หลังจากขับมารน้อยคุกกี้ออกจากสำนักไป พรรคว้าเหว่ดูคล้ายดั่งคนป่วย สมาชิกทะยอยกันลาจากทีละท่าน มิใช่ว่า ศิษย์พรรคจะลาไปมีคู่ก็หาไม่ ล้วนเดินจากไป โดยคงความเดียวดายเช่นเคย
หากแต่เป็นเพราะประมุขพรรคดูเซื่องซึม มิใคร่ทบทวนฝึกปรือวรยุทธ์ ศิษย์พรรคเล็งเห็น ความอ้างว้างช่างเจ็บปวดแล้ว
ไฉนเราจะทำตัวไร้วิญญาณเช่นประมุขดังนี้ จึงต่างแยกย้ายกันไป
จากนั้นมินาน ยุทธภพปรากฎพรรคใหม่ขึ้น นามว่า "พรรคสำราญ" ผู้ก่อตั้งพรรคมิใช่ใครอื่น หากแต่เป็น แม่นางเป๋ยเป่อวิ่ง อันซึ่งจู๋ปังอู้เคยนับถือเป็นซือเจ๊แต่เก่าก่อน มาครานี้ได้ยินว่า มารน้อยคุกกี้ได้นำเคล็ดวิชาไร้รักไปมอบให้เป็นกำนัลแก่วาระจัดตั้งพรรคด้วย
จู๋ปังอู้ทราบความยิ่งคับแค้นในอก อันผู้ซึ่งเราเคารพอยู่ แท้จริงที่ห่างหายจากวงการ นั้นคือการส้องสุมผู้คน จัดตั้งเป็นพรรคใหม่นั่นเอง อีกทั้งนางอันเป็นที่รัก ยังไปเข้าเป็นพวกพ้อง ดั่งคล้ายหนามแหลมทิ่มแทงในใจ
พรรคสำราญเปิดประชุมพรรคบ่อยครั้งยามวิกาล ดึกสงัดผู้คนหลับใหล กลุ่มคนหนุ่มสาวล้วนซุ่มฝึกปรือวิชาปากตะไกร และวิชาเบิกบาน
ชาวยุทธที่เคยเข้าเยี่ยมหัวหน้าพรรค ล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียว พรรคสำราญกล้าแข็งนัก ช่างแตกต่างกับพรรคว้าเหว่ยิ่ง เท็จจริงผู้ใดจะรู้
เหล่าศิษย์พรรคสำราญล้วนแบกไว้ซึ่งระทม มิต่างจากศิษญ์พรรคว้าเหว่ อันเคล็ดวิชาที่ได้มา ล้วนเพื่อเยียวยารักษาใจ หาได้ต้องการอวดอ้างเก่งกาจบารมีใดไม่
จู๋ปังอู้ยังคงจมอยู่ในความทุกข์ ออกตะเวณชิมอาหารในคราใด ล้วนพานพบรสขื่นขม เสี่ยวเอ้อใยดูคล้ายกลั่นแกล้ง บรรยากาศหม่นหมองยิ่ง สัญลักษณ์รูปดาวที่ชาวยุทธเคยพบ กลับหายไปจากกระดานประกาศ โรงเตี๊ยมหลายแห่ง ถูกวิจารณ์เปรียบเปรยคล้ายดั่งโรงอเวจี
กระดานประกาศตั้งกลางเมือง ชาวยุทธใช้ปิดป้ายนัดหมาย แม้นมีป้ายข้อความใดๆจากนางหลีหนูโหย่ว กลับมีข้อความมาต่อท้ายทันใด อ่านได้ความเพียง เชอะ เชอะ เชอะ
ชุมนุมชาวยุทธอีกครา ณ.โรงเตี๊ยมเหมยฉ่าง จู๋ปังอู้พาสังขารอิดโรยเข้าร่วม ในหนนี้ พรรคว้าเหว่แทบไม่เหลือความองอาจ ศิษย์พรรคหลายนามประกาศตนไม่ยุ่งเกี่ยว ราศรีประมุขพรรคมัวหมองยิ่ง
ยังไม่พอ หลีหนูโหย่วปรากฎกาย เคียงคู่หวานใจอีกครา ด้วยมิต้องปิดบังอันใด ทั้งคู่ดูสุขสม เคียงคู่ไม่ห่าวกาย พบหน้าอดีตอาจารย์ผู้ประสาทวิชา กล่าวทักทายด้วยเสียงสดใส ดูคล้ายไม่ทราบในใจ อาจารย์หนุ่มหัวใจร้าวราน ต้องฝืนทักตอบอย่างยากเย็น
จู๋ปังอู้เดินทางกลับจากงานประชุมด้วยหัวใจโรยรา กลับมานั่งทบทวนดูเรื่องราว มิเข้าใจว่า ใยฟ้าต้องเล่นตลก ครารุ่งเรืองเฉิดฉาย ดูเหมือนดังองค์เทพ ปวงชนนับหน้าถือตา คราร่วงโรยอับเฉา คล้ายดั่งหินกรวดข้างทาง ประชาดูเมินเฉย แม้ศิษย์พรรคมากหน้า กลับแยกย้ายหน่ายหนี ลืมช่วงเวลาหอมหวานสิ้น
พลันคิดถึงนางมารน้อย เจ้าจะรู้ไหมว่า ใจข้าคะนึงหาทุกเมื่อวัน หากแม้นเจ้ารู้ความใน เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร นางจะหวนคืนร่วมพรรคไหม ตัวข้ายินดีแก้กฎพรรค ผ่อนคลายเข้มงวด เพียงขอใกล้ชิดอีกครา
ว่าแล้วพลางหยิบกระดาษ จรดภู่กัน หมายจะสารภาพความในใจ ใช้เวลาครู่หนึ่งเกิดเป็นจดหมายบรรยายรักฉบับหนึ่ง พาข้อความในนั้น เดินทางไปณ.ห้างร้านกลางเมือง
ห้างร้านโด่งดัง รับบริการส่งข้อความโดยพิราบสื่อสาร เรียกขานกันในหมู่ชาวยุทธว่า กระทำ อี่หม่าว จู๋ปังอู้ส่งมอบจดหมายพร้อมถิ่นปลายทาง จ่ายค่าธรรมเนียมเสร็จสรรพ เฝ้ามอง เจ้าหน้าที่ปล่อยนกพิราบ
พลันเกิดความคิดในหัว มิทราบเป็นเรื่องราวอันใด พิราบโผบินได้สูงเพียงหนึ่งศอก จู๋ปังอู้กลับใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้น ตวัดกระบี่สองคำรบ จดหมายนั้นกลับลงปลิวร่วงมาจากขานก ปล่อยให้ พิราบบินไปโดยไร้ข่าวสารใดๆ
พิราปสื่อสาร บินมาเกาะหน้าบ้านนางหนูโหย่ว นางมารน้อย พบนกสื่อสาร ถลันเข้าตรวจสอบ แต่หาพบจดหมายสื่อความใดๆไม่ สร้างความงุนงงไม่น้อย
ณ. เขาสุขสวัสดิ์
จู๋ปังอู้ผู้ผ่านร้อนหนาว นั่งจิบน้ำชาเดียวดาย
ท่ามกลางความทุกข์ถาโถมนานนับ หากขอเพียงใจสงบนิ่ง มีปัญหาใดมิแก้คลาย
ชาถ้วยแล้วถ้วยเล่า ราดรดผ่านลำคอ ความร้อนของน้ำชากลับสร้างความสงบเย็นในใจ
...............
ตัวข้า จู๋ปังอู้ ผาดโผนในยุทธภพนานปี สร้างสมความดีงาม ผู้คนต่างสรรเสริญ แต่กระนั้น บนเส้นทางเดินผ่าน มิใช่มิเคยทำผิดพลาด เกิดศัตรูอาฆาตก็เคยมี อันท่ามกลางหมู่คน มากหลายเชื้อพันธุ์ ร้อยพ่อพันแม่ หากแม้นถือสาเพียงสิ่งเล็กน้อย มารร้ายเข้าชักจูง มิตรรักอาจกลายเป็นศัตรูได้
กระทั่งมารร้าย แท้จริงร้ายเพียงใด จุดมุ่งหมายผู้คนย่อมต่างกัน ที่เห็นร้าย อาจเพียงกระทำตามมุ่งหมาย ขอเพียงคนเราครองสติ ปัญญาไตร่ตรอง เดินตามทางสายกลาง พบว่าผู้คน ต่างมีดีชั่ว อยู่ในตนเอง
อันใจคนเรา ปรุงแต่งสารพัน คิดร้ายยิ่งร้าย คิดดียิ่งดี แม้นหมายปองร้ายผู้อื่น ร้ายนั้นกลับฝังแน่นในใจตน ทำดีใช่ไม่ได้ดี เพียงแต่กรรมเก่าปางก่อน เบี่ยงเบนหักเห ความดีดูเชื่องช้า สนองตอบมิท่วงทัน
ยุทธภพแห่งนี้ กาลก่อนตัวเรา เปรียบเทียบเป็นโลกกว้าง โลดแล่นไม่นาน คล้ายท่องรอบโลก ครานี้คิดได้ อันโลกแท้จริง กว้างไกลหนักหนา ขอก้าวอีกหน เดินทางสู่โลกใหม่
จู๋ปังอู้จัดแจงเก็บเสื้อผ้าสัมภาระ ทิ้งอดีตทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ดั่งเข้าใจสัจจธรรม ขอออกเดินทาง ผาดโผนอีกครา แต่ยังมิคิดยุบพรรคว้าเหว่ คล้ายรอจังหวะเวลา เพื่อกลับมาอีกครั้ง
มีพบ ย่อมมีจาก
มีทุกข์ ย่อมมีสุข
มีอิ่ม ย่อมมีอด
รสชาติของชีวิต ปรุงผสมกันได้โอชานัก
จบภาค 1
แก้ไขเมื่อ 30 ก.ย. 46 13:33:24
แก้ไขเมื่อ 30 ก.ย. 46 13:31:49
จากคุณ :
เคราครึ้ม
- [
30 ก.ย. 46 13:29:10
]