Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    รักวุ่นวุ่นของคนไกลบ้าน

    วันนี้ได้อ่านเรื่องราวของคุณเหมือนฝัน ทำให้อยากเล่าเรื่องของตัวเองบ้าง อาจจะไม่สนุกและน่าติดตามเหมือนของคุณเหมือนฝัน แต่ก็อยากให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันค่ะ

    -----------------------------------------------------------------------------------

    บ้านเราฐานะไม่ค่อยดีนัก อากงเราก็เป็นประเภทที่เรียกกันว่าหอบเสื่อผืนหมอนใบมาจากเมืองจีนเท่านั้น แต่เราโชคดีที่ป๊าเก่ง 555 ซึ่งไอ้ลูกไม่เอาไหนคนนี้ไม่ได้ครึ่งของป๊าเลย ป๊าชอบบอกตลอดว่าเราไม่ใช่ลูกป๊า เพราะเราไม่เก่งพอ ป๊าใครวะ ปากเหมือนลูกเลย

    การมาเรียนต่อเมืองนอกเป็นความฝันที่มันห่างไกลมากถึงมากที่สุด ก็บ้านเราไม่เคยมีเงินมากพอที่จะไปเที่ยวเมืองนอกเลยด้วยซ้ำ แล้วจะไปมีเงินมากขนาดส่งเรามาเรียนได้ยังไงกัน แต่ไม่น่าเชื่อคับ ฝันเป็นจริงอย่างงงๆ

    ป๊าไม่ยอมขายหุ้นที่ถืออยู่ เพราะถ้าขายก็ขาดทุนย่อยยับ แต่ดันไปขอยืมเงินเค้าส่งเราเรียน เราก็เพิ่งจะมารู้ว่าเป็นหนี้ชาวบ้านเค้าอยู่ตอนที่เรียนเกือบจะจบอยู่แล้วเนี่ยแหละ ชาวบ้านที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน อาม่าเรานั่นเอง ผ้าขี้ริ้วห่อทองนะเนี่ย ไม่น่าเชื่อจิงๆ

    ถึงเราจะไม่รู้ว่าป๊าไปเอาเงินมาจากไหน แต่เราก็รู้แน่ๆ ล่ะว่าเราไม่สามารถฟุ่มเฟือย ใช้ชีวิตหรูหราอย่างคนอื่นๆ ได้ เราได้คะแนน GMAT มากกว่า 600 ซึ่งเราสามารถไปเรียนมหาลัยอื่นที่ดีกว่านี้ได้ แต่ตอนนั้น ด้วยความที่ซื่อ(บื้อ)ค่ะ ไม่รู้จะสมัครมหาลัยยังไง ก็นี่เลย... ไปหา Agency แล้วพี่ท่านก็ไม่สนใจคะแนน GMAT กับ TOEFL ของผมเลยคับ ไม่ถามซักคำด้วย พอเจอหน้าก็ส่งรายชื่อมหาลัยมาให้เราเลือกเลย พอเราเห็นมหาลัยนี้แล้วก็ตาโต... ก็มันถูกอ่ะ ตอนนั้นค่าเรียนถูกมากกกกกกก (แต่ดั๊นขึ้นเอาขึ้นเอาจนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ามันถูกหรือเปล่า) ถูกกว่ามหาลัยดังๆ ตั้งเยอะ พอเห็นค่า tuition fee แล้วก็สรุปได้ทันทีเลยว่า ชั้นเอาที่นี่แหละ ถูกดี เพื่อนๆ หลายคนรู้เข้าก็ถามแต่ว่า ทำไมมาที่นี่ล่ะ ไปที่อื่นที่ดีกว่านี้ก็ได้ อย่ายุเด่ะ เดี๋ยวเปลี่ยนใจ ชั้นไม่มีตังค์อ่ะ

    พอเรามาถึงที่นี่ก็ได้รู้ว่าทำไม agency มันถึงไม่ได้ดูคะแนน GMAT เราเลย ก็มันให้เรามาเรียนโรงเรียนภาษาก่อนอ่ะ จะไม่เรียนก็ไม่ได้ เพราะดันส่งมาที่นี่ตอนเค้าเปิดเทอมกันไปแล้วเป็นเดือน ถ้าไม่เรียนก็เท่ากับว่างไปเกือบเทอมเต็มๆ แถมดันจะให้ชั้นเรียน Level 2 (มันมี 3 Level) จะบ้าเรอะ ยัยตัวแสบก็วีนเลยค่ะ จบชั่วโมงแรกของการเรียน ก็เดินดุ่ยๆ ไปคุยกับผู้จัดการ (+ อาจารย์) บอกไปทื่อๆ เลยว่า ไอไม่เรียน Level 2 ไอมีคะแนน TOEFL กับ GMAT อยู่แล้ว ไอไม่จำเป็นต้องเรียนที่นี่ ถ้ายูไม่ให้ไอเรียน Level 3 ไอก็ไม่เรียน (ประมาณว่าโง่ แต่ไม่ยอมรับ) ไม่น่าเชื่อ... ได้ผลแฮะ แล้วบ่ายของวันนั้นเราก็ได้ย้ายไปเรียน Level 3 สมใจ หนุ่มคนแรกที่ได้คุยด้วยคือโอซาน เป็นคนตุรกี เห็นครั้งแรกนึกว่าอายุซัก 35 ถ้าไม่ใช่เพราะตัวเล็กอาจจะนึกว่า 40 แต่ที่จริงแล้วแค่ 24 เอง อ่อนกว่าเราอีก ฮี่ฮี่ และหนุ่มคนนี้แหละที่ได้ใจเราไปเป็นคนแรกของการจากบ้านจากเมือง

    -----------------------------------------------------------------------------------

    คอยติดตามกันนะคะว่า เรื่องราวกุ๊กกิ๊กกับหนุ่มตุรกีคนนี้จะเป็นยังไงต่อไป

    แก้ไขเมื่อ 01 ก.ย. 50 12:33:34

    จากคุณ : LaLuna - [ 1 ก.ย. 50 10:50:14 ]