 |
ความคิดเห็นที่ 77 |
คดีพญาระกาสิ้นสุดลงแล้ว บรรดาไทยมุงก็ทยอยกลับบ้านกันทีละคนสองคน ขออนุญาตส่งท้ายด้วยพระราชทัศนะของรัชกาลที่ ๖ เกี่ยวกับคดีนี้
เมื่อมานึกย้อนขึ้นไปถึงต้นเรื่อง แล้วแลดูต่อ ๆ ลงมาจนถึงวันนี้. อดรู้สึกไม่ได้เลยว่าผลมันช่างใหญ่หว่าเหตุเสียเหลือประมาณ. เปรียบเหมือนคนจุดบุหรี่แล้วทิ้งไม้ขีดไฟซึ่งยังไม่ดับลงในกองมูลฝอยโดยความเลินเล่อ, ทำให้เพลิงลุกลามจนดับไม่ได้, ไหม้เรือนทั้งหลัง. ร้ายที่ไฟครั้งนี้มีคนร-ยำคอยเป่าอยู่ไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน, จึ่งลุกลามมากนัก. เพราะฉนั้นจึ่งต้องตัดสินว่า ผู้ที่ทิ้งไม้ขีดไฟมีความผิดฐานเลินเล่อ, หรือคาดคเณผิดว่าผลแห่งการที่ตนทำนั้นจะมีอย่างไรบ้าง, เจ้าของเรือนที่ถูกไฟไหม้ก็ผิด, เพราะหัวเสีย, ควรที่จะพยายามดับไฟที่ติดเรือน, กลับหนีไปเสีย, ฝ่ายคนที่ชอบพอหรือพึ่งพาอาศัยก็มีความผิด, เพราะน่าที่ควรจะช่วยดับไฟ, หรืออย่างน้อยจะนั่งนิ่งเสียก็ยังจะไม่เปนไร, นี่หัวเสียกลับช่วยรื้อเรือนนั้นลงโดยไม่จำเปน, จนข้าวของป่นปี้, แต่ผู้มีความผิดมากที่สุดคือผู้ที่ตั้งความเพียรอุตสาหก่อไฟจนลุกเปนเปลว, แล้วคอยเป่าให้ลุกอยู่ไม่หยุด. คนนี้เปนคนชั่วและอั-รีย์ที่สุด หาใครจะเปรียบปานมิได้, และครั้งนี้มิใช่เปนครั้งแรกที่ได้กระทำการเช่นนี้, จะว่าหากินทางนี้ก็เกือบได้, ทั้งยิ่งรู้อยู่แล้วว่าสามารถจะกระทำความชั่วร้ายต่าง ๆ ได้ทุกอย่าง, ตั้งแต่พยายามฆ่าพี่น้องของตนลงไปแล้ว, ก็เห็นได้ว่าเปนคนที่กาลีเมือง, ไม่ควรที่ผู้ใดจะคบค้าสมาคมต่อไป
ใครเป็นคนจุดไฟ ใครเป็นเจ้าของเรือน และใครเป็นคนก่อไฟให้ลุกเป็นเปลว หลายท่านคงทราบกันอยู่
สำหรับคนก่อไฟให้ลุกเป็นเปลว โดยหนักหน่อย
จากคุณ |
:
เพ็ญชมพู
|
เขียนเมื่อ |
:
4 ก.ย. 52 15:15:30
|
|
|
|
 |