เปิดแล้ว ร้านเกาเหลาเนื้อตุ๋น ที่อร่อยที่สองของโลก มารายงานผล และคนตอบรับครับ
|
|
จากวันแรก ด้วยความเป็นมือใหม่ และก็เร่งที่จะเปิดเกินไป ( อยากขายละ ) แต่ว่าร้านยังไม่มีชื่อร้านเลย และมองภายนอกก็มองไม่ออกว่า ร้านนี้ขายอะไร เลยทำให้ พอขายได้ในวันแรก ก็จะมีแค่ร้านข้างๆ และร้านค้าฝั่งตรงข้ามเท่านั้นที่แวะเข้ามาชิม กับคนรู้จักที่โทรชวนกันมาลองชิมกัน
คนที่ได้ลองชิมแล้วจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า อร่อยมาก น้ำซุบ ก็ห๊อมหอม และก็บอกว่า อร่อยกว่าร้านดังๆและมีชื่อเสียงที่สุดในระแวกจังหวัดที่ผมอยู่ซะอีก คนที่เข้ามากิน จะพูดกันประมาณนี้ และคนบางส่วนที่แวะเข้ามากิน ส่วนใหญ่จะมาเพราะกลิ่น เพราะกลิ่นของน้ำซุปนี่หอมมากๆ
ลูกค้าคนแรก เป็นผู้หญิงหน้าตาสวย เข้ามาที่ร้านแล้วบอกว่า เกาเหลาเนื้อถุงนึงคะ ทุกคนในร้านตื่นเต้นกันใหญ่ที่มีลูกค้ารายแรกเข้ามาซื้อ แต่ก็ต้องแห้วเพราะว่าตอนที่น้องเข้ามาซื้อนั้น ผมยังไม่ได้เจียวกระเทียมเลย ^ ^ ตอนแรกว่าจะเจียวไว้ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ผมคิดว่า จะมาเจียวที่ร้านนี่แหละ จะเอากลิ่นเรียกลูกค้า แฮะๆ ๆ และลูกค้ารายแรกจริงๆก็เป็นแม่ค้าขายลูกชิ้น ใกล้ๆร้านผม รอบนี้ตื่นเต้นกันมากมาย อย่างน้อยๆก็ได้ขายแหละน่า สักชามให้พอเป็นกำลังใจ พี่เค๊าซื้อไปกินที่ร้าน ตอนยกถ้วยคืนมา ผมก็ลุ้นว่า น้ำซุปจะหมดหรือไม่ เพราะถ้าน้ำซุปเกลี้ยงถ้วยเลย มันก็หมายถึงเนื้อตุ๋นที่ร้าน อร่อยมาก และซดจนหมด แต่ว่า พอเอามาดู ปรากฎว่า น้ำซุปเหลือเพียบเลย เห็นแบบนี้ใจคอชักไม่ค่อยดี และคนแรก แถมไม่พูดอะไรด้วยว่าอร่อยหรือเปล่า ปล่อยให้เราลุ้นให้เขาชม ^ ^
สรุปว่าวันแรกลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่เยอะ เพราะมองไม่ออกว่าขายอะไร ถ้ามองจากนอกร้านเข้ามา แต่สำหรับคนที่หลงเข้ามาแล้ว ส่วนใหญ่จะต้องซื้อใส่ถุง กลับบ้านด้วย หรือบางคนก็เข้ามากินตอนเที่ยงแล้วก็แวะเข้ามาเพื่อจะกินอีกในตอนเย็นอีก (ร้านผมปิดตอน 15.00 ) แต่ว่าร้านผมปิดซะก่อน ก็เลยมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง เพราะว่า ถ้าไม่ติดใจก็คงไม่แวะมากินอีกรอบ ^ ^ ( เข้าข้างตัวเองไว้ก่อน ) แฮะๆ
ส่วนวันที่สอง อะไรต่างๆก็ยังไม่พร้อมเหมือนเดิม เพราะว่าก็ยังมือใหม่กันทุกคน ลูกค้าคนแรกของวันนี้ ต้องแห้วกลับไปอีกเช่นกัน เพราะว่านึกว่าเปิดขายแล้ว เพราะกลิ่นมันหอมยั่วยวนใจเหลือเกิน เขาบอกว่าเดินตามกลิ่นเข้ามา ส่วนลูกค้าคนแรกจริงๆของวันที่สองก็คือ ลูกค้าที่บ้านอยู่ใกล้ๆร้าน และเป็นคนที่สั่งพิเศษราคา 50 บาทไปกิน ( เขาชอบกินเนื้อตุ่นอยู่แล้ว ) ร้านผม ธรรมดา 30 พิเศษ 40 และตัวน้าเค๊า จะต้องเข้าไปในเมือง เพื่อที่จะไปกินร้านดังๆประจำจังหวัด เป็นประจำ พอมาถึงก็บอกว่า เหมือนเดิม กับเมื่อวาน 50 บ๊าท ภาษาระยอง จะเหน่อๆหน่อย และก็พูดว่า ไปหั๊ดทำที่ไหนมาเนี๊ย อร๊อยจริงๆ พอกินไป อร๊อยมากๆ น้ำซุปก็หอมม๊ากๆ อร๊อยกว่าร้าน.... อี๊กนะเนี่ย พอทุกคนในร้านได้ยินแค่นั้นแหละ ยิ้มกันหน้าบานเลย เล่นชมกันซะขนาดนี้ และส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาวันที่สองก็จะเป็น คนที่ถูกคนที่กินวันแรกแนะนำมากันซะส่วนใหญ่ ( หรือเขาเรียกกันว่าปากต่อปาก ) เข้ามาก็จะบอกว่า คนนั้นเขาบอกว่าอร๊อย เล๋ยมาลองชิมดู พอกินเสร็จ ส่วนใหญ่จะต้องซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านด้วย แฮะๆ ดีใจสุดๆ ^ ^
แล้วตัวผมก็ต้องไปทำป้ายร้านในเมืองปล่อยให้พี่สาวกับพ่อ ขายของกัน ที่ร้านสองคน ก็ยังคิดว่าจะเป็นไงหนอวันนี้ แต่พอทำธุระเสร็จ กลับมาที่ร้าน มองดูหม้อที่ใส่เนื้อตุ๋น โอวแม่เจ้าเหลือไม่กี่ชิ้น7-8ชิ้นได้ แต่พี่สาวยังไม่ปิดร้าน คงหวังให้ขายให้หมด เพราะว่าเหลือเนื้อสดอยู่ แต่ผมเห็นว่าเนื้อตุ๋นเหลือน้อยแล้ว ผมเลยสั่งให้ปิดร้านทันที ฮ่าๆๆ และก็เอาที่เหลือนั่นแหละ เอามาใส่ถ้วยใส่เอ็นแก้วลงไป ไส้ และก็เนื้อสามชั้น ใส่ผักบุ้ง ผักกาดหอมด้วย และก็กระเทียมเจียว แล้วกินกับข้าวสวยร้อนๆ ลองจิตนาการว่า ผมไปกินที่ร้านอื่น และไม่ใช่ตัวเองเป็นคนทำ แต่ก็อดที่ไม่ได้จะพูดออกมาว่า อร่อยๆๆๆๆมากๆๆ แต่ว่ายังกินไม่ทันหมด ก็มีน้องผู้ชายคนนึง เข้ามาแล้วพูดว่า เกาเหลาถุงนึงครับ และทุกคนในร้าน ก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หมดแล้วครับ และหลังจากนั้น น้องคนนั้นก็เดินคอตกกลับไป ^ ^ จริงๆว่าจะชวนกินด้วยกันนั่นแหละ กะว่าให้ซื้อข้าวเปล่าแค่ 5 บาทก็พอ แล้วมานั่งกินด้วยกัน แฮะๆ และพี่สาวก็บอกว่า อ่อน้องคนนี้เป็นลูกของคนที่มากินไปตอนเที่ยง สงสัย พ่อไปบอกว่าอร่อยแล้วอยากลองแน่ๆเลย ^ ^ จากนั้นก็เลยรีบปิดประตูลงข้างนึง เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่า ร้านปิดแล้ว เพราะไม่งั้น ความหอมของน้ำซุปจะไปชวนชาวบ้านเขาเข้ามาอีก ^ ^
สรุปอีกครั้งนึงว่า วันนี้ขายเนื้อตุ๋น หมดเกลี้ยงเลยครับ เย้ๆๆ ( ดีใจอยู่คนเดียว ) **แต่ไม่ได้บ้านะครับ ** ^ ^
แค่อยากจะเขียนมาบอกพี่ๆน้องๆที่ช่วยกันแนะแนะในเรื่องต่างๆจากกระทู้ก่อนๆด้วยนะครับ เช่น การใช้ผัก ที่ผมเคยตั้งประทู้ถามว่าควรใช้ผักอะไรดี
มีท่านนึงบอกว่า ใส่มันทั้งสองอย่างไปเลย สรุปแล้วว่า แหล่มจริงๆครับ เพราะว่า ถ้าใส่ผักกาดหอมอย่างเดียวเนี่ย พอโดนความร้อน ผักก็จะยุบตัวลง เวลากินก็จะไม่ค่อยได้รสชาติเท่าไหร่ แต่ก็ได้ความสวยงาม แต่ผักบุ้งจีนนั้น ก้านมันมันจะให้เราได้เคี้ยวกรุบๆ กรอบๆ สรุปว่า ใส่ผักสองอย่าง แหล่มครับ ขอบคุณมากสำหรับท่านที่แนะนำ
และมีท่านนึง สั่งผมก๋วยเตี๊ยวผมในกระทู้นี้แหละ สั่งประมาณว่า ชิ้นสด และบอกรายละเอียดว่า เนื้อสดไม่ต้องลวกนะ เอาน้ำร้อนมาราดได้เลย สรุปว่าถือว่าเป็นอีกเทคนิคนึงที่นำมาใช้ได้กับการขาย เนื้อมันหวานๆนุ่มๆและไม่สุกมากเกินไป คิดแล้วหิวและอยากกินอีกละ แฮะๆ ^ ^ ผมก็เอาความรู้และเกร็ดเล็กๆน้อยๆนี่แหละครับ มาพัฒนาเนื้อตุ๋น ต่อไป เพราะว่าตอนที่ไปเรียนกับอาจารย์นั้น เขาก็ไม่ได้บอกละเอียดซะทุกเรื่อง บางอย่างก็ต้องศึกษาเอา จากพี่ๆน้องๆในห้องก้นครัวแห่งนี้แหละครับ
และขาดไม่ได้สำหรับทุกกำลังใจ และคนที่ให้กิ๊ฟเพื่อเป็นกำลังใจครับ ขอบคุณมากครับ ^ ^
เดี๋ยวว่างๆจะถ่ายรูปมาให้ดูครับ และถ้าดูรูปแล้วมีกลิ่นได้ด้วยนะ รับลองว่า คนที่ชอบเนื้อตุ๋น ไม่ว่าจะอยู่ไกลขนาดไหน ก็ต้องอยากมาแวะชิมครับ เห็นแต่รูปอย่างเดียวอาจจะไม่เท่าไหร่ ถ้าได้ดมกลิ่นด้วยเนี่ย มีโดนแน่นอนครับ
^ ^
แก้ไขเมื่อ 19 ส.ค. 53 01:54:41
จากคุณ |
:
คิดนอกกรอบ
|
เขียนเมื่อ |
:
19 ส.ค. 53 01:37:21
|
|
|
|