนเองเลย และเราก็ไม่รู้จะจบหรือเลือกทำอย่างไรดีในตอนนี้ ไม่รู้ว่าจะพังหรือจะอดทนกันต่อไป..เพื่อลูก

เรื่องมันมีอยู่ว่า (เราขอเล่าเท้าความไปตั้งแต่ต้นเลยแล้วกัน) เราพบกับสามีตอนเรียน ป.โท คบกันมาเรื่อยๆจนเรียนจบ เราเรียนไปด้วยทำงานไปด้วยนะคะ จนมาพลาด เราตั้งท้องเมื่ออายุ 28 เค้าอายุ 29 ราวปลายปี 52 ที่บ้านก็จัดงานแต่งอย่างดีหมั้นและแต่งโรงแรมใหญ่ตามปกติ

เรื่องหนึ่งคือพื้นเพจริงๆเค้าเป็นคนฐานะไม่ได้ดีอะไร ทำงานเงินเดือนราว 17-18000 แต่เราขณะนั้นเงินเดือนเราก็เยอะกว่าเขา ราว 25-26000 ส่วนฐานะทางบ้านเราดีกว่าเขา ขับรถตั้งแต่เรียนตรี ขับcrv และ ตอนคบเค้าเราขับ benz ไม่ใหม่แต่ไม่เก่า ส่วนเค้าไม่มีรถขับแต่ขับเป็นเพราะเคยขับรถแม่ เค้าอยู่หอเดินไปกลับทำงาน ที่ต้องเล่าเพราะเงินเค้าให้เรามา 1 แสนเราซื้อแหวนเราและเค้าก็หมด ส่วนเกินงบเราออกอีกราว 4 หมื่น งานหมั้นเช้าบ้านเค้าออกจัดที่บ้านไม่เท่าไหร่ งานกลางคืนตกลงเอาเงินซองออกแต่ไม่พอเกินงบไปแสนพอดี แม่เราต้องออกหมดเพราะเค้าบอกที้บ้านไม่มีจริงๆ ก็โอเค ตรงนี้แม่เราก็ซึ้งใจไป (เราทำแม่เสียใจหลายเรื่อง ผิดที่เราไม่ดูแลตัวเองให้ดี และเวลาไม่เคยย้อนกลับไปให้เราแก้ไขอะไรได้ มันมีแต่เดินไปข้างหน้าเท่านั้น...)

กลับมาที่พ่อแม่ของเค้า แยกทางกันตั้งแต่เค้าเด็ก พ่อเค้าลาออกจากงานมาเปิดร้านnet แม่เค้าทำงานมีสามีใหม่ที่ดีและมีลูกสาวตอนนี้อายุประมาณ 17-18 หนึ่งคน สำหรับพ่อแม่ ญาติพี่น้องเค้าโอเคกับเราหมด พ่อแม่เค้าอายุราวๆพ่อแม่เรา ใกล้ 60 ไม่กี่ปีแล้วค่ะ เราแต่งงานจนใกล้คลอดลูก เราใช้ให้เค้าหางานเพราะภาระเพิ่มมากขึ้นมาก เค้าหางานจนได้ที่ใหม่ สาระสำคัญตรงนี้คือเราเองพลาดมากๆ ที่คิดผิดอย่างมหรรย์ที่ไปบอกว่าให้เค้าเขียน Resume ว่าโสด เพราะอยากให้บริษัทดูเค้าว่าไร้ภาระ คนโสดจะดูจริงจังมุ่งมั่นงานมากกว่า คือเราอยากให้เค้าได้งานมากๆ จึงยอมให้โกหกบริษัทว่าโสดไป ตอนนั้นเค้าก็ตั้งใจและตกลงกับเราแหละว่าหากผ่านโปรไปสักปีก็จะบอกความจริงว่าเค้าแต่งงานแล้วนะ จัดงานเล็กๆอยู่กินแล้วอะไรประมาณนั้น ที่นี้ได้เงินเดือน ราว 27-29000 แต่ก็เรียกว่าพอมาผ่อนค่าบ้านค่าอะไรเดือนชนเดือน ลักษณะการทำงานคือ ฝ่ายบุคคลที่ต้องจัด training ต้องออกต่างจังหวัดบ้างเดือนครั้งสองครั้ง และจะมีเบี้ยเลี้ยงตรงนี้ 600-900 แล้วแต่ มีรถบริษัทกระบะมีแคพขับได้ถ้าต้องทำออกไปทำเรื่องงาน

ต่อมาเรากับแม่เห็นว่าเค้าเดินทางลำบาก บ้านหอเราอยู่ กม8 แต่ที่ทำงานอยู่สาธร เค้านั่งรถตู้ไกลมากกว่าจะกลับบ้านแต่ละวันเลิก 6 โมง ถึงเกือบ 2 ทุ่ม บางทีเราก็กลัวที่จะให้เค้านั่งมอเตอร์ไซต้องออกไปรับปากซอยดึกๆ (เราเองมีรถขับมาตลอดค่ะ) เราปรึกษาแม่ขอยืมเงินมา 100,000 แล้วให้เค้าทยอยใช้คืนเดือนละ 4000 ได้รถมาสด้าเอามาบูรณะสีแจ่มพอขับได้ 1 คัน

เราคลอดลูกต้นปี 53 น้องน่ารักมากเป็นผู้ชาย คลอดออกมา 3 เดือนแรกอยู่กับแม่ หลังจากนั้นเราไปทำงานก็ออกมาอยู่กันเองบ้านเรือนหอที่กู้ร่วม 3 ท่าน แม่เรา เรา เค้า (เพราะบ้านราคา 4ล้าน เรากู้2 คนภาระไม่ผ่านค่ะ และแม่เค้าก็กู้ไม่ผ่านไม่แน่ใจว่าภาระเยอะหรือประวัติไม่ดียังไง สุดท้ายต้องเป็นแม่เรา) (ปจ. เราก็ผ่อนบ้านลดลงเพราะได้น้ำท่วมช่วยลงมาเดือน 17-18000/ ตอนแรก ผ่อนเดือนเกือบ 23-24000) ต่อมาเราต้องกลับไปทำงานก็หาพี่เลี้ยงที่ไว้ใจได้มาดูลูก เพราะพ่อแม่เราและเค้าทำงานยังไม่เกษียณ ก็ปกติมาตลอดจนมาปลายปี 54 เริ่มมีเรื่องระแคะระคาย คือเพื่อนร่วมงานหน้าใหม่ที่เข้ามาทำโปรเจคร่วมกันบ่อยๆ โดยอาการที่ฟ้องคือ ชอบนั่งเหม่อและยิ้ม หันมาดูแลตัวเองลดความอ้วน ชวนไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ และหนักที่เรางงๆคืออยากใช้ IPhone ทั้งที่เงินก็ไม่มีอยู่แล้ว ขนาดขอให้เราไปทำบัตรเครดิตเพิ่มเพื่อรูดซื้อ 0% ทีเดียว (โทรศัพท์เก่าเค้าคือ Nokia รุ่นเก่าที่เรายกให้ เวลาใช้เค้าบอกเค้าอาย) และอ้างว่าที่บริษัทใครๆก็ใช้ เราก็โอเคพยายามจะเข้าใจเค้า เพราะบางทีเดี๊ยวนี้อะไรๆก็มีสังคมใน Line Whatsapp (เพราะตอนนั้นแม่เราก็ซื้อ BB ให้เหมือนกัน)

เรามาจับพิรุทได้อีกตรงที่ชอบพูดถึงน้องคนนี้ให้ฟัง ชื่นชมความเก่งของเขา เขาเป็นเด็กจบโทนอก รวย พ่อเป็นเสทหารใหญ่ เราก็อือๆๆก็ดีนี่ ต่อมาเริ่มสังเกตว่าเวลาขับรถกลับบ้านจะไม่ลงจากรถ ชอบคุยอยู่ในรถ คุยหน้าประตูบ้าน พอเราเข้าไปจะพูดอะไรก็จุ๊ปากให้เราเงียบ (ทั้งๆที่ลูกก็รอเจอหน้าเพราะคิดถึงพ่อจะแย่ T T) จากตรงนี้เราเริ่มนอยส์ๆแล้ว พอจับจังหวะได้ เราเช็คโทรศัพท์ทันที จนได้ความว่าคุยกับน้องคนหนึ่งนานมากผิดสังเกตุ เรารีบเมมเบอร์เก็บไว้ แต่ตอนนั้นเค้าขึ้นมาบนห้องเห็นเรารื้อโทรศัพท์ ก็เลยเป็นเรื่อง ถามว่า..ทำอะไรหนะ? เราถามกลับว่าเมื่อคืนคุยกับใคร แต่เค้าไม่ยอมรับ อ้างว่าคุยกับเพื่อนอีกคน (แต่มันไม่ใช่ เพราะเบอร์มันโชว์อยู่) ตอนนี้เราก็เศร้ามากแล้ว เพราะมันใช่แน่นอนแล้ว แต่เนื่องจากวันนี้เค้าเคยบอกเราแล้วว่าวันนี้จะออกไปหาหนังสือที่มหาลัยนะ เราก็ทะเลาะกันยืดเยื้อ ร้องไห้เรื่อยเปื่อยจนสุดท้ายลงมาตั้งหลักข้างล่างด้วยลูกรอและอายพี่เลี้ยงลูก เค้าก็เลยรีบอาบน้ำเดินรกๆออกไปพร้อมกระเป๋าเป้ใบโต

เค้าออกจากบ้านไปชุดธรรมดาเหมือนอยู่บ้านมาก เรานั่งเล่นคอมแต่ระแวงและคิดไว้แล้วว่าพิรุทมากเดี๊ยวจะขับรถตามไปดู พอคว้ากุญแจได้ขับตามแต่เค้าขับแบบรีบเร่งมากๆ (คงเพราะสายเลยเวลานัดมามากแล้ว) แต่สุดท้ายเราขับตามไม่ทัน หลง ...อารมณ์ตอนนั้นปรี๊ดแตกเพราะมันไม่ใช่ทางไปมหาลัย ขับออกไปทางแจ้งวัฒนะฯ นั่น ตัดสินใจเด็ดขาดโทรหาน้องคนนั้นทันที โทรไปก็..( พี่เป็นภรรยาพี่..นะ) น้องก็..(ค่ะ) (พี่รบกวนถามอะไรหน่อย พี่..ไปยุ่งกับน้องมั้ย จีบหนูรึเปล่าคะ).. เค้าบอก..(เปล่าค่ะ) เราถามต่อว่า.. (แล้วคุยโทรศัพท์ทำไมนานๆล่ะคะ แฟนพี่เค้าต้องพาลูกนอนนะ มันดึกและนานมากเลยที่คุยกัน).. น้องบอก..(อ๋อ พอดีมีปัญหานิดหน่อยเรื่องงาน).. เราบอก.. (อ๋อเรื่อง...ใช่มั้ย พี่ผู้ชายเคยเล่าให้พี่ฟังนะ เอานะถ้างั้นก็ไม่มีอะไรก็ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ)..เท่านั้น จบ วางสาย

ไม่ถึงครึ่ง ชม. สุดท้ายสามีโทรมาเสียงอ่อยมากว่า เธออยู่ไหนกลับบ้านเถอะ พาลูกไปมหาลัยกัน เราก็งงๆนะแต่สุดท้ายไม่ไปเพราะขี้เกียจจับลูก ลูกซนอะค่ะ แต่เราก็ยังเครียดเพราะไม่เคลียร์อยู่ดี กลับมาถึงเราแอบไปรื้อกระเป๋าผ้าเค้า เค้าแอบเอาใส่รถเอาชุดไปเปลี่ยนข้างนอกมีขวดน้ำหอมเสร็จสรรพ เราเจ็บใจจังโดนหลอกอีกแล้วแต่ก็ไม่รู้ไปไหนมาหรือไม่ไปแล้ว แต่ที่แน่ๆคือนัดสาวชัวร์ทำถึงขนาดนี้ และเราก็ทะเลาะเรื่อรังในวันอาทิตย์ถึงเช้าวันจันทร์ เราเองโดนคาดคั้นหนักเรื่องว่าโทรไปหาน้องหรือเปล่า พูดว่าอะไร ไปแอดเฟสบุ๊คหรือเปล่า หนักๆก็ทะเลาะจนต้องหาคนกลาง ต้องวิ่งไปเคลียร์กับแม่ของเค้าที่ทำงาน (ตอนนั้นแม่เราไม่อยู่ ไปอยู่ต่างประเทศกับพี่สาว 3 เดือน) ไปถึงก็สารภาพ เค้าพูดลอยหน้าว่าคิดอะไรกับน้องจริง ยอมรับว่าเผลอใจไป เพราะที่ทำงานก็ยุยงเพราะเหตุผลว่าอยากให้น้องได้คบกับเค้า เพราะเห็นว่าเค้าก็เป็นคนที่ดีเหมาะกัน (คือ อ้างคนรอบข้างแน่นอนเพราะไม่มีใครรู้ว่าเค้ามีครอบครัวแล้ว..) รวมทั้งบอกว่าอยู่กับเราแล้วไม่มีความสุข ว่าเราเจ้าอารมณ์ พูดจาไม่ไพเราะ (คือเราก็ไม่ใช่คนนุ่มนิ่ม เราอายุเกือบเท่าเค้า ห่างแค่ 8เดือน และเป็นเพื่อนเรียนกันมา จะมาเรียกเค้า พี่คะพี่ขาก็ไม่ขนาดนั้น..) เราก็โอเคได้รับไว้ปรับปรุงถ้าว่าเราอย่างนี้ เราบอกแม่เค้าว่าบางทีเรามีอารมณ์หงุดหงิดบ้างจริงยอมรับ แต่ก็เพราะเค้านั่นแหละ เช่นเรื่องไม่ค่อยช่วยงานบ้าน เราเองทำงานนอกบ้าน เสาร์อาทิตย์ก็น่าจะช่วยกันบ้าง ไม่ใช่ให้เราเหมาหมด เราก็เหนื่อยไหนจะลูกอีก ก็โอเค ตอนแรกขนาดว่าจะบังคับให้เราโทรกลับไปหาน้องและให้พูดว่า เราเป็นแค่แฟนนะ ที่พูดไปว่าเป็นภรรยานี้เพราะหึงอะไรแบบนี้... โดยให้เหตุผลว่า เค้าจะกลับไปทำงานไม่ได้แน่ๆ สังคมที่ทำงานการเมืองแรงเกรงว่าจะมีผลกระทบเรื่องนี้ เพราะน้องคนนี้สนิทกับหัวหน้า ก็จะทำให้ครอบครัวอยู่ไม่ได้นะ ไม่มีงานลาออกหรือโดนไล่ออกก็ไม่มีเงินผ่อนบ้าน บลาๆๆ

แต่สุดท้ายเราบอกแม่เค้าว่า เราไม่โทรแน่นอน เพราะนั่นไม่ใช่ปัญหาของเรา เราเป็นเมียนะ ถ้าจะให้ทำถึงขนาดนั้นเลิกๆกันไปเลย มันจะมากไปแล้ว เค้ายังบอกให้เราไปบล็อกเฟสน้องคนนี้เพื่อที่จะได้ไม่เข้ามาเห็นรูปครอบครัวของเรา เราต้องทำเพราะแม่เค้าบอกให้ทำเพื่อให้เค้าสบายใจ (ตอนแรกเราไปแอดเค้า แต่เค้าก็ยังไม่รับนะ ไม่แน่ใจเหมือนกัน) ก็โอเคคิดซะว่าครึ่งทาง (มั้ง)

สุดท้ายเรื่องนี้ก็จบนะ มีตอนที่เราแอบฟังเค้าคุยกับเพื่อนเก่า เค้าจะบอกว่าเราก็ผูกพันกับเรา แต่เค้าก็ตกหลุมรักน้องคนนั้นไปแล้ว เกือบแล้ว เพราะดูเหมือนน้องเค้าก็ค่อนข้างมีใจ เพราะอะไรรู้มั้ยคะเพื่อนๆ เค้าเล่าว่าเค้านัดกับน้องไปคืนปืนที่ฝึกยิงที่สนามในวันเสาร์ที่เราขับรถตามนั่นแหละ แล้วกะว่าจะไปไหนๆต่ออีก (แต่สุดท้ายยกเลิกเพราะแฟนไปไม่ทัน เค้าว่ายังงั้นนะ ถึงวันนี้เราก็ไม่รู้ว่าทำไมเพราะอะไรถึงเลิกนัดกัน...) แฟนยังไปส่งน้องที่บ้าน2-3ครั้ง หากมีโอกาส เพราะแรงยุจากคนในบริษัทอีก แต่สุดท้ายเค้าน่าจะได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่คุยว่า จะไม่โทรไปหาน้องอีกและเลือกลับมาเริ่มต้นกับครอบครัวกับเราอีกครั้ง


เรื่องที่เล่าผ่านมานี่คือ เป็นเรื่องเก่าเมื่อกลางปี 54 ค่ะ แต่ที่จะเล่าต่อไปนี้คือ ปัจจุบันและยังไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป...

จากคุณ : ขอถอด Login
เขียนเมื่อ : 17 ต.ค. 55 12:14:11 A:58.137.161.220 X: TicketID:327310




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com