Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    คุยกันเรื่องวิตามินกันหน่อยดีกว่าครับ{แตกประเด็นจาก L4944281}

    วันนี้ขอพูดสั้นๆ เรื่องวิตามินนะครับ

    การกินวิตามินเสริม ถามว่ามีประโยชน์หรือไม่ ผมตอบได้เลยว่า ถ้ามีโอกาสกิน ก็กินเถอะครับ ไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าไม่ทำให้เดือดร้อน กินเลยครับ แต่ถ้าถามว่าจำเป็นไหม ไม่ครับ

    กินอาหารให้ครบ กินให้หลากหลาย แล้วออกกำลังกายดีกว่า

    แต่ที่จะพูดคือเรื่องสะสมหรือไม่สะสม...

    การสะสมหรือไม่ เราดูแค่ว่า ขนาดที่เรารับ มากกว่าความต้องการแต่ละวันหรือไม่ (RDI) ถ้ามากกว่าก็ต้องดูต่อว่า เป็นวิตามินที่มีการกระจายตัวในร่างกายดีหรือไม่ (ละลายในไขมันดี จะกระจายตัวดีกว่า)

    ถ้าไม่ ก็กินเยอะนิดนึงได้ครับ อย่างเช่น Vitamin C เราต้องการแค่วันละ 60 mg เท่านั้นแหละครับ แต่กินจริงๆ ก็ได้ถึง 1-2 กรัม

    แต่อย่างวิตามิน A เราต้องกิน 4000 iu ก็กินแค่นี้พอครับ มากกว่านี้ก็ไม่ดี เพราะวิตามิน A ขนาดสูงจะสะสมได้ง่ายกว่า

    ส่วนเรื่องที่ต้องกินเว้นไม่เว้น เห็นพูดกันมานาน ก็ตามนั้นแหละครับ

    RDI ย่อมาจาก Reference Daily Intake ซึ่งหมายถึงปริมาณที่เราอ้างอิงว่าเราต้องการในแต่ละวันครับ ดังนั้นถ้าไม่เกิน RDI ก็ไม่จำเป็นต้องเว้นหรอกครับ

    ที่บอกว่ากินสามเดือนเว้นหนึ่งเดือน ไม่จำเป็นครับ เป็นความเชื่อที่ผิด ตราบใดที่ไม่ได้เกิน RDI และเกินความสามารถในการขับออกของร่างกายครับ

    ----------------------------------------------------------------
    ส่วนเรื่องวิตามินสังเคราะห์ไม่ดี ไม่เหมือนวิตามินธรรมชาติ

    คือขอโทษนะครับ วิตามินเม็ดน่ะไม่สังเคราะห์ ก็กึ่งสังเคราะห์ครับ ที่บอกว่าธรรมชาติแท้ๆ มันเป็นไปไม่ได้ในกระบวนการผลิตครับ ยกเว้นกลุ่มที่เป็น Oil หรือเป็นสมุนไพรไปเลย เพราะว่าถ้ามาจากธรรมชาติทั้งหมด เราไม่สามารถทำให้มันบริสุทธิ์ได้ครับ ผลเสียของความไม่บริสุทธิ์ คือสารปนเปื้อนทางธรรมชาติต่างๆ และสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งอาจพบได้ง่ายๆ
    ดังนั้นในวิตามิน 1 เม็ด ไม่ได้มาจากธรรมชาติทั้งหมดหรอกครับ

    และวิตามินจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ก็สะสมทั้งนั้นครับ เหมือนกินแครอทแล้วตัวเหลืองนั่นแหละ
    ----------------------------------------------------------------
    ผมขอยกตัวอย่างวิตามิน C ซึ่งเข้าใจง่ายที่สุดและเจอคนใช้บ่อยที่สุดแล้วกันครับ

    วิตามิน C ปรกติมีอยู่ในสองรูปแบบที่ใช้กันครับ คือ

    Ascorbic Acid คุณสมบัติคือเป็นกรดอ่อนๆ กับ
    เกลือของ Ascorbic Acid ซึ่งอาจจะเป็น Sodium Ascorbate หรือ Calcium Ascorbate ซึ่งเป็นเกลือโซเดียมหรือแคลเซียมของ Ascorbic Acid

    วิตามิน C ทั่วๆ ไปที่กินกัน (รวมทั้งแบบฉีด) มักจะเป็นตัว Ascorbic Acid ครับ ซึ่งไม่คงตัวในความชื้นและแสง เสียสภาพได้ง่าย และความเป็นกรดอาจทำให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะได้บ้าง แต่มีราคาถูกกว่า
    ในขณะที่ Bio-C หรือวิตามิน C อื่นๆ ที่บอกๆ กันว่าดีๆ จะมีส่วนผสมหลักคือ Ascorbic Acid ร่วมกับเกลือของ Ascorbic Acid อื่นๆ ครับ ซึ่งเกลือของ Ascorbic Acid เช่น Calcium Ascorbate จะลดผลการระคายเคืองกระเพาะได้บ้าง

    แล้วคำว่า Bio คืออะไร....

    ก็คือการเพิ่ม Bioflavonoid ซึ่งจะช่วยให้ดูดซึมได้มากขึ้นครับ

    ไม่ได้บอกว่ามาจากธรรมชาติสักนิด

    แต่วิตามิน C มีหลายแบบ เช่น Buffer C ซึ่งเพิ่มสัดส่วนของ Calcium Ascorbate ให้มากขึ้น หรือ Ester C ซึ่งใช้แต่ Calcium Ascorbate อย่างเดียวครับ

    แต่โดยรวมก็ Semi-Synthetic (กึ่งสังเคราะห์) เกือบทั้งนั้นครับ
    ---------------------------------------------------------------

    ขอให้ช่วยแก้ความเข้าใจกันด้วยนะครับ

    แก้ไขเมื่อ 08 ธ.ค. 49 09:31:28

    จากคุณ : Epinephrine - [ 8 ธ.ค. 49 09:28:29 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom