ความคิดเห็นที่ 7
มาอธิบายให้หระจ่างแล้วกันนะครับ - โทรศัพท์ที่ขายในญี่ปุ่นมี หลักๆ อยู่3เครือข่าย NTT DoCoMo, Au, และ Vodafone
- ทั้ง3เครือข่าย มีเครื่องที่สามารถนำมาใช้ที่ประเทศไทยได้ โดยมีรายละเอียด อังนี้ - - Au มีเครื่องแบบGlobal passport นำมาใช้ที่ประเทศไทยกับเครือข่ายHutchได้ แต่ติดlock ไม่สามรถนำมาใส่ซิมไทยได้ Roamingได้อย่างเดียว - - NTT DoCoMo มีเครื่องที่นำมาใช้ที่ประเทศไทย กับเครือข่าย Ais Dtac True ได้ประมาณ5รุ่น ทุกรุ่นติดLock นำใส่ซิมของประเทศไทยแล้วใช้งานไม่ได้ ยกเว้นกรณีที่ใช้ครบสัญญาในประเทศญี่ปุ่น แล้วให้คนท้องถิน นำเครื่องไปขอปลดล็อคจากทางผู้ให้บริการ - - Vodafone เครื่องในระบบ Vodafone 3G สามารถนำมาปลดล็อคได้ที่เมืองไทยทุกรุ่น
- เงื่อนไขการซื้อมี3แบบ - - เติมเงิน VodafoneและAu มีการให้บริการระบบPrepaid หรือเติมเงิน (ส่วนทาง DoCoMo ไม่มีข้อมูลครับ) ซึ่งไม่เหมือนกับบ้านเรา ที่เอาเครื่องรุ่นใดไปใส่ซิมก็ได้ สำหรับที่ญี่ปุ่น จะมีรุ่นเฉพาะ ที่ขายสำหรับโทรแบบเติมเงินเท่านั้น ซึ่งรุ่นเหล่านี้ ไม่มีรุ่นไหนนำมาใช้ที่ประเทศไทยได้เลย - - ทำสัญญาซื้อ กล่าวคือ เกือบทุกรุ่น ต้องใช้การซื้อแบบนี้ คือต้องเป็นคนญี่ปุ่น หรือคนต่างชาติที่มีชื่อในทะเบียนบ้านประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น - - ซื้อแบบ เครื่องที่ขายให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะ อันนี้ไม่ล็อค และถูกกฎหมาย ซื้อมาใช้ได้ทันที สนนราคารุ่นยอดนิยมของVodafone ประมาณ 59999 เยน (หมื่นปลายๆ)
- แล้วที่เค้าเอามาขาย ซื้อมายังไง - - ให้คนที่นู้นซื้อให้ แล้วให้เค้าแจ้งหาย ไปเสียเงินค่ายกเลิกสัญญา(ไม่แพงเท่าไหร่) เท่านี้ก็นำมาขายได้ทันที แต่ถ้าคุณซื้อ สำนึกไว้ด้วยว่า เค้าตีตราเครื่องของคุณเป็นเครื่องที่ถูกขโมย หรือเรียกว่าของโจรนั่นเอง - - เครื่องที่ขโมย หมายถึงคนที่โน่น ขโมยมาจากอะไรก็ตามที แล้วเอามาขายในราคาถูก
จากคุณ :
Yushun
- [
2 เม.ย. 49 20:15:09
]
|
|
|