ความคิดเห็นที่ 21
D.J. Station สีลมซอย 2 กลายเป็นผู้มาใหม่ ที่อาศัยทำเลทอง สีลม เปิดตัวเองขึ้นในปี 2534 สร้างความนิยมในหมู่ชาวเกย์ โดยเน้นไปที่โชว์ และการเปิดแผ่น ด้วยเพลงยอดฮิตแนวแดนซ์กระจาย ให้กับบรรดาเกย์ออกมาวาดลวดลาย
ถัดจากนั้นประมาณ 7 ปี Freeman Dance Arena เปิดตัวขึ้น โดยแอนดี้ เช่าพื้นที่สีลมซอย 2/1 ซึ่งเวลานั้นยังเป็นซอยที่รกร้าง และสกปรกมาก แอนดี้ลงทุนปรับปรุงใหม่ให้ดูดีขึ้น ตึกแถวที่แบ่งเช่า 4 ห้อง เขาทุบทะลุถึงกันหมด กลายเป็น Freeman Dance Arena จนถึงทุกวันนี้
แม้จะเป็นที่รู้กันว่าสีลม เป็น Prime gay area งาน Pride พาเหรดเกย์ ต่างเลือกจัดที่นี่ แต่ด้วยมาตรการของรัฐบาล ให้สถานบันเทิงปิดบริการเวลา 01.00 น. ทำให้สถานการณ์ความนิยมของ Freeman Dance Arena ซบเซาลงไป ไม่หวือหวาเหมือนในอดีต
ทุกวันนี้สีลมคนมาเที่ยวช้าที่สุด ส่วนมากจะมา 5 ทุ่มขึ้นไป แต่ผับปิดตี 1 ไม่เหมือนสมัยก่อนที่สีลมจะปิดหลังชาวบ้าน ถ้ามันจะเจ๊ง ก็คงเลิก ตอนนี้ก็ประคองไป แค่เลี้ยงลูกน้องให้มีกินมีใช้ รายได้ส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยว แต่พอมีเวลาน้อยกว่าเดิม เขาก็หนีไปเที่ยวที่อื่น โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเรา สิงคโปร์เดี๋ยวนี้เขาเปิดถึงเช้า ขณะที่เกย์ไทยส่วนใหญ่จะชอบมาดูโชว์ที่แต่ละวันไม่ซ้ำกัน และมีเจ๊เดย์ เป็นตัวชูโรง และความจริงแล้วเกย์จะดื่มกินน้อย ไม่ได้โชว์ออฟเหมือนที่ผู้ชายในหนังไทยที่ต้องดื่มกินมาก เมื่อ 10 ปีก่อน โรมคลับ ดริ้งก์ละร้อย 10 ปีผ่านมา ที่ Freeman ก็ยังดริ้งก์ละร้อย ขณะที่ค่าเช่า 4 ห้องต่อเดือน 200,000 บาท ซึ่งแพงกว่าค่าเช่าที่ซอย 2 และซอย 4 ที่มีค่าเช่าประมาณห้องละ 20,000 บาทเท่านั้น เนื่องจากพื้นที่เป็นของเจ้าของเดียวกันแบ่งให้เช่า
สาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งคือผับเกย์เกิดใหม่มากขึ้นทุกปี และกระจายทั่วกรุงเทพฯ กลุ่มลูกค้าที่เคยมีเป็นกอบเป็นกำก็ถูกแบ่งไป แม้จะมีกลุ่มเกย์ที่แสดงตัวมากขึ้นก็ตาม เกย์ come out จาก closet มากขึ้น ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ ผับบาร์ จะเห็นผลก่อนธุรกิจอื่น แต่เกย์ก็ไม่ได้เที่ยวแต่ผับเกย์ ผับทั่วไปเขาก็เที่ยว ขณะที่งาน Gay Pride ที่พัทยาและภูเก็ตจะได้รับความสนใจมากกว่าเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว
ทางออกของแอนดี้ คือ การสร้างความหลากหลายให้กับบรรดานักเที่ยว มีทั้ง คาราโอเกะ Voicemale, The MIX Restaurant เพื่อให้เป็นแหล่งรวมความบันเทิงครบทุกด้าน ทั้งทานอาหาร ฟังเพลงสบายๆ ร้องคาราโอเกะและเต้นรำ เป็นการสร้างโอกาสให้เขาอยู่ในพื้นที่ให้นานที่สุด ซึ่งหมายถึงเม็ดเงินที่จะไม่ล้นออกไปยังซอยคู่แข่ง
ป้ายโฆษณาเหล้า Dewars, เบียร์ Blue Ice และ Light Box ของ Bacardis Breezer บริเวณหน้าร้าน เหล่านี้คือพันธมิตรสำคัญของ Freeman แบรนด์ที่เข้ามาทีหลัง โอกาสที่จะไปเจาะตามผับใหญ่ๆ ดังๆ ในเมืองย่อมเป็นเรื่องยาก การ approach เข้ามายังผับเฉพาะกลุ่มง่ายกว่า เป็นการสร้างลูกค้าใหม่เลย ที่นี่จะเปิดเสรี แต่ก็ไม่อนุญาตให้แบรนด์อื่นในสินค้าประเภทเดียวกันเข้ามาทำโปรโมชั่น และแบรนด์เครื่องดื่มเหล่านี้จะเข้ามาเป็นคู่ค้ากับผับเกย์ เขาก็ไม่กล้าที่จะประกาศโจ่งแจ้ง เพราะมันจะทำให้จำกัดตัวเอง
ทุกวันนี้ถ้าถามว่า เกย์ชอบเที่ยวที่ไหน คำตอบอาจมีมากกว่าหนึ่ง ภาพของสถานบันเทิงเกย์กระจายตัวอยู่เป็นหย่อมๆ ทั่วกรุงเทพฯ
ตรัย อิสรพงษ์ กรรมการฝ่ายสื่อสาร องค์กรฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นว่า เมื่อก่อนใครจะแจ้งเกิดต้องมาสีลม แต่เดี๋ยวนี้แตกเหล่าแตกกอไปหลายที่ อันที่จริงมันเริ่มจากเหล้า ไปเที่ยวสีลมต้องเปิด Black เปิด Red Label ไม่งั้นไม่เก๋ แต่มันแพง ต่อมามี Spray Royal ก็ดื่มได้เหมือนกัน
เกย์เจ้าถิ่นที่ High Income กว่าก็จะเชิ่ดๆ เกย์กลุ่มใหม่ก็ฉีกหนีไปผับที่ไม่ต้องมีทีท่าอะไรมากมาย ดื่มเหล้าระดับสแตนดาร์ดก็ได้ มิกเซอร์ถูกๆ สถานที่ก็ไม่ตกแต่งอะไรมากมาย กลุ่มลูกค้าย่านลำสาลี คอกวัว หรือแม้แต่ อ.ต.ก. เขาจะมองว่าจ่ายถูกลงมาหน่อยแต่ก็สนุกเหมือนกัน ส่วนสีลมด้วยค่าเช่าแพง ต้นทุนสูง จึงเน้นทำกิจกรรมกับเหล้าระดับพรีเมียมขึ้นไปเป็นหลัก และมี Cabaret Show ที่อลังการกว่า มันเป็นคุณค่าที่คู่ควรตามสไตล์ที่ต่างกัน อีกอย่างคือที่สีลมฝรั่งจะเยอะคนที่ชอบฝรั่งจะมาสีลมได้ไม่เบื่อ ขณะที่แหล่งอื่นมีฝรั่งเที่ยวน้อยหรือแทบไม่มีเลย ถ้าสังเกตดีๆ ชื่อผับจะบอกถึงกลุ่มเป้าหมายได้ อย่างที่ลำสาลี แต่ละผับชื่อล้วนแฝงนัยจากการพ้องเสียง เช่น ICK, Seemen หรือที่ อ.ต.ก. มี Mouqe Bar เป็นต้น
จากคุณ :
Ont (AugusT[CrusheR]VeronicA)
- [
31 ก.ค. 49 12:19:24
]
|
|
|