ความคิดเห็นที่ 7
ถึงเจ้าของกระทู้
เราไม่สามารถตอบท่านได้
เพราะคำถามท่าน "กว้าง" มั่กๆ
เอาแง่ไหนล่ะ การเมือง การทหาร เศรษฐกิจ สังคม ?????
แต่ละเรื่องเนี่ย........หนาเป็นปึ้กๆ
แต่ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นเนี่ย
ขอบอกว่า มีสีสันมาก และสนุกไม่น้อย
เราชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นนะ ถึงแม้นว่า จะรุนแรงไปหน่อยก็เถอะ......
เราชอบฮิเดโยชิ คนอะไรไม่รู้ ถีบตัวจากลูกชาวนา ฝ่ากำแพงชนชั้นอันหนาปึ้กของสังคมศักดินาญี่ปุ่น มาเป็นใหญ่ให้พวกตระกูลซามูไรสูงๆ ค้อมหัวให้
เราชอบทาเคดะ ชินเง็น เทพสงครามแห่งประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่เก่งกล้า จนแม้แต่โนบุนางะ กับ อิเอยาสุยังต้องเกรง แต่ไปไม่ถึงดวงดาวด้วยอับโชคในสนามรบ
เราทึ่งในศักยภาพของคนญี่ปุ่น ที่นอกจากขึ้นชื่อเรื่องทำงานหนักอย่างวัวอย่างควายแล้ว ยังชาญฉลาด เป็นสถาปนิกทางธุรกิจ ที่เอาทฤษฎีต่างชาติมาปรับใช้ สร้างตำนาน TQM, JIT, ไคเซ็น ฯลฯ จนกระทั่งแม้แต่อเมริกา ต้องถือเป็นตัวแบบ
อ้อ ชื่นชมในความรู้ทางญี่ปุ่นของคุณอรุณพุตตานด้วยครับ.....
แต่อยากแย้งคือ
ผมไม่เห็นว่า "ชาวญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่ยึดมั่นและยึดติดในสิ่งที่เป็นธรรมเนียมปฏิบัติสูงมาก หากสิ่งใดที่ยึดถือกันมาก็จะยึดถือต่อไป"
อาจจะมีอัตลักษณ์บางอย่างของคนญี่ปุ่น ที่สืบทอดกันมานับพันปี จึงอาจจะดูเสมือนว่า ชนชาติญี่ปุ่น เป็นชนชาติที่ยึดติดกับธรรมเนียมประเพณี
แต่ในความเห็นของกระผม ผมเห็นว่า ด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์ของคนญี่ปุ่น ที่เป็นลักษณะของประเทศที่เป็นเกาะอยู่โดดเดี่ยวกลางทะเล จึงเป็นตัวปิดกั้นมิให้วัฒนธรรมจากแผ่นดินอื่นเข้ามาแพร่หลาย
ข้อตรงกันข้าม สามารถดูได้จากไทย ซึ่งเป็นแผ่นดินที่เป็นทางผ่านของการค้าต่างๆ จนเปิดกว้างรับอารยธรรมจากหลากหลายแห่ง จากที่เคยติดอาณาจักรขอม ก็ได้รับแนวคิด สมมุติเทพมา เมื่อพ่อค้าชาวอินเดีย หรือ ชาวจีนผ่าน ก็ได้รับแนวคิดทางศาสนาเข้ามาเพิ่มเติม จนแทบไม่มีอัตลักษณ์ใดๆที่วัฒนธรรมไทยผลิตขึ้นเองเลย ของรับเขามาทั้งนั้น
เกาะญี่ปุ่น จะว่าไปก็ไม่ใช่จุดพักเรือสินค้า เป็นริมสุดของทวีปเอเชีย ดังนั้นจึงมีโอกาสน้อย ที่จะเป็นจุดผ่านของชนชาติอื่นๆ ซ้ำในสมัยโตกุกาวะ ยังดำเนินนโยบายปิดประเทศ ไม่ให้ชาติใดๆ เข้าล้ำในดินแดน ยกเว้นแต่โปรตุเกส ที่ยอมค้าขายด้วย แต่ปล่อยให้ล่วงเข้าเพียงนางาซากิเท่านั้น ซ้ำกว่านั้น ยังออกกฎหมายมิให้ชาวญี่ปุ่น ออกนอกประเทศ
(โจรสลัดญี่ปุ่น ที่อาละวาดในชายฝั่งจีนยุคท้ายแผ่นดินหมิง เอาเข้าจริงก็คือชาวจีนแท้ๆ ที่ไม่พอใจราชวงศ์หมิงเท่านั้น)
แต่กระนั้น ตลอดประวัติศาตร์ญี่ปุ่น ญี่ปุ่นก็ปรากฎว่า เป็นชาตินักเลียนแบบมาแต่โบราณ ไม่ใช่เหรอครับ เริ่มจาก...
1. เมื่อเริ่มต้น ญี่ปุ่นรับเอาพุทธมาจากเกาหลี ซ้ำยังมีระบบวัดเป็นพระนักรบ เหมือนอย่างนักบวชจีนเสียด้วย
2. ในยุคต้นๆ ญี่ปุ่นก็ลอกแบบการปกครองท้องถิ่นมาจากราชวงศ์ถัง
3. เมื่อลอกแบบการปกครองมา ญี่ปุ่นก็รับเอาแนวคิดขงจื๊อเข้ามาสั่งสอนคนในราชสำนัก แท้แต่ลัทธิบูชิโดของญี่ปุ่น ก็ได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดขงจื๊อเต็มๆ ในเรื่องความกตัญญูของบ่าวต่อนาย
4. ภาษาเขียน ในสมัยโบราณนักปราชญ์ญี่ปุ่นก็ปรากฎว่าใช้ภาษาจีนเป็นภาษาในการศึกษา ประกอบกับเหล่าคนชั้นสูงก็เลือกใช้ภาษาจีนทั้งสิ้น เหมือนกับชาวตะวันตกในยุคกลางที่เลือกใช้ลาตินเป็นภาษาชั้นสูง
5. ในยุคปัจจุบัน เช่นที่เรียนไว้ข้างต้น แนวคิดที่มีญี่ปุ่นเป็นต้นตำรับเช่น TQM, JIT และไคเซ็น ว่าไปแล้วก็มีจุดกำเนิดมาจากปราชญ์อเมริกัน แม้นแต่ซุนหวู่ ก็ปรากฏว่าเป็นตำราที่คนญี่ปุ่นนิยมกันตั้งแต่ยุคศักดินาเสียอีก
สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นรับมาจากต่างชาติ และเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่น "กระเสือกกระสนที่จะรับ" เสียด้วย
ไม่ใช้ได้รับเพราะรับอิทธิพลมาเช่น ไทยได้จากขอม หรือ แนวคิดจากจีน หรือ อินเดีย ที่ผ่านมาทางนี้..
หากความคิดส่วนตัว เห็นว่า ชาติญี่ปุ่นเป็นชาติที่เปิดกว้างต่อแนวคิดใหม่ๆด้วยซ้ำ ยิ่งเทียบกับชนชาติจีนแล้ว ที่ยึดถืออัตลักษณ์ของตนเองยิ่งกว่าอะไรดี ขนาดมองโกลเข้ามายึด ราชสำนักหยวนในภายหลังยังเป็นคนจีน เช่นชาวแมนจูเข้ามา ภายหลังก็ถูกทำให้กลายเป็นคนจีนไปเสียฉิบ (จักรพรรดิปูยีพูดแมนจูได้สองสามคำ ได้แต่แมนดาริน)
ก็เป็นเช่นนี้แล
จากคุณ :
สิงห์เหนือ...เสือสำอาง
- [
29 ก.ย. 48 22:15:34
]
|
|
|