++ทานอาหารต้องระวังให้มากๆ ถ้าไม่อยาก "เลือด" กลบปาก++
|
|
ชื่อกระทู้อาจชวนสยองเล็กน้อย แต่เป็นเรื่องจริง
น้องสาว ไปทานอาหารกับลูกน้อยวัย 2 และ 4 ขวบ ที่ร้านอาหารที่มีสาขาในเกือบจะทุกห้าง
+++ตอนนี้จะยังไม่เอ่ยชื่อ จนกว่า จะมั่นใจว่า บริษัทเจ้าของร้านนี้ ไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้ หรือ ไม่แสดงความรับผิดชอบที่สมควรแก่เหตุการณ์+++
ลูกวัย 4 ขวบ ไปหยิบขนมมูสมา 2 ถ้วย ทานหมดไปหนึ่งถ้วย เหลือไว้หนึ่งถ้วย ไม่ทานต่อ
น้องสาวต้องการสร้างนิสัยที่ดีให้แก่ลูก ไม่กินทิ้งกินขว้าง ไม่หยิบมามากเกินรับประทาน จึงตำหนิ และบังคับให้ลูกสาวทาน
แต่เด็กก็ไม่ยอมทาน บอกว่าอิ่ม ทั้งดุ ทั้งปลอบก็ไม่ทาน
คุณแม่เสียดายของประกอบกับเกรงใจร้าน ที่หยิบมาแล้วไม่ทาน และก็ไม่กล้าเอากลับไปวางคืน จึงหยิบมามานเอง
ทานไปได้สองสามคำ ต้องบ้วนมูสทิ้งออกมา
มูสปะปนไปด้วยเลือดจากปากน้องสาว
เขี่ยๆดู ..เจ้าตัวถึงกับสยอง..เพราะมันคือเศษแก้ว ขนาดพอเหมาะทีเดียว
เลือดที่อยู่ในปากมาจากการบาดของเศษแก้วที่ปนอยู่ในขนมมูสนั่นเอง
พนักงานที่ผ่านมาเห็น เริ่มเดินไปซุบซิบกัน คุณแม่กวักมือเรียกพนักงานมาถาม ปากคอสั่นว่า "วัตถุชิ้นนี้เข้ามาอยู่ในอาหารได้อย่างไร"
โตะ๊ข้างๆเริ่มมอง พนักงานใครหลบได้หลบ มีคนมารับเศษแก้วไปดู แล้วไปซุบซิบกันต่อ น้องสาวและสามาีตกใจจนทำอะไรไม่ถูก จะถ่ายรูปก็ไม่ทันคิด
น้องตกใจจนมือสั่น ที่ตกใจมากมากเพราะ "หากว่าลูกฉันกินเข้าไปจะเป็นอย่างไร เด็กจะคายออกมา หรือจะกลืน เค้าจะอธิบายได้มั๊ยว่า กินหรือกลืนอะไรลงไป"
แค่คิดก็แย่แล้ว น้องรับเคราะห์แทนลูกไป โชคยังดีมาก ที่เด็กไม่กิน และไม่ได้ป้อนใส่ปากน้องคนสองขวบด้วย
จากคุณ |
:
SK_eng
|
เขียนเมื่อ |
:
29 ก.ค. 53 18:36:02
|
|
|
|