เข้ามาเอาใจช่วยเจ้าของกระทู้ค่ะ
เห็นคำตอบหลายๆคำตอบ พูดถึงข้อเสีย แล้วอยากให้เปิดใจคิดกว้างๆ ลองลืมความสะดวกเล็กๆน้อยๆที่เราได้จาก ค้าปลีกยักษ์ใหญ่สักแป๊บนึงนะคะ
เพราะว่า ตอนนี้ โมเดิร์นเทรดรุกเมืองไทยมากเกินไป จนไม่เกิดความสมดุล
ดิฉันไม่เถียงค่ะว่า การลงทุนจากต่างประเทศสำคัญ แต่ไม่ใช่การลงทุน ที่แย่งอาชีพคนไทย
การสร้างงานที่เกิดจาก ค้าปลีกพวกนี้ จริงค่ะ พนักงานเป็นสิบเป็นร้อย แล้วแรงงานที่ทำงานในตลาดท้องถิ่นเดิมล่ะค่ะ เอาพวกเค้าไปวางไว้ตรงไหน
ค้าปลีกต่างชาติพวกนี้เข้ามา แบ่งจริงๆไม่กี่แผนกหรอกค่ะ แต่คนที่ทำมาหากินในตลาดลองแยกออกมาแล้ว จำนวนมันมากกว่า พนักงานในหนึ่งสาขาแน่นอน คนขี่สามล้อในตลาดแถวบ้านดิฉัน เค้าไม่มีวุฒิการศึกษาหรอกค่ะ แต่เค้าทำงานหาเงินให้ลูกสาวเรียนจนจบปริญญา ได้ แต่คงสมัครงานกับเทสโก้ไม่ได้ เพราะไม่มีวุฒิ (คนนี้มีจริงนะคะ เพราะภรรยาเค้าทำงานอยู่ที่บ้านดิฉันค่ะ)
เจ้าของธุรกิจหลายราย เติบโตจากการค้าขายในตลาดนี่แหละค่ะ ช.การช่าง หรือ ซีพี ก็โชวห่วยเก่าค่ะ ตลาดเหมือนโรงเรียนของนักธุรกิจ การลงทุนในกิจการค้า เริ่มจากเล็กๆ ในตลาด บทเรียนเกี่ยวกับธุรกิจก็ได้จากในตลาด
ถ้าหาตลาดหมดไป คนรุ่นต่อๆ ไปเค้าจะเริ่มทำธุรกิจจากอะไรคะ
ถ้าหากคิดว่า โชวห่วย หรือยี่ปั้วผูกขาดตลาด แล้วไม่คิดหรือว่า อีก 5 หรือ 10 ปี พวกธุรกิจซุปเปอร์มาร์เกตพวกนี้จะไม่ทำ
ปัญหาหลักๆคือ กำไรที่ต่างชาติ เอาออกไป สิบปีที่แล้วประเทศไทยเกิดปัญหาฟองสบู่แตก ที่ยืนโซเซอย่างทุลักทุเลได้เมื่อสิบปีที่แล้วไม่ใช่เพราะ เงินจากเศรษฐกิจท้องถิ่นพยุงเอาไว้หรือคะ
สิบปีที่แล้ว หลายคนที่ โดนปลดออกจากงาน เริ่มต้นชีวิตใหม่ในตลาดค่ะ ออกมาเป็นพ่อค้าแม่ค้า เริ่มต้นธุรกิจด้วยลำแข้งตัวเอง เริ่มธุรกิจเล็กๆน้อยๆ
ตอนนี้เราเริ่มเรียนรู้คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง จาก พ่อหลวงของเรา พออยู่พอกิน ทำการเกษตร แบบผสมผสาน ผลผลิตที่ได้ เทสโก้ไม่รับซื้อหรอกค่ะ เพราะมันไม่มียี่ห้อ ไม่มีตัว Q รับรอง แต่คุณเอาเข้ามาขายที่ตลาดได้
เราจะพอเพียงได้อย่างไรคะ ในเมื่อ กะปิ น้ำปลา เรายังต้องเดินเข้าไปในร้านค้าของฝรั่งเลย
ปัจจุบันครอบครัวดิฉันไม่ได้หากินในตลาด แต่ครอบครัวของดิฉัน เคยค้าขาย ผลไม้ได้ตลาดเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว ประสบการณ์ในตลาด ทำให้พ่อ เริ่มธุรกิจในปัจจุบัน
ดิฉันจบการศึกษาในเมืองไทย และได้มีโอกาส ได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศ (อังกฤษ)
ดิฉันมีคู่หมั้นเป็นชาวต่างชาติค่ะ และจะย้ายไปอังกฤษในปีหน้า
ปัจจุบัน ถ้าดิฉันอยู่ประเทศไทย ดิฉันจะช่วยงานแกนนำที่ประท้วงโลตัสในอำเภอบ้านเกิดของดิฉัน ที่ดิฉันเอ่ยถึงสถานะของตัวเอง เพราะ ดิฉันอยากจะบอกว่า ดิฉันเห็นสภาพไม่มีตลาดของ อังกฤษแล้วมันกลัวค่ะ เพราะ เชนธุรกิจที่มาหากินในประเทศเรา มันไม่ใช่ของคนไทย
และดิฉันก็มี รูปแบบชีวิตที่ทันสมัย และไม่ทันสมัยรวมกันอยู่ในตัวของดิฉันค่ะ
ถ้าใครเคยไปประเทศเยอรมัน จะเห็นว่า เค้ายังมีตลาดอยู่ ดิฉันเคยไปเห็นที่แฟรงเฟิร์ต รู้สึกงงเหมือนกัน เพราะความชาตินิยมที่มีอยู่ในตัวคนเยอรมัน มีอยู่สูงมาก ทำให้เค้าเห็นว่า ธุรกิจค้าปลีกพวกนี้จะทำลายประเทศ ยักษ์ใหญ่ค้าปลีก ของอเมริกาจึงต้องล้มพับกลับไป (เค้าว่ากันว่า เกาหลีก็เป็นอีกประเทศที่ ค้าปลีกต่างชาติต้องถอยเพราะ ความชาตินิยม แต่ดิฉันไม่เคยไปค่ะ)
พอมาถึงตรงนี้ อาจจะมีคนบอกว่า ทำ ประเทศอื่นๆ เค้าถึงยังอยู่ได้ อันนี้คงดูเป็นรายๆไปว่า รายได้หลักของประเทศเค้าคืออะไร แต่ประเทศของเรา รายได้หลัก คืออะไรคะ
เราเป็นประเทศ เกษตรกรรมนะคะ การส่งออกของเรา ก็เป็นฐานการผลิตอีกที เค้าจะย้ายฐานการผลิตไปที่อื่นเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ (หลายๆคนคงได้ข่าว กิจการที่เลิกไปตอนค่าเงินของไทยแข็งขึ้นมาได้) รายได้ของประเทศเราไม่ได้มีมากพอที่จะให้ มันถ่ายเทออกไปแบบนี้นะคะ เราต้องพยายามรักษา รายได้เงินตราของเราให้ไหลเวียนอยู่ในประเทศเราค่ะ
ถึงเราจะส่งสินค้าออกไปขายต่างประเทศได้มากเท่าไร มันก็คงไม่มีประโยชน์ ถ้าในประเทศยังบริโภคผ่าน ธุรกิจของต่างชาติ ประเทศเรายังจนค่ะ เราไม่ได้มีธุรกิจค้าเงินเหมือนสวิส เราไม่ได้มีอาชีพนายหน้าขายของเหมือนสิงคโปร์ ค่ะ เรามีพื้นฐานเป็นประเทศเกษตรกรรม (ท่องเอาไว้ให้ดีค่ะ)
ประเทศเราพัฒนาไปได้ค่ะ แต่คนในประเทศเราก็ต้องพยายามพัฒนาความรู้เท่าทันให้ทันกับต่างชาติค่ะ
ปัญหาธุรกิจค้าปลีก ถ้ามองผ่านๆ มันเหมือนไม่น่าจะมีอะไรมากมาย บางคนอาจจะบอกว่า คุณทำธุรกิจ คุณก็ต้องหัดแข่งกับเค้าสิ คือคำตอบนี้มันหยาบเกินไป(หยาบ = ตอบง่ายๆ)สำหรับดิฉันค่ะ
ถ้ามองให้ลึก คือ ถ้าเราแข่งแพ้ในตลาดบ้านเราเองแล้ว เราต้องย้ายไปหากินที่อื่นหรือคะ เราแพ้จากค้าปลีกในบ้าน แล้วจะให้เราผันตัวเองไปค้ากับต่างชาติข้างนอกหรือ??? ในบ้านเรายังแพ้เลยค่ะ ออกไปข้างนอก จะไม่เละเป็นโจ้กเลยหรือคะ โชวห่วยที่มีสักยภาพแบบเจ้าของ ช.การช่างคงมีอยู่ไม่กี่คน คำตอบนี้ขอให้ตกไปแล้วกันค่ะ
ไตร่ตรองปัญหานี้ดีๆ เราจะได้รู้เท่าทันต่างชาติค่ะ ประเทศเราจะได้พ้นจากการล่าอาณานิคมรูปแบบใหม่ของต่างชาติ ค่ะ
ดิฉันยอมรับข้อเสียของโชวห่วยค่ะ แต่เท่าที่ดิฉันเห็นในบ้านเกิด ท่าทีกับลูกค้าเริ่มอ่อนลงค่ะ ตอนนี้ปัญหาใหญ่ของเค้าคือสู้กับ ธุรกิจยักษ์ใหญ่ ต่อไป ดิฉันก็หวังจะเห็น การรวมกลุ่ม เพื่อปรับสภาพตลาด และลักษณะการดำเนินธุรกิจของพวกเค้า คงจะเป็นแบบค่อยๆเป็น ค่อยๆ ไป ส่วนตัวแล้ว โชวห่วยในตลาด ดิฉันเกลียดขี้หน้านี่หลายคนเลยค่ะ
ดิฉันก็เลี่ยงร้านที่ไม่ชอบ ไปหาซื้อร้านอื่น
บางคนถามว่าดิฉันไปเกี่ยวอะไรกับเค้า ดิฉันรักประเทศนี้เกินกว่าจะจะมองว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องของดิฉัน ปัญหานี้เป็นเรื่อนส่วนรวมที่ทุกคนมีส่วนเกี่ยวข้อง
ถ้าใครเคยดู vcd ของ อาจารย์ นิติภูมิ นวรัตน์ คงจะทราบว่า วันที่ประเทศ ประเทศหนึ่งระบบการเงินล่มสลายแล้ว มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ ทั้งหมอ หรืออาจารย์ จะมาหากินอยู่ข้างถนน
ดิฉันบอกอย่างไม่อายเลยว่า ครั้งแรกที่ได้ดู น้ำตามันไหลออกมาได้เรื่อยๆ (เหมือนดู I am sam)
ดิฉันเคารพทุกๆความคิดเห็น เลยค่ะ เพราะคนเรา มองอะไรได้หลายแง่หลายมุม แต่ก็อยากให้มองในมุมที่ต่างออกไป บ้าง คิดถึงประเทศกับพ่อหลวงของเราไว้เยอะๆค่ะ คอมเม้นต์นี้ค่อนข้างยาว ทนๆอ่านกันหน่อยนะคะ
ขอบคุณค่ะ
เข้ามาแก้คำผิดค่ะ
แก้ไขเมื่อ 18 ส.ค. 50 21:20:35
แก้ไขเมื่อ 18 ส.ค. 50 21:17:33
แก้ไขเมื่อ 18 ส.ค. 50 20:29:51
แก้ไขเมื่อ 18 ส.ค. 50 20:24:43