เคยอ่านหลายๆ กระทู้ในห้องนี้ว่าเวลาไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ
แล้วบางครั้งจะพบว่า พนง.คิดเงินไม่ตรงกับสินค้าที่เราซื้อ
ก็ได้แต่อ่านและพยายามระมัดระวังมาตลอด
ตรวจสอบใบเสร็จอยู่เสมอๆ เพราะไม่อยากให้ใครมาโกงเอาเงินเราไปฟรีๆ
แต่ในที่สุดเหตุการณ์แบบนั้นก็เกิดขึ้นจนได้ค่ะ
เหตุเกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 30 ก.ค. นี่เองค่ะ ณ ห้างห้างหนึ่งแถวปิ่นเกล้า
เนื่องจากวันนั้นมีน้ำมันพืชลดราคา เราก็เลยซื้อมา 3 ขวด
วันนั้นเราซื้อของค่อนข้างเยอะ จุกจิกหลายอย่างค่ะ
บิลยาวทีเดียว รวมเป็นราคาหลักพันนิดๆ ได้
พอพนง. คิดเงินเสร็จ เราก็เข็นรถมาไว้ตรงที่ว่างๆ หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน
เพื่อเช็กราคากับของในบิล ปรากฏว่ามีการคิดสินค้าเกินมา 2 รายการค่ะ
คิดเป็นเงินประมาณเกือบๆ ร้อยบาท
แต่ตอนนั้นก็ยังไม่มั่นใจเท่าไร เลยลองเอามือถือออกมาคิดราคาอีกครั้ง
เพื่อความชัวร์ค่ะ คิดอยู่ 3 รอบ ก็คิดราคาเกินมาชัวร์แล้ว
คือตอนแรกเขาคิดน้ำมันพืชคูณ 3 ขวดไปแล้วใช่มะคะ
แต่ตอนหลังก็ยังเอาอีก 2 ขวดมาแสกนบาร์โค้ดอีก
กลายเป็นว่า พนง.คิดน้ำมันพืชมา 5 ขวดค่ะ
เลยไปติดต่อที่แผนกบริการลูกค้า ว่าคิดเงินเกิน เขาก็ไม่พูดอะไรค่ะ
ไม่ตรวจสอบด้วยซ้ำว่าเราพูดจริงไหม
แค่ขอบิลไปแล้วถามว่าคิดเกินไปเท่าไหร่
แล้วก็เอาเอกสารให้เซ็นพร้อมรับเงินที่คิดเกินไปคืนมา จบค่ะ
จบจริงๆ ค่ะ ไม่มีคำขอโทษใดๆ ออกมาจากพนง.สักคำ
เข้าใจนะคะว่าไม่ใช่ความผิดของ พนง.แผนกบริการลูกค้า
แต่เราว่ามันเป็นมารยาทพื้นฐานที่พึงกระทำต่อลูกค้า
เลยออกจะไม่พอใจนิดๆ แต่ก็ปล่อยผ่านมันไปค่ะ
ได้เงินคืนมาแล้วก็โอเค ไม่อยากหงุดหงิดมากกว่เดิม
มาเล่าสู่กันฟังไว้ค่ะ จะได้ระวังกันมากขึ้น
วันหลังซื้อของแล้ว ต้องตรวจสอบใบเสร็จทุกครั้งนะคะ
ยอมเสียเวลาอีกนิด...เพื่อสิทธิ์ของเราค่ะ 