Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    เคล็ดลับปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด ให้ได้ผลผลิตดี ในแบบฉบับ ของ...จำลอง สุขพร้อม จ.สุโขทัย

    พลุ.....................มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลพื้นเมืองของไทยอีกชนิดหนึ่งที่น่าจับตามอง เนื่องจากเป็นผลไม้ยอดนิยม เป็นที่ต้องการสูงทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ แถมมีราคาจำหน่ายค่อนข้างแพง แต่มีข้อจำกัดก็คือ เป็นไม้ผลที่ออกตามฤดูกาล และมีพื้นที่การปลูกค่อนข้างน้อย

                        หลายคนอาจจะสงสัยว่า มะปรางหวานกับมะยงชิด คือไม้ผลชนิดเดียวกันหรือเปล่า หากจะสังเกตความแตกต่างกัน ดูได้จากตรงไหน คำตอบที่ผู้เขียนได้จากเกษตรกรผู้รู้มาก็คือ มะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นไม้ผลชนิดเดียวกัน แต่แตกต่างในเรื่องสายพันธุ์ และการเรียกชื่อ มะปรางหวาน-มะยงชิด ในแต่ละท้องถิ่น

                        ชาวนครนายก เรียกผลไม้ชนิดนี้ว่า "มะยงชิด" มาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าแล้ว ชื่อมะยงชิด เป็นการเรียกตามสายพันธุ์ ตามลักษณะผล ที่มีขนาดใหญ่ รสชาติหวานอร่อย จังหวัดสุโขทัย ถือเป็นแหล่งปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด ที่สำคัญแห่งหนึ่งในภาคเหนือตอนบน โดยคาดว่าแหล่งนี้ปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด มานานกว่า 150 ปีแล้ว เพราะปัจจุบันยังมีต้นมะปรางพันธุ์พื้นเมือง อายุตั้งแต่ 100-150 ปี อยู่หลายต้น และยังสามารถเก็บผลผลิตได้เรื่อยๆ

                        โดยทั่วไป ชาวสุโขทัยแบ่งมะปรางออกเป็น 3 ชนิด คือ
                   1. ลำยง รสชาติออกหวานอมเปรี้ยวนิดๆ พวกแม่ค้าจะเรียกว่า ลำยงชิด ก็มะยงชิดนั่นแหละ
                   2. มะปรางหวาน
                   3. มะปรางกาวาง คือมะปรางขนาดผลเล็กที่มีรสชาติเปรี้ยวมาก ไม่นิยมรับประทาน แต่นำไปเป็นวัตถุดิบผสมกับมะเขือเทศ เพื่อแต่งกลิ่นและรสชาติให้เป็นซอสมะเขือเทศวางขายในท้องตลาดทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีมะปรางอีกชนิดที่คาดว่าสูญพันธุ์ไปแล้วคือ มะปรางป่า ผลมีขนาดเล็กมาก ลักษณะใบยาวแหลม ผลที่ออกมาจะมีรสชาติที่เปรี้ยวจัด ไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

                        ตำบลท่าทอง ตำบลคลองกระจง ถือเป็นแหล่งสำคัญที่มีการปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด มากที่สุด ในจังหวัดสุโขทัย แต่ละปีพ่อค้าแม่ค้าจากทั่วทุกสารทิศ รวมทั้งพ่อค้าจากดินแดนใต้สุด เช่น สุไหงโก-ลก ก็จะมารับซื้อผลไม้จนถึงสวนในจังหวัดสุโขทัย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด เป็นกอบเป็นกำ บางรายรับทรัพย์เป็นหลักล้านบาททีเดียว พ่อค้าแม่ค้าชาวใต้จะรับผลไม้ชนิดนี้ ส่งออกไปขายในพื้นที่ภาคใต้ รวมทั้งประเทศมาเลเซีย



    snowmanมะยงชิด ที่ท่าทอง

                        ย้อนกลับมาเข้าเรื่องมะปรางหวาน-มะยงชิด กันต่อดีกว่า เนื่องจากระยะที่มีผลผลิตมะปรางหวาน-มะยงชิด ออกสู่ตลาดพอดี ผู้เขียนจึงนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักกับการปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด ที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นสวนของ คุณจำลอง สุขพร้อม เกษตรกรมืออาชีพที่ทำกินในอาชีพการเกษตรมานานกว่า 20 ปี ปัจจุบันคุณจำลองอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ที่ 2 ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรค์โลก จังหวัดสุโขทัย

                        คุณจำลอง เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะปรางหวานมานาน รู้จักเคล็ดลับการปลูกมะปรางแบบง่ายๆ ให้ได้ผลผลิตที่ดี โดยไม่ต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีใดๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตดกเต็มต้น คุณจำลองบอกว่า ความจริงการปลูกมะปรางหวาน-มะยงชิด ใครๆ ก็ทำได้ ควรเลือกใช้ต้นพันธุ์ของมะปรางหรือกิ่งพันธุ์ที่จะนำมาปลูกต้องผ่านการชำมาแล้วอย่าง 2 เดือน เพื่อให้ติดราก

                        นำกิ่งพันธุ์ไปปลูกในดินทั่วไปได้เลย ไม่ต้องไปรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ให้ยุ่งยาก การขุดหลุมปลูก อย่าขุดหลุมลึกมาก เพราะอาจทำให้รากเน่าตายได้ เมื่อปลูกเสร็จก็กลบดินให้แน่น ระยะแรกของการปลูกมะปรางไม่ควรใส่ปุ๋ย แต่ควรคลุมโคนต้นมะปรางด้วยฟางข้าว พอปลูกเสร็จแล้วก็นำไม้มาปักมัดเชือกให้แน่น เพื่อป้องกันลำต้นของมะปรางโยกคอน

                       เมื่อปลูกไปได้ประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ปี ให้นำเอาขี้วัวแห้งใส่บริเวณรอบโคนต้นมะปราง แล้วนำเอาซาแรนมากันแดดให้ร่มเงา ไม่ให้ต้นโดนแดดแรงจัดเกินไป ปล่อยเอาไว้ประมาณ 6 เดือน หรือ 1 ปี หลังจากนั้นให้คอยดูแล จัดการสวนให้ดี ระวังอย่ารดน้ำมากจนชื้นแฉะ เพราะต้นมะปรางหวาน อาจโคนเน่าตายได้

                        คุณจำลอง บอกอีกว่า หลังจากปลูกมะยงชิด หรือมะปรางหวานแล้ว ควรปลูกไม้ชนิดอื่นๆ ร่วมแปลงด้วย เช่น กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมทอง เพื่อจะได้มีรายได้เสริม จนกว่าต้นมะยงชิดหรือมะปรางหวาน จะให้ผลผลิตภายใน 2-3 ปี ข้างหน้า

                        สำหรับการดูแลรักษาต้นมะปรางหวาน-มะยงชิด ให้มีผลผลิตที่ดี คุณจำลองบอกว่า จะไม่เน้นใส่ปุ๋ย และควรให้น้ำ 1 ครั้ง ต่อสัปดาห์เท่านั้น เนื่องจากต้นมะยงชิด-มะปรางหวาน เป็นพืชที่ไม่ชอบความชื้นแฉะ จึงควรให้น้ำปริมาณแต่พอประมาณ

                        ต้นมะปรางหวาน-มะยงชิด จะเริ่มแตกใบอ่อน เมื่อมีอายุประมาณ 6 เดือน ช่วงนี้ก็มีปัญหาศัตรูพืชประเภทหนอนมาคอยรบกวนบ้าง จึงต้องคอยดูแลเป็นพิเศษ พวกหนอนมักจะกัดกินใบ ควรแก้ไขโดยใช้ยา ก็ใช้ยาอะบาเม็กติน หรือเซฟวิน 85 มาฉีดพ่นบ้าง ในช่วงเย็น หรือช่วงเวลาใดก็ได้ที่แสงแดดไม่จัด

                        พอต้นมะปรางมีอายุได้ประมาณ 2 ปี ก็จะเริ่มติดผล แต่ขนาดผลยังไม่ใหญ่มาก ต้องรอให้ต้นมะปรางมีอายุตั้งแต่ 3-7 ปี ขึ้นไปก่อนจึงจะได้ขนาดผลใหญ่เท่ากับต้นแม่พันธุ์ และให้ผลผลิตที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคนิคการจัดการเป็นสำคัญ



    snowmanศัตรูระวังไว้บ้าง

                        คุณจำลอง ยังบอกอีกว่า ระยะที่ต้นมะปรางติดช่อ มักจะเกิดปัญหาเชื้อราหรือโรคราน้ำค้างรบกวนควรป้องกันโดยใช้ ยาฆ่าเชื้อรา แมนโคเซบ มาฉีดพ่น หากเจอปัญหาเพลี้ยไฟ ก็ควรใช้ไดเมธโธเอท จะฉีดพ่นด้วย สำหรับระยะที่ต้นมะปรางติดผลขนาดเท่าหัวไม้ขีดไฟ ก็ควรฉีดพ่น "แคลเซียมโบรอน" เพื่อให้ ขั้วของมะปรางเหนียว ไม่หลุดร่วงง่าย

                        คุณจำลอง บอกว่า หากจะถามผมว่า หากไม่ใส่ปุ๋ยเลย ลูกมะปรางจะหวานได้อย่างไร คำตอบก็คือปล่อยให้ผลสุกแก่เต็มที่ ผลมะปรางก็จะมีรสหวานเองตามธรรมชาติ ผลผลิตมะปรางจะให้รสชาติตามต้นพ่อแม่พันธุ์ หากปลูกมะปรางหวานก็จะได้รสชาติหวานสนิท ถ้าปลูกมะปรางพันธุ์หวานอมเปรี้ยวก็จะได้ผลผลิตที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวนิดๆ เช่นกัน

                        ส่วนขั้นตอนการเก็บเกี่ยวผลผลิต คุณจำลอง บอกว่า การสังเกตว่าผลมะปรางครบอายุควรเก็บได้หรือยัง ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงดูที่สีผิวของผล และให้ดูจากขั้วของผลมะปราง หากพบว่าขั้วและผิวของมะปรางมีสีผิวสีเหลือง หรือที่ผิวของผลมะยงชิดจะคล้ายๆ กับสีออกน้ำตาลเป็นจุดๆ เหมือนจุดน้ำตาล ก็มั่นใจได้เลยว่า ครบอายุการเก็บเกี่ยวแล้ว

                        ปัจจุบัน ภาวะราคาซื้อขายมะปรางหวาน-มะยงชิด ถือได้ว่า ค่อนข้างแพงโขอยู่ ทั่วไปมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 300 บาท ต่อกิโลกรัม ถ้าพ่อค้าแม่ค้ามารับซื้อถึงสวน ราคาก็จะต่อรองกันได้ โดยทั่วไปแบ่งการขายดังนี้คือ ผลขนาดใหญ่ ตั้งแต่ 9-10 ผล ต่อกิโลกรัม ขนาดผลย่อม ตั้งแต่ 15 ผล ต่อกิโลกรัม ราคาใกล้เคียงกันนั่นแหละ



    snowmanมะยงชิดสีทอง

                        เมื่อถามว่า มะยงชิดพันธุ์สีทอง แตกต่างจากสายพันธุ์อื่นอย่างไร คุณจำลองก็ตอบว่า พันธุ์สีทอง มีมานานแล้ว ลักษณะเด่นพิเศษคือ เป็นมะยงชิดพันธุ์เบา จะสุกก่อนมะยงชิดสายพันธุ์อื่นๆ ประมาณ 10 วัน ฉะนั้น จึงเป็นที่ต้องการของตลาดทั่วไป เพราะสามารถขายได้ก่อน และมักขายได้ราคาดี มะยงชิดพันธุ์สีทอง จึงเป็นสายพันธุ์ไม้ที่น่าปลูกอีกชนิดหนึ่ง

                        นอกจากขายผลผลิตให้แก่พ่อค้าแม่ค้าทั่วไปแล้ว ปัจจุบันสวนของคุณจำลองยังผลิตกิ่งพันธุ์ออกมาจำหน่ายอีกด้วย สำหรับกิ่งพันธุ์ขนาดความสูง 70 เซนติเมตร ราคา 150 บาท ต่อต้น ความสูง 120 เซนติเมตร ใส่เข่งเสริมราก 2 ต้น ราคา 300 บาท ความสูง 150 เซนติเมตร ใส่เข่งเสริมรากราคา 500 บาท นอกจากนี้ ยังจำหน่ายในลักษณะไม้ขุดล้อม ในราคาตั้งแต่ 3,000-15,000 บาท คุณจำลอง รับประกันคุณภาพทุกต้น ภายในระยะเวลา 1 ปี สำหรับไม้ขุดล้อมจะขุดให้ใหม่ถ้าต้องการ

                        สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจพันธุ์ไม้ชนิดนี้ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้โดยตรงที่ คุณจำลอง สุขพร้อม โทร. (086) 930-3614 รับประกันคุณภาพ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

    ที่มา  http://info.matichon.co.th/techno/techno.php?srctag=05047150251&srcday=2008/02/15&search=no

    จากคุณ : ญี่ปุ่น35 - [ 29 ก.พ. 51 04:34:22 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom