ความคิดเห็นที่ 9
วิธีการให้นม
ควรป้อนนมโดยใช้ขวดนมแก่ลูกสัตว์กำพร้า ขวดที่เหมาะสมสำหรับลูกสุนัขและลูกแมวควร เป็นขวดขนาด 2 ออนซ ์ รูที่หัวนมควรมีขนาดใหญ่พอที่จะให้น้ำนมไหลผ่านไปอย่างช้าๆ เพื่อให้ได้รับอย่างเต็มที่ ลูกสุนัขที่มีอายุมากขึ้น ขนาดตัวโตขึ้นควรเปลี่ยนไปใช้ขวด 4 ออนซ์ ที่หยอดตาหรือหลอดฉีดยาปลายทื่อ จะใช้ได้ดีกรณีที่ลูกสัตว์กำพร้านั้นมีขนาดเล็กมากๆ หรืออ่อนแอเกินกว่าจะให้นมออกจากขวดในขณะที่หัวนมยังอยู่ในปาก ลูกสัตว์เนื่องจากจะทำให้น้ำนมเข้าปอด ซึ่งมีผลให้เกิดปอดบวมหรือตายได้
การให้นมลูกสัตว์กำพร้าโดยทางสายยางจะสะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องให้นมลูกสัตว์พร้อมกันทีละหลายตัว แต่อย่างไรก็ตามการวางสายยางไม่ถูกตำแหน่งการใช้ผิดวิธีหรือการให้นมเร็วเกินไปก็อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือตายได้ ดังนั้นก่อนที่จะทำการให้นมลูกสุนัขกรือลูกแมวกำพร้าโดยใช้สายยางจึงควรฝึกการใช้อย่างถูกวิธีให้มีประสบการณ์ก่อน
การจัดการให้นม
อุปกรณ์ทุกชนิดที่ใช้ในการให้นมจะต้องคำนึงถึงเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ ต้องอุ่นนม ก่อนทุกครั้ง การให้นมเย็นๆ แก่ลูกสัตว์กำพร้าอาจทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงจนถึงจุดวิกฤต
ลูกสุนัขกำพร้าในช่วงอายุสัปดาห์แรก (น้ำหนักประมาณ 200-300 กรัม) อาจให้น้ำนมทดแทนประมาณ 10 มิลลิลิตร (2/3-3/4 ช้อนโต๊ะ) สำหรับการให้ครั้งแรก สำหรับลูกแมวที่มีน้ำหนักประมาณ 90-140 กรัม ควรให้น้ำนมทดแทน 5 มิลลิลิตร
สำหรับการให้ครั้งแรก ลูกสัตว์ที่ได้รับนมโดยทางขวดนมจะปฏิเสธหัวนมเมื่ออิ่ม ผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกสัตว์กำพร้าส่วนใหญ่มักนิยมอุ้มลูกสัตว์ในขณะที่ป้อนนม โดยยกหัวของลูกสัตว์สูงขึ้น และยืดอกเล็กน้อยในขณะที่อุ้มสัตว์ไว้ในอุ้งมือ ควรส่งหัวนมเข้าปากลูกสัตว์แล้วยกขึ้นดึงกลับเล็กน้อย การทำเช่นนี้จะช่วยยกหัวสัตว์ขึ้นและทำให้ลูกสัตว์ดูดนมได้ดีขึ้น ถ้าระหว่างการให้นมมีน้ำนมไหลออกมาทางจมูกควรลดอัตราเร็วของการให้นมลง ถ้ายังไม่หายควรตรวจดูช่องปาก เพื่อดูว่ามีเพดานปากโหว่ (Cleft Palate) หรือไม่
สำหรับการเลี้ยงดูลูกสัตว์กำพร่าในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต ปริมาณนี้นมทดแทนที่ให้ในแต่ละวัน ไม่ควรเกิน 10% ของน้ำหนักตัวใน 2-3 วันแรก การให้ในครั้งที่ 2 และ3 ควรมีปริมารณน้ำนมเท่ากับที่ให้ในครั้งแรกจากนั้นปรับตามวิจารณญาณและความเหมาะสม ลูกสัตว์ที่มีอายุมากกว่าหรือพันธุ์ใหญ่อาจพิจารณาเพิ่ม ปริมาณน้ำนมให้มากขึ้นได้ถ้าลูกสัตว์นั้นกินนมได้ดีในครั้งแรกๆ และมีการทำงานของลำไส้ปกติ
เนื่องจากลูกสัตว์กำพร้าจะต้องมีการปรับระบบการย่อยอาหารให้คุ้นกับน้ำนมทดแทน ดังนั้นการให้น้ำนมทดแทนในปริมาณที่น้อนกว่าปริมาณที่ลูกสัตว์ต้องการ จึงเป็นการดีกว่าการให้เกินปริมาณที่ต้องการในช่วงอายุ 2-3 วันแรก
ความถี่ของการให้นม
ควรให้นมแก่ลูกสุนัขและลูกแมววันละ 4 ครั้ง ที่เหมาะสมที่สุดควรห่างกันครั้งละ 6 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัต ิ การให้นมเมื่อเวลา 8.00 น. , 11.30 น., 15.30 น. และ 21.00 น. ก็ใช้ได้ผลดีเช่นกัน จะเป็นการดีถ้าให้นมปริมาณน้อยในแต่ละครั้งแต่ให้บ่อยๆ อย่างไรก็ตามพึงระลึกไว้เสมอว่า ลูกสัตว์เกิดใหม่ต้องการนอนเป็นเวลานาน ดังนั้นการปลุกลูกสัตว์ขึ้นมาให้อาหารจะทำให้ลูกสัตว์เครียดเป็นสิ่งที่ไม่พึงปรารถนา และไม่พึงกระทำ และจะต้องเพิ่มนมให้ในกรณีที่ลูกสัตว์ไม่ยอมนอน กระวนกระวายส่งเสียงร้อง
ปริมาณน้ำนมที่เพิ่มให้ควรเป็น 1 มิลลิลิตร ต่อการให้ในแต่ละครั้งโดยเริ่มเพิ่มให้หลังจากให้ครั้งแรกแล้ว 36-48 ชั่วโมง หรืออีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลคือ อาจให้เพิ่มขึ้น 3 มิลลิลิตร (1/2-3/4 ช้อนชา) วันเว้นวัน สำหรับลูกแมวในอัตราเร็วของการเพิ่มควรช้ากว่าลูกสุนัข โดยอาจเพิ่ม 1 มิลลิลิตร ต่อวันหรือ 2 มิลลิลิตรวันเว้นวัน ปริมาณที่เพิ่มให้นี้จะใช้เป็นเกณฑ์ตราบเท่าที่สูกสัตว์กินนมตามต้องการและอิ่มพอดี ถ้าเพิ่มถึงจุดที่ลูกสัตว์กินนมไม่หมด ควรคงระดับน้ำนมไว้ที่ปริมาณนี้ 1-2 วัน
การที่ลูกสัตว์มีน้ำหนักตัวลดลงในช่วงการให้นมทดแทน 2-3 วันแรก ถือเป็นเรื่องปกติ การเปลี่ยนสูตรส่วนผสมหรือการเพิ่มปริมารณน้ำนมคราวละมากๆ ควรค่อยๆ เปลี่ยนโดยใช้เวลา 3-4 วัน โดยเพิ่มปริมาณน้ำนมขึ้น 25% ทุกๆ วัน
อัตราการเพิ่มน้ำหนัก
อย่างน้อยที่สุดในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของชีวิต ควรมีการชั่งและจดบันทึกน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ในช่วง 5 เดือนแรกลูกสุนัขควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 100-200 กรัมต่อวัน ลูกแมว ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 50-100 กรัมต่อสัปดาห์
http://www.yupparaj.ac.th/web2003/m401/3545/theme_14.html
จากคุณ :
วชิรา
- [
29 ส.ค. 50 21:30:11
]
|
|
|