ความคิดเห็นที่ 5
ลองอ่านตามนี้ดูนะครับ
-การปลูกขิง http://www.doae.go.th/library/html/detail/hurb/king/kingindex.html
-การปลูกขมิ้น http://www.doae.go.th/Library/html/detail/kamin/kamin.htm
-การปลูกตะไคร้ หนังสือ การปลูกตะไคร้ตัดใบและอาชีพเกษตรกรรม ทำง่ายรายได้งาม เล่ม 2 พิมพ์ 4 สี แจกฟรีพร้อมกับหนังสือ การปลูกมะเดื่อฝรั่งในประเทศไทย รวม 168 หน้า เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์ 50 บาท ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถ.ศรีมาลา ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิจิตร 66000 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.(056)613021,(056)650145 และ 08-1886-7398 Email : agri_ats@yahoo.com
-การปลูกข่า
ในการเตรียมต้นพันธุ์ข่าหยวก จะใช้เหง้าอ่อนหรือเหง้าแก่ก็ได้ ซึ่งคุณอำพันบอกว่า มีข้อดีข้อด้อยต่างกันคือ เมื่อใช้เหง้าอ่อนปลูกจะพบการแตกเหง้าและเจริญเติบโตเร็ว แต่จะใช้เงินลงทุนในการซื้อพันธุ์สูง ในพื้นที่ปลูกข่าหยวก 1 งาน จะต้องใช้เงินลงทุนในการซื้อเหง้าอ่อนถึง 6,000 บาท แต่ถ้าจะใช้เหง้าแก่ทำพันธุ์จะพบว่าต้นเจริญเติบโตช้ากว่า แต่จะประหยัดค่าพันธุ์ปลูกกว่าใช้เหง้าอ่อนถึงเท่าตัว เหง้าข่าที่นำมาปลูกนั้นจะใช้ที่ขุดมาจากแปลงและสลัดดินออก แยกเหง้าไปปลูกได้เลย หรือเกษตรกรบางรายยอมเสียเวลานำเหง้าที่ขุดมาจากแปลงนำมาตัดรากเก่าทิ้งเพื่อให้รากใหม่เจริญออกมาเต็มที่ก่อน แล้วค่อยนำไปปลูกก็มี
ในการปลูกข่าให้ขุดหลุมลึกประมาณ 1 หน้าจอบ รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยเคมี สูตรเสมอ เช่น 16-16-16 หรือ 19-19-19 อัตรา 1 ช้อนแกง ต่อหลุม วางเหง้าข่าลงหลุมแล้วกลบดินให้เรียบร้อย รดน้ำให้ชุ่ม การปลูกข่าหยวกของคุณอำพันจะมีการให้น้ำแบบวิธีปล่อยเข้าร่องเหมือนกับการปลูกอ้อยหรือข้าวโพด การให้น้ำจะเน้นในช่วงฤดูแล้ง จะให้น้ำ 5-7 วัน หลักการกว้างๆ ของการให้น้ำก็คือ อย่าให้หน้าดินแห้ง ในช่วงฤดูฝนการให้น้ำไม่มีความจำเป็น ในการปลูกข่าหยวก 1 หลุม จะใช้เหง้าข่าประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม
ในการปลูกข่าหยวกช่วงแรกอาจจะพบปัญหาเรื่องหญ้า จะต้องกำจัดวัชพืชก่อนมีการใส่ปุ๋ยทุกครั้ง คุณอำพัน บอกว่า การใช้แรงงานคนถางหญ้าเพียง 3 ครั้ง เท่านั้น เมื่อกอข่าเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว ใบข่าจะปกคลุมดิน ปัญหาเรื่องวัชพืชจะลดน้อยลง คุณอำพันจะมีการใส่ปุ๋ยเคมี สูตรเสมอ (เช่น สูตร 16-16-16 หรือ สูตร 19-19-19) ครั้งที่ 2 เมื่อต้นข่ามีอายุได้ 2 เดือน (ใส่ครั้งแรกรองก้นหลุม) โดยเฉลี่ยแล้วจะใส่ปุ๋ยเคมี ในอัตราไร่ละ 50 กิโลกรัม และใส่ปุ๋ยเคมีสูตรเสมอในครั้งที่ 3 เมื่อต้นข่ามีอายุได้ 6 เดือน หลังจากนั้นจะใส่ให้อีกตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม คุณอำพันได้เน้นว่าปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักมีความสำคัญต่อการปลูกข่า ถ้าสภาพดินมีอินทรียวัตถุน้อยควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยอินทรีย์ในช่วงเตรียมแปลงก่อนปลูกข่า จากประสบการณ์ในการใส่ปุ๋ยให้กับกอข่าหยวกของคุณอำพันพบว่า ก่อนที่จะขุดข่าประมาณ 7-10 วัน ใส่ปุ๋ยเคมีให้กับต้นข่าหยวก เมื่อขุดข่าขึ้นมาจะได้ข่าที่มีสีแดงชมพูสวยงามมากและเป็นที่ต้องการของตลาด
เทคนิคในการขุดข่าขาย
คุณอำพัน บอกว่า ก่อนที่จะขุดข่าสภาพดินจะต้องมีความชื้นเพื่อสะดวกต่อการขุด ในการขุดข่าแต่ละครั้งจะต้องมีออเดอร์พ่อค้าสั่งมา การขุดข่าของคุณอำพันจะขุดได้ทุกวัน ขุดขายกันวันต่อวันเพื่อความสดของข่า และขุดในช่วงเวลาเช้า แรงงาน 1 คน ขุดข่าในเวลา 1 ชั่วโมง จะได้เหง้าข่าไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัม หลังจากขุดข่าได้ตามออเดอร์ที่พ่อค้าสั่งมาแล้ว จะนำมาล้าง ในการล้างเหง้าข่าจะใช้เครื่องสูบน้ำแรงดันสูงฉีดไปยังเหง้า ซึ่งวิธีนี้จะสะดวกและรวดเร็วมาก แรงดันน้ำจะทำให้เศษดินหลุดออกจนหมด เมื่อล้างจนสะอาดมาถึงขั้นตอนในการตัดแต่งรากข่า ตัดเหง้าที่เน่าเสียออก ใช้มีดลอกเปลือกกาบใบออก แยกข่าอ่อนและข่าแก่ออกจากกันแล้วบรรจุถุง ถุงละ 10 กิโลกรัม
เคล็ดลับการรักษาความสดของเหง้าข่า
ปัจจุบัน เหง้าข่าหยวกของคุณอำพันที่ขุดมาขายในแต่ละครั้งจะคงสภาพความสด มีสีชมพูสวยได้นานจนถึงผู้บริโภค ด้วยคุณอำพันมีเคล็ดลับตรงที่หลังจากตัดแต่งรากและเหง้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำเหง้าข่าจุ่มลงในน้ำสะอาดที่ใช้สารส้มกวนในน้ำดังกล่าว น้ำสารส้มที่ใช้จุ่มข่านั้นจะรักษาสภาพความสดของเหง้าข่าได้นานจนถึงผู้บริโภค หลังจากนั้น บรรจุเหง้าข่าลงในถุงพลาสติคใส น้ำหนัก 10 กิโลกรัม ต่อถุง จะมีพ่อค้ามารับสินค้าและจ่ายเงินสดให้ทุกครั้งในช่วงบ่าย
ในการขุดข่าหยวกของคุณอำพันเริ่มตั้งแต่ขุด ล้าง ตัดแต่งรากจนถึงบรรจุลงถุง จะใช้วิธีจ้างแรงงานแบบเหมาจ่าย ผลผลิตเหง้าข่าหยวกน้ำหนัก 1,000 กิโลกรัม (1 ตัน) เป็นเงิน 4,000 บาท เท่ากับว่าในการปลูกข่าหยวกในเชิงพาณิชย์นั้นต้นทุนในการผลิตจะไปอยู่ที่ค่าแรงในการเก็บเกี่ยวผลผลิตกิโลกรัมละ 4 บาท ถ้าปลูกในพื้นที่ไม่มากนัก แนะนำให้ใช้แรงงานในครอบครัวจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้มาก โดยเฉพาะค่าแรงงานในการเก็บเกี่ยว
ปลูกข่าหยวก ในพื้นที่ 1 ไร่
ได้ผลผลิต 4,000-6,000 กิโลกรัม
จากที่ได้กล่าวมาแล้วในข้างต้นว่า ข่าจัดเป็นพืชที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงมาก ถ้ามีการจัดการและดูแลรักษาพอประมาณจะได้ผลผลิตมากถึง 4,000-6,000 กิโลกรัม ต่อไร่ คุณอำพัน บอกว่า บางรุ่นผลผลิตอาจจะลดลงบ้าง เกิดจากโรคเน่าระบาดหรือเกิดจากหนอนกอ ซึ่งจะเกิดขึ้นในบางปีเท่านั้น
สำหรับราคาซื้อ-ขาย ข่าหยวกในปัจจุบัน จากสถิติพบว่า ราคาจะแพงที่สุดในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ บางปีราคาขายจากสวนอาจจะแพงถึงกิโลกรัมละ 20 บาท สำหรับคุณอำพัน เทพรักษ์ จะขายข่าอ่อนในช่วงฤดูฝน ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 8 บาท และราคาจะสูงขึ้นไปถึงกิโลกรัมละ 15 บาท ในช่วงฤดูแล้งไปจนถึงเดือนเมษายนรวมถึงช่วงเทศกาลสำคัญๆ ด้วย ในขณะที่ข่าแก่จะขายจากสวนได้เฉลี่ยกิโลกรัมละ 3-5 บาท เนื่องจากในการขุดข่าขายในแต่ละครั้งนั้นจะมีทั้งข่าอ่อนและข่าแก่ และเป็นเงื่อนไขที่ทราบกันดีระหว่างเกษตรกรกับพ่อค้าจะต้องรับซื้อทั้งข่าอ่อนและข่าแก่ที่ขุดขึ้นมา
จากคุณ :
ญี่ปุ่น35
- [
7 เม.ย. 51 16:31:43
]
|
|
|