ความคิดเห็นที่ 9
ตอบ:เรียนภาษากะ R'Yan Agape, P'Hyady and P'Pork Chop (modified 0 times) คุณน้ำอบ มีเรื่องอยากเล่าเยอะแยะเลยค่ะ แต่จะเช้าอีกแล้ว .... พรุ่งนี้ก็มีงานต้องไปอีก ไม่สนุกเลยกับการออกนอกบ้าน อยากอยู่หน้าเนตแล้วอยากเล่าเรื่องราว ที่อยากเล่าให้คุณอาหมูอบกรอบๆๆๆเคียงด้วยมันบดหอมๆๆฟังเยอะแยะเลยค่ะ คุณอาต้องได้เจอแม่เฉลยอย่างแน่นอน เพราะท่านเป็นผู้ใหญ่สูงสุดในวังหน้า และท่านยังเป็นศิลปินแห่งชาติอีกด้วย ฮายมีเรื่องขำๆเกี่ยวกับฮายที่กล้าไปต่อกร ต่อล้อต่อเถียงกับแม่เฉลยมาเล่า อยากเล่ามาก แต่มันจะเช้าอีกแล้ว ฮายเพิ่งกลับเข้าบ้านมาเองค่ะ ท่านได้เป็นผู้ที่ถวายการดัดพระหัตถ์ และดัดมือให้กับเจ้านายหลายพระองค์ และพวกเราหลายคน โชคดีที่ได้ดัดมือกับท่าน และเจ้านายพระองค์สุดท้าย ที่ท่านได้มีโอกาสถวายการดัดพระหัตถ์ให้ คือ ท่านหญิง มจ.สิริวัณวรี มหิดล เพราะท่านหญิงก็ทรงต้องพระประสงค์ที่จะดัดพระหัตถ์กับแม่เฉลยด้วย และท่านหญิงเสด็จงานไหว้ครูที่นี่ด้วยนะคะ ตอบ:เรียนภาษากะ R'Yan Agape, P'Hyady and P'Pork Chop (modified 0 times) คุณน้ำอบ คุณอาหมูอบคะ มาเล่าเรื่องของฮายกับแม่เฉลยดีกว่านะคะ ตอนนั้นในกลุ่มพวกเราที่ภูกเลือกเข้าไปฝึกนั้นมีแค่ 12 คนเท่านั้น เป็นผู้หญิงล้วน เรื่องหนึ่งที่เราต้องพยายามทำความเข้าใจให้ได้อย่างรวดเร็วตั้งแต่วันแรกที่เข้า"วังหน้า"ก็คือ ธรรมเนียมการนั่ง และการหมอบกราบ ถึงแม่ว้าครู หรือแม่เฉลยจะนั่งอยู่ที่เก้าอี้ และมีเก้าอี้อยู่ข้างๆ เราก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะนั่งเก้าอี้เสมอท่านได้ พวกเราต้องนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้นได้เท่านั้น และเวลาที่ท่านสั่งหรือสอนจบ เราต้องกราบลงที่พื้นเท่านั้น
และมีอยู่วันหนึ่ง แม่เฉลยเพิ่งจะลงจากรถมาทำงาน ฮายกำลังเดินผ่านท่าน อย่างมาก เราเข้าใจ น่าจะแค่พนมมือไหว้และย่อตัวให้ต่ำสุด เพราะนั้นคือท่าไหว้ผ้ใหญ่ที่อาวุโสสูงสุดแล้ว ฮายเข้าใจอย่างนั้น เพราะสภาพพื้นที่ตรงนั้นคือทางเดินระเบียง ตรงตำหนักของวังหน้านั้นแหละค่ะ ที่มีต้นลั่นทมเยอะๆนั้นแหละค่ะ ฮายก็ทำความเคารพแค่นั้น ปรากฏว่า....โดนสั่งให้คุกเข่าและก้มลงกราบลงกับพื้นเท่านั้น เพราะนี่คือธรรมเนียมของเรา และตั้งแต่นั้นมา ไม่ว่าจะเจอแม่ๆท่านไหน ถ้าพื้นที่อำนวย จนกระทั่งทุกวันนี้ ฮายยังคงทำเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าทุกวันนี้ฐานะของเราจะเปลี่ยนไปแล้วก็ตา แต่ก็ยังคง ทรุดตัวลงกับพื้นเมื่อเจอแม่ๆ เดินผ่านและกราบลงแทบพื้นเท่านั้น ยังคงกระทำอยู่จะกระทั่งปัจจุบันนนี้ค่ะ
และเราจะรู้สึกรักและเคารพแม่ๆจริงๆ และเทิดทูน และศรัทธา และรู้สึกว่านี่คือวัฒนธรรมที่ดีงามที่เราโชคดีที่ได้รู้จักและได้สืบสานและถ่ายทอดต่อไป คุณอาหมูอบคงน่าจะพอจำได้ว่า แม้กระทั่งเราเรียนรำ ต่อท่าแต่ละท่า เวลาที่ครูมาจับท่าเรา เราต้องทรุดตัวลงกับพื้นและกราบเท่านั้น พวกเราไม่เคยยกมือไหว้ประหลกๆ เหมือนเด็กสมัยนี้เลย น่าเสียดายนะคะที่เด็กรุ่นนี้แทบไม่เคยนับถือครูอาจารย์ไดอย่างนั้น แต่ถ้าเป็นเด็กที่ยังต้องถูกจับเข้าไปฝึกที่สังหน้า อาจจะยังคงธรรมเนียมนี่อยุ่อย่างเหนียวแน่นค่ะ
อีกเรื่องหนึ่งคือ....วันไหว้ครู ครั้งแรกที่เข้ามาอยู่ที่วังหน้าก้คือ การจับมือ ดัดมือ และครอบครู ซึ่งวันนั้นฮายได้รับการจับมือตั้งวงและดัดนิ้วจากแม่เฉลยเองกับมือ และท่านบอกว่า "ยายคนนี้หน้าหวานตาสวยมาก สายตาขี้เล่น แม่พริ้ง(ครูอีกท่านหนึ่ง) จับฝึกดีๆนะ เอาเป็นตัวนาง แต่ให้รำฉุยฉายพราหมณ์ด้วย หน้าเขาหวานเหลือเกิน"
จากคุณ :
MONIQUE
- [
18 เม.ย. 48 21:56:24
]
|
|
|