Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom


    สุดจะทนโรงพยาบาลราชวิถี

    (เคยไป Post ไว้ที่โทรโข่งแล้ว  และมีคนมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรคแล้ว  แต่อยากให้คนใน Club นี้ได้รับรู้ด้วยค่ะ  ช่วยกันมาแสดงความเห็นหน่อยค่ะ)

    ทนไม่ไหวแล้วอ่ะ  แม่ป่วยมาหลายอาทิตย์แล้วนะ  โรงพยาบาลนี้บริการแย่มากๆ ขอรายงานเหตุการณ์ดังนี้ค่ะ

    1.เข้าโรงพยาบาลครั้งแรกวันอังคารที่ 29 พ.ค. แม่เป็นไข้สูง หนาวสั่น ตลอดเวลา  พอไปถึงรพ. ได้เปลนอนเข้าไปตรวจในห้องฉุกเฉิน  ไปร.พ. ตั้งแต่ก่อน 8 โมง เช้า  กว่าจะมีคนมาตรวจ (เช่น พวกนักเรียนแพทย์)  สอบถามอาการ  ให้พารา มากินก่อน  เอาผ้าห่มมาให้  แล้วซักพักก็มีบุรุษพยาบาล เดินมาจิ้มเข็มใส่น้ำเกลือ (ขอใช้คำว่า "จิ้ม") เพราะพี่แกคงนึกว่า มือ คนเราเหมือนตุ๊กตา  เพราะหลังจากเช็ด Alcohol ฆ่าเชื้อเสร็จ  ก็ "แทง" เข้าไปทันที  โดยไม่นึกว่าคนไข้จะเจ็บหรือเปล่า  เหมือนกับว่ามีงานอื่นอีกเยอะมากๆ ต้องรีบไปทำ  (ตอนแทงเข็มน้ำเกลือ  เลือดพุ่งสวนออกมา  และคนไข้สะดุ้งสุดตัว ร้องโอ๊ย - อยากรู้ว่าถ้ามีใครทำกับแม่เค้าแบบนี้บ้าง  จะรู้สึกยังไง)  รอตรวจอยู่นานมาก  ก็มีพยาบาลเอากระปุกมาให้  บอกว่าเดี๋ยวจะขอตรวจปัสสาวะ  แล้วก็มีอีกคนมาเจาะเลือดไปตรวจ (ด้วยความรุนแรงประมาณเดิม - สงสัยจริงว่าตอนขอ ISO แสดงให้เค้าดูแบบนี้ด้วยหรือเปล่า  เป็นเหมือนกันหมด)  แล้วก็รอ รอ รอ  จนเที่ยง  จนบ่าย  รอแล้ว  รออีก  (ขอโทษนะคะ  เครื่องที่ตรวจปัสสาวะเสียค่ะ  เลยต้องรอจนกว่าจะได้ผล  - อืม  ถ้าต้องรอไปเรื่อยๆ แล้วไม่รู้คนป่วยเป็นไร  ให้แต่พาราฯ เนี่ย  เป็นทางออกที่ดีมากๆ และขอย้ำ  ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่  ไม่รู้จะติดป้ายฉุกเฉินไว้หน้าห้องทำไม  ขนาดฉุกเฉินยังรอเป็นวัน)  จนเกือบเย็นย่ำอ่ะค่ะ  ประมาณ 4 โมง  มีคุณหมอผู้หญิงคนนึงมาบอกว่า "แม่คุณเป็น กรวยไตอักเสบ และติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะนะคะ  ก็เดี๋ยวเอายาไปกินแล้วก็กลับบ้านได้ค่ะ"  เราก็งงๆ โรคนี้เป็นไง  ต้องทำตัวไงต่อไป  เค้าก็บอกว่า  ให้กินน้ำเยอะๆ  แล้วก็กินยาไป 2 อาทิตย์  แล้วค่อยมาตรวจใหม่  แต่วันศุกร์นี้นัดให้มาตรวจอีกทีนึงก่อน  แล้วหลังจากน้ำเกลือหมดขวดก็กลับบ้านได้  (คงประมาณ 5 โมงอ่ะ)  พอน้ำเกลือหมดแล้ว  เราก็รีบไปบอกคุณพยาบาล  เค้าก็เดินมาถึงปุ๊ป  ขอใช้คำว่า "กระชาก" เข็มน้ำเกลืออ่ะ  แม่เราก็สะดุ้งสุดตัว  ร้อง "โอ๊ย เจ็บๆ"  (มันก็ควรเจ็บใช่ป่ะคะ  ไปกระชากเข็มอ่ะ  เลือดงี้พุ่งออกมาเลยอ่ะ  โห  ขอบอกว่า ทั้งเรา และญาติคนเจ็บเตียงอื่นๆ มองมาด้วยความ อึ้ง อ่ะค่ะ  นี่หรือพยาบาล (อยากให้มีคนทำกับแม่เค้าแบบนี้บ้างจัง  จะได้เข้าใจความรู้สึกคนอื่น)  และไม่ใช่เตียงเราที่โดนเตียงเดียว  ทุกเตียงแถวนั้น  โดนกันถ้วนหน้า (เป็นมาตรฐาน ISO ของรพ.นี้ค่ะ  ที่ต้องรุนแรงแบบนี้  ไม่งั้นไม่ผ่าน) บอกตรงๆ ว่าสุดๆ อ่ะ  ถ้าไม่เกรงใจเค้า  จะเดินไปถามว่าทำไมคุณไม่มีความปราณีเลย  ทำไมคุณทำกับคนไข้แบบนี้!!

    2. เหตุการณ์ที่ 2 วันศุกร์ที่ 1 มิ.ย. แม่ก็ดูปกตินะ  ก็ไปตรวจตามนัด  นั่งรอ (ไม่ใช่ห้องฉุกเฉินละ)  คงเดาได้ใช่มะ  ว่าจะรอนานขนาดไหน  เค้าก็บอกว่าผลยังไม่ออกนะ  รีบนัดมาทำไมเนี่ย (แล้วจะไปรู้ไอ้คนที่มันนัดคนแรกป่าวเนี่ย  ว่าทำไมรีบนัด)  ให้มาใหม่  ระหว่างนี้ก็กินยาต่อไป

    3. เหตุการณ์ที่ 3 วันศุกร์ที่ 8 มิ.ย.  (วันพฤหัสที่ 7 ดึกละ  แม่มีอาการปวดท้องมากๆ แต่กินยาธาตุเข้าไป - ตามประสาคนแก่อ่ะ  ปวดท้องก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นไร  กินยาที่มีในบ้านนั่นแหละ  แต่ว่ากินแล้วก็ไปนอน  เราก็คิดว่าคงไม่เป็นไรมากหรอกมั๊ง  เพราะตลอดอาทิตย์ดูปกติดี  ก็คิดว่าใกล้หายแล้วล่ะ)  ปรากฏว่า แม่ออกไปรพ. ตามนัด  เค้ารีบไปตั้งแต่ 7 โมงเช้า  จะได้รีบตรวจเร็วๆ  เค้าก็ไปคนเดียวเพราะคิดว่าไม่เป็นไรแล้ว  หายแล้ว  ลูกๆ ไม่ต้องลางานหรอก  เรากับน้องชายก็ไปทำงานตามปกติ  ประมาณ 10 โมงกว่าๆ ก็มีคนโทรศัพท์มาหา (เพราะแม่ลืมเอามือถือไป) ให้เรารีบไป  เพราะแม่อยู่ในห้องฉุกเฉิน  (เราก็ไม่รู้แม่เป็นอะไรอ่ะ  เพราะคนที่โทรมาเค้าเป็นญาติเตียงข้างๆ) เราก็รีบออกไปอ่ะ  ปรากฏไปถึง  แม่นอนให้น้ำเกลืออยู่  แม่บอกว่า หมอสงสัยว่าเป็นปอดบวม  เอาปัสสาวะกับเลือดไปตรวจอีก แล้วก็ให้ X-Ray ปอดด้วย  มืองี้บวมเชียวอ่ะ  (คงโดนแบบเหตุการณ์วันแรกแน่ๆ - แต่แม่บอกว่าเบากว่านิดนึง  เอ่อ...)  เอาล่ะ  เราก็รอผล  คราวนี้แม่ดูแย่กว่าเดิมอ่ะ  ดูหนาวๆ สั่นๆ แล้วก็บอกว่าปวดท้องมากๆ  ร้องไห้ตลอดเลยอ่ะ  (เราเลยร้องด้วย  สงสารแม่)  ซักพัก ก็มีคุณหมอมาบอกว่า  ที่ให้ยาไปกิน 2 อาทิตย์มันยังไม่หาย (ไอ้ที่เป็นกรวยไตอักเสบอ่ะ) หมอเลยสงสัยว่าทำไม (ถ้าหมอไม่รู้ หนูจะรู้ได้ไงเนี่ย)  คงไม่ให้กลับบ้านแล้วล่ะวันนี้ (เราคิดว่าหมอต้องให้ admit แน่เลย) หมอพูดต่อ หมอว่าต้องให้อยู่ในห้องสังเกตุอาการ 3 วัน (เป็นห้องที่อยู่ติดกับห้องฉุกเฉิน) เราก็งงว่าไอ้ห้องเนี่ยมันเป็นไง  แล้วก็ได้เข้าใจ  ว่ามันคือห้องที่ญาติต้องมาดูแลผู้ป่วยเองตลอด 24 ชม.นะ  แค่ไม่ให้กลับบ้าน  จะได้รู้ว่าตอนนี้อาการคนไข้เป็นไงแค่นั้นอ่ะ (อืม  เป็นหน่วยงานรัฐที่ดีมากๆ)  เราก็แบบว่า  งี้ไม่ต้องทำงานทำการแล้วอ่ะ  ต้องลางานมาเฝ้า  แล้วก็ไม่ได้มีที่ให้เฝ้าด้วย  คงต้องเอาเสื่อมาปูมั๊ง  จะได้นั่งเฝ้าได้  แล้วหมอก็บอกว่า  "หมอสงสัยว่าทำไมไม่หาย  อยากให้ลอง ultrasound ไตดู  เผื่อว่าจะเป็นนิ่วหรือเปล่า"  ให้เราไปจองคิวที่ห้อง X-Ray  เราก็ไปจอง  พนักงานหน้าห้องรับใบจองไป  แล้วก็บอกว่า  "ตอนนี้เรามีคิวทำได้วันที่ 1 สิงหา" ....!!!! "ตอนนี้คนไข้อยู่ห้องฉุกเฉินอยู่นะคะ  หมอบอกให้ทำด่วน"  "คุณก็กลับไปบอกหมอตามนี้แหละ"  โห  คุณๆ คะ  ถ้าเป็นแม่คุณๆ บ้าง  คุณๆ จะรู้สึกไงกับคำตอบนี้คะ  ดิฉันไม่ไหวแล้วอ่ะค่ะ  ตอนนั้น บ่ายโมงกว่าๆ แล้ว  หมอก็ได้แต่สงสัยว่า...ทำอะไรก็ไม่ได้  ดิฉันร้อนใจมากๆ อยากรู้ว่าแม่เป็นอะไรแบบที่หมอสงสัยหรือเปล่า  อยากรู้ว่าจะมีการรักษาที่ถูกต้องมั๊ย?  ก็เดินกลับมาบอกหมอ  หมอก็อึ้งๆ แล้วก็บอกว่า  "งั้นไม่เป็นไรนะคะ  ก็อยู่ห้องสังเกตุอาการไปก่อน  แล้วออกจากรพ.ค่อยไป Ultrasound ที่อื่นก็ได้  เดี๋ยวหมอแนะนะที่ให้"  อ้าว  แล้วถ้าเกิดแม่เราเป็นนิ่วจริงๆ ล่ะ  จะทำไง  นอนไปอีก 3 วันมันจะหายมั๊ย  มันจะต่างกับนอนที่บ้านยังไง?  ไม่มีคำตอบ???  ก็เลยตัดสินใจโทรไปปรึกษาเพื่อนๆ แล้วก็โทรหาคนรู้จักที่เป็นหมอรพ.กรุงเทพคริสเตียน  หลังจากนั้นก็เลยตัดสินใจขอย้ายโรงพยาบาล  เพราะอยากให้แม่ตรวจ ultrasound (ซึ่งรพ.กรุงเทพคริสเตียนบอกราคาตรวจที่ 1,200 บาท ก็รับได้อ่ะนะ  ไม่แพงเท่าไหร่)  แล้วก็อยากให้เค้าตรวจให้แน่ใจว่าแม่เป็นอะไร  ถ้าต้องนอนโรงพยาบาล  ก็ขอให้มีการรักษาที่ดีเถอะ  ไม่ใช่แค่ให้น้ำเกลือ กับ พาราฯ อ่ะ  อันนี้รับไม่ได้  (ตลอดเวลาไม่มีการมาชี้แจงเราอ่ะ  ว่าได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง  ยาตัวที่ให้จะออกฤทธิ์ยังไง  แล้วให้ยาอะไรมา  ทำไมไม่หาย  แล้วจริงๆ ต้องตรวจอะไรอีก)  ก็ตัดสินใจไปบอกหมอว่าจะย้าย  เค้าก็ทำมาเป็นพูดว่า  ไม่อยากให้ย้ายเลย  มันแพงนะ  งู้นงี้  (คุณหมอคะ  ถ้ามีห้อง  ถ้ามีการรักษาที่ถูกต้อง และ ดี  หนูจะย้ายทำไมเนี่ย)  คุณหมอก็บอกว่า  คนที่ได้เตียงบนตึก  คือคนที่อาการหนักมากจริงๆ (ใช่สิ  เตียงข้างๆเมื่อเช้าอ่ะ  เค้าได้เตียงแล้ว  เพราะว่าเค้าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย  อืม งั้นก็คงจริงของเค้า  ที่จะได้เตียงเพระอาการหนักมากๆ เท่านั้น)  แล้วพยาบาลก็บอกว่า  ถ้าจะย้าย  ต้องมาเซ็นต์เอกสารนะ  ว่ารพ.ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับคนไข้ระหว่างย้าย  (โห  ยังทำร้ายจิตใจกันไม่พอใช่ไหมเนี่ย  ก็เข้าใจว่าเป็นกฎของคุณนะ  แต่!!!)  สรุป  ยังไงหนูก็จะย้ายค่ะ  เค้าก็เลยให้ย้าย....และเขียนในใบส่งตัวว่า  เหตุผลที่ต้องการย้าย "ญาติต้องการ" .... (ทำไมไม่บอกไปด้วยล่ะ  ว่าทำไมญาติถึงต้องการอ่ะ)

    4. เหตุการณ์ที่ 4 หลังจากย้ายไปรักษาที่รพ.กรุงเทพคริสเตียน 5 วัน  อาการดีขึ้นมากๆ (ก็มันจ่ายตังค์แพงอ่ะนะ  หมอก็ต้องดีกว่า  การรักษาก็ต้องดีกว่า  เข้าใจ)  เราค่อยรู้สึกว่า  หมอกับพยาบาลที่ดีมันควรเป็นไง (คือเค้าก็ไม่ได้ปฏิบัติกับคนไข้แบบเว่อร์อ่ะนะ  แต่เค้าดูแลดี)  แล้วพอไม่มีไข้  หมอก็บอกว่าให้กลับบ้านได้  เพราะจะได้ไม่ต้องเปลืองค่าห้อง  แล้วหมอก็เขียนใบส่งตัวกลับไปรพ.ราชวิถี  ให้ไปรักษาต่อยังไงบ้าง  บอกให้กินยาต่อ  แล้วให้ไปตรวจอีกที่ราชวิถี  วันนี้ (พุธที่ 20 มิ.ย.) แม่ก็ไปตรวจที่ราชวิถีกับน้องชาย  เราก็โทรไปถามว่าเป็นไงบ้าง  น้องก็โมโหมากเลยอ่ะ  หมอสั่งยาตัวที่แพงมาก  ต้องจ่ายตังค์เอง 700 กว่าบาท  ทั้งๆ ที่ห้องยาบอกว่า  ถ้าหมอเซ็นต์อนุมัติ  ก็ไม่ต้องจ่ายเอง  เพราะจริงๆ แล้วคนไข้มีสิทธิ์ที่จะเบิกได้ (ใช้บัตรทอง)  แต่หมอไม่ยอมเซ็นต์  หมอบอกว่า "ถ้าให้เซ็นต์ จะเปลี่ยนยาตัวใหม่ให้  ที่มันถูกกว่า  แต่อาจจะดีไม่เท่านี้"  อ้าว  พูดแบบนี้ได้ไงอ่ะ  (สุดทนอ่ะ  เป็นหมอหรือเปล่าเนี่ย)  

    สรุปนะ
    1.ถ้าคนไข้ไม่มีเงิน  แล้วใช้บัตรทอง  จะได้รับการปฏิบัติแบบเลวร้ายจากทั้งหมอ และ พยาบาลที่ราชวิถีใช่มั๊ย??  คนจนไม่มีสิทธิ์ได้รับการดูแล/พูดจาดีๆ เหรอ??
    2.ถ้าเป็นยาที่คนไข้มีสิทธิ์จะได้  ทำไมไม่ให้  แล้วถ้าคนไข้ไม่หาย  คุณจะให้เค้ามาหาไปเรื่อยๆ เหรอ?
    3.ถ้าหมอห้องฉุกเฉินบอกให้ทำด่วน  ทำไมเจ้าหน้าที่รพ.ไม่ปฏิบัติให้สอดคล้อง  ตอบมาว่าให้ไปตรวจอีก 2 เดือนเนี่ย  ถ้าเค้าเป็นอะไรขึ้นมาก่อนหน้านั้น  ใครจะรับผิดชอบ
    4.อยากให้ราชวิถีปรับปรุงด่วน  ทั้งการพูดจาของเจ้าหน้าที่ / หมอ / พยาบาล  และปรับปรุงวิธีการให้บริการด้วย  ดูแลคนจนให้มันดีดีหน่อย  เค้าก็เสียภาษีมาเป็นเงินเดือนคุณนะ
    5.ถ้าบัตรทอง หรือ บัตร 30 บาท  ได้รับการดูแลแบบนี้  คนจนคงป่วยหนักไม่ได้อ่ะ  เพราะคงตายก่อนหาย

    ถ้ามาตรฐานโรงพยาบาลรัฐยังเป็นแบบนี้ต่อไป  ก็สงสารแต่คนเจ็บที่ไม่มีเงินไปรพ.เอกชนอ่ะค่ะ  เดี๋ยวนี้จรรยาบรรณ จิตใจเมตตาธรรมของพยาบาลกับแพทย์มันลดลงแล้วหรือ??  หมอบอกอย่าง  เจ้าหน้าที่ทำอีกอย่าง  เจ้าหน้าที่บอกอย่าง  หมอบอกไม่เอา  เฮ้อ .....

    แก้ไขเมื่อ 21 มิ.ย. 50 18:21:25

    จากคุณ : Anamiga - [ 21 มิ.ย. 50 14:08:35 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com | Torakhong.org | GameRoom