คิดว่าเป็นเกร็ดความรู้ในการถ่ายภาพของมือสมัครเล่นแล้วกันนะครับ จริงๆแล้วมีรายละเอียด
มากมายอย่างที่รู้กัน แต่ขอยกมาในส่วนของข้อควรคำนึงถึงอย่างที่ไม่ควรขาดไปแล้วกันครับ
ด้วยผมเองเป็นคนชอบกินและติดตามบอร์ดนี้มาซักระยะนึงแล้วครับ เห็นภาพสวยๆจากเพื่อนๆ
มากมายซึ่งทำให้อาหารดูน่ากินมากๆ ที่สำคัญมันเพลิดเพลินชวนหิวเสียเหลือเกินครับ แต่บาง
ภาพอาหารสวยสดแต่ภาพยังไม่ค่อยชัด(เสียดายจัง) แต่เข้าใจในสภาพของผู้ที่เดินทางไปรับ
ประทานอาหารกับกล้องตัวเล็กๆ หรือคุณแม่บ้านที่อาจเชี่ยวชาญการใช้กล้องน้อยกว่าการปรุง
รส ก็ขอนำเสนอส่วนที่ตัวเองพอจะมีความรู้อยู่บ้างเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้ร่วมอุดมการณ์ครับ
ในการถ่ายภาพอาหารต้องเรียกว่าเป็นการถ่ายประเภทใกล้ (Close Up) เสียเป็นส่วนใหญ่
และภาพที่ดีจะต้องมีส่วนประกอบพื้นฐานสำคัญคือ ความคมชัด ภาพถ่ายจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน
แต่ไม่ชัด ก็เหมือนเรายังขาดคุณสมบัติที่สำคัญอยู่ดี สำหรับมือสมัครเล่นอย่างเราแล้ว ภาพคมชัด
ไว้ก่อน องค์ประกอบที่ตามมาพอให้อภัยได้ครับ ฉะนั้นจึงต้องระวังในเรื่องของความนิ่ง ซึ่งเกี่ยว
ข้องกับความคมชัดของภาพเป็นอย่างมาก
ภาพถ่ายอาหารมักจะถ่ายกันในที่ร่ม(Indoor) ในสภาพแสงน้อยจึงทำให้การเปิดรับแสงของกล้อง
บันทึกเอาการสั่นไหวจากมือผู้ถ่ายลงไปด้วย (ความสัมพันธ์ระหว่างความเร็วชัตเตอร์และรูรับแสง)
ซึ่งก็อาจจะด้วยน้ำหนักที่เบาของตัวกล้องดิจิตอลแบบคอมแพ็คส่วนใหญ่ ทำให้เราคุมความนิ่งได้
ยาก โดยส่วนตัวผมเองก็ชอบถ่ายภาพโดยไม่อาศัยแสงจากแฟลชโดยตรง เพราะต้องการเก็บราย
ละเอียดในสภาพแสง ณ เวลานั้นๆ เว้นเสียแต่ต้องการลบเงาวัตถุ(Fill In)หรือใช้แสงแฟลชเข้ามา
ช่วยเติมแสงธรรมชาติอีกที
*อยากแนะนำ
-ใช้แสงแฟลชจากกล้องช่วย ทั้งนี้แสงแฟลชตรงๆจากกล้องอาจทำให้ภาพดูขาดมิติ แข็ง แบน
หรือแสงแฟลชนั้นสว่างกว่าฉากหลัง ทำให้ฉากหลังมืดขาดรายละเอียด อีกอย่างคือ การถ่าย
ใกล้นั้นเราต้องเข้าใกล้วัตถุมากๆ ก็เท่ากับว่าวัตถุใกล้กับแฟลชมากขึ้นด้วย ทำให้แสงสว่างจาก
แฟลชลดรายละเอียดวัตถุไป(Over) แนะนำลดระดับแสงแฟลช หรือถ่ายในโหมดแฟลชแบบ
สโลซิงค์(SL)
-ในกรณีที่กล้องสามารถปรับความไวแสงได้ ควรจะเลือกไปที่ ISO มากหน่อย ตั้งแต่ 400 ขึ้นไป
(การเลือกค่าไวแสงมากๆมีผลในเรื่องของความละเอียดภาพด้วย)
-โหมดถ่ายใกล้ (โดยส่วนมากจะแสดงสํญลักษณ์เป็นรูปดอกไม้) ให้เราหาระยะชัดโดยการเคลื่อน
กล้องเข้าใกล้หรือถอยห่างจากวัตถุ ในกรณีที่ต้องการกำหนดจุดโฟกัสเอง เช็คดูความชัดทุกครั้ง
ให้แน่ใจแล้วนิ่งในตำแหน่งนั้นครับ
-หาที่วางมือ พิง ท้าว หรือหาสิ่งของรอบกายมาใช้แทนขาตั้งกล้อง เช่น กระเป๋ากล้อง พนักเก้าอี้
เพื่อทำให้กล้องนิ่งที่สุดครับ อีกหนทางคือ ระบบตั้งเวลาถ่ายครับ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับตัวกล้อง
-ลองหมุนจานหามุมสวยๆของอาหาร หรือดึงความน่าสนใจของภาชนะที่ใส่อาหารมาช่วยครับ ไม่จำ
เป็นต้องถ่ายตรงๆในแนวระนาบเสมอไปครับ ลองเอียงซ้าย ขวา ก้ม เงย หามุมเก๋ๆดู เพื่อสร้างความ
น่าสนใจให้แก่ภาพและไม่จำเจครับ อ่อ! อย่าปรับมุมถ่ายให้ก้มมากๆ(Tilt)จนเกือบ 90องศาครับ
ภาพจะดูแบนๆ ให้อารมณ์ที่อึดอัด
-การถ่ายภาพอาหารนิยมถ่ายย้อนแสงครับ เนื่องจากมุมในการถ่ายภาพอาหารนั้นจำกัด เพราะต้อง
การนำเสนอรายละเอียดของสิ่งที่ถ่าย มุมที่ได้มีมุมเดียว(ก้ม)เราจึงอาศัยมิติจากแสงหลังช่วย แต่
ระวังเรื่องวัดแสงนิดนึงครับ เพราะถ้าแสงหลังมีปริมาณมากกล้องจะคำนวณว่าโอเวอร์ ทำให้แบบ
หรืออาหารของเรานั้นมืดมิดสนิท ทางที่ดีอย่าย้อนตรงๆครับ
-หาวัสดุร่วมเป็นองค์ประกอบ เปลือกของอาหาร แพ็คเกจที่ใช้ห่ออาหารมา นำมาเป็นตัวประกอบครับ
ยกตัวอย่างพวกแฮมเบอร์เกอร์จะมีกระดาษห่อหุ้มมาด้วย เราอาจใช้เป็นพื้นลองอาหาร หรืออาจจะ
ขยำเป็นก้อน วางไว้ข้างๆ น่าจะดูเก๋ สร้างบรรยากาศการกินดีครับ อย่าลืมแก้วน้ำดื่ม หรืออาจเป็นกล่อง
กระดาษทิชชู่วางไว้ใกล้ๆถ้าในเฟรมยังว่าง แหะๆ
-ระวังในเรื่องสีของภาชนะหลอกระบบวัดแสง เช่น เพื่อเน้นสีสันของอาหาร ภาชนะในอาหารญี่ปุ่นมัก
มีสีดำสนิท สีดำนั้นหลอกระบบวัดแสงว่าเป็นสภาพแสงน้อย ทำให้ภาพถ่ายสว่างกว่าความเป็นจริง
แต่ก็ไม่ถึงกับน่าเป็นห่วงครับ แก้ไขโดยเปลี่ยนระบบวัดแสงเป็นเฉพาะจุด(Spot)
-กดปุ่มชัตเตอร์ครึ่งนึงรอไว้ ระบบวัดแสงและระบบโฟกัสในกล้องบางรุ่นจะเริ่มทำงานก็ต่อเมื่อเรากด
ปุ่มชัตเตอร์ลงไปเบาๆก่อน เมื่อได้ระยะชัด และแสงของภาพที่ต้องการโดยสังเกตจากจอLCD...
...ภาวนา(ให้สวย) ...กลั้นหายใจ... แล้วกดครับ
*เท่าที่นึกออกตอนนี้ครับ จริงๆแล้วมีทฤษฎีการถ่ายภาพเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด แต่ผมขอกล่าวถึง
เพียงเฉพาะเท่าที่ผมนึกออก และที่มันเกี่ยวกับการถ่ายภาพอาหารก็แล้วกันนะครับ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์
กับคนที่มีใจรักการกินเช่นเดียวกันกับผม ที่อาจจะกำลังผันตัวเองสู่การเป็นช่างภาพโดยมิรู้เนื้อรู้ตัวครับ หรือ
ถ้ามีสิ่งใดเพิ่มเติม ก็ยินดีนะครับผม ช่วยกันๆ...
แก้ไขเมื่อ 13 พ.ค. 50 17:11:25
แก้ไขเมื่อ 13 พ.ค. 50 06:45:46
แก้ไขเมื่อ 13 พ.ค. 50 06:35:01
จากคุณ :
Sit down. Stand up
- [
13 พ.ค. 50 06:06:29
]