Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    มีอาการต้อหินจากการเล่นคอมมาฝากกันจ้า อย่าชะล่าใจกันล่ะ

    เอาจากจากห้องสวนลุมครับ http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L7825682/L7825682.html

    ในที่สุดก็สืบสาวราวเรื่องจนได้แล้วว่า ตัวผมเองมีอาการเข้าข่าย ต้อหิน

    จากการเล่นคอมพิวเตอร์  นั่งสืบเสาะข้อมูลเป็นนานนมกว่าจะเจอโรคที่

    ตัวเองเป็น หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมไม่ไปหาหมอสะเลย ที่จริงก็อยาก

    ทำเช่นนั้นแหล่ะครับ แต่เนื่องด้วยเป็นคนที่กลัวอะไรที่ไม่รู้ข้อมูลเลย ก็เลย

    จิตตกไปต่างๆนาๆ   แต่ตอนนี้ค่อนข้างแน่ชัดแล้วว่าเป็นต้อหิน และจากการ

    ที่หาข้อมูลต่างๆ มาก็เลยอยากจะนำมาให้เพื่อนๆได้ดูครับว่า มีอาการต่างๆ

    ดังนี้หรือเปล่า จะได้ไปรักษากันแต่เนิ่นๆ

    ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณ คุณพี่nongnou  ที่ช่วยนำทางให้ผมหาทางออก

    ได้ครับ  และขอขอบพระคุณ นายแพทย์สมเกียรติ อธิคมกุลชัย


    โรคต้อหินที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์

    ที่มา www.geocities.com/glaucomathai

             โรคต้อหินชนิดเรื้อรัง เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการใช้สายตา( Demand )และปริมาณเลือดแดงที่เข้ามาเลี้ยงเซลล์ประสาทตาภายในลูกตา( Supply ) เมื่อเซลล์ประสาทตาได้รับเลือดมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ จะค่อยๆทยอยเฉาตายลงไปเรื่อยๆ ความดันลูกตาที่สูงกว่าปกติ เป็นเพียงสาเหตุรองที่ต้านระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ภาวะขาดเลือดดังกล่าวเลวลงไปอีก

             ในอนาคต ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยโรคต้อหินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและสภาพเศรษฐกิจที่รัดตัว ผู้คนจะทำงานหนักมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สายตา บวกกับความเจริญทางด้านไอที ทำให้มีการใช้คอมพิวเตอร์กันทั่วไป  และจะพบผู้ป่วยโรคต้อหินอายุน้อยลงเรื่อยๆ ( จากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การเล่นเกมส์ และการใช้อินเตอร์เน็ต ) เป็นต้อหินรูปแบบใหม่ที่เกิดจากเซลล์ประสาทตามีความต้องการเลือดมาหล่อ เลี้ยงมากกว่าปกติ   ( More demand )    ซึ่งแตกต่างจากโรคต้อหินทั่วไปที่เกิดจากเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงน้อยกว่า ปกติ            ( Less supply )  และเป็นกลุ่มของโรคต้อหินที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าความดันลูกตาสูง ทำให้วินิจฉัยได้ยาก  เหมือนในประเทศญี่ปุ่น ที่ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคต้อหินชนิดความดันลูกตาปกติ มากที่สุดในโลก  สอดคล้องกับงานวิจัยของ Dr.Masayuki Tatemichi, from Toho University, School of Medicine ที่รายงานการค้นพบความสัมพันธ์ของโรคต้อหินกับการใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อปี ค.ศ. 2004  แต่เนื่องจากไม่สามารถอธิบายกลไกการค้นพบดังกล่าวได้ จึงยังไม่มีใครเชื่อถือในขณะนั้น
    โรคต้อหิน กำลังจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยและของประชากรโลกในอนาคตอันใกล้นี้
    อาการ ของโรคต้อหิน มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ป่วยรู้ตัวว่าเป็นต้อหิน และนำผู้ป่วยให้ไปพบจักษุแพทย์ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น  อาการของโรคต้อหิน มีอะไรบ้าง ?

    1. ตาพร่าตามัว เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน เห็นภาพเบลอซ้อน หรือตามืดบอดชั่วขณะหนึ่ง

    2. เห็นจุดแสงดำขาวเต็มไปหมด หรือเห็นเป็นแสงระยิบระยับเมื่อมองไปกลางแดด   <--ไอ้ข้อนี่แหละที่ผมเป็นสร้างความรำคาญให้มากมาย

    3. ปวดในเบ้าตาลึกๆและปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน หรือปวดจี๊ดขึ้นสมอง

    4. ตรวจพบว่ามีสายตาสั้นขึ้นมาทันที และค่าสายตาขึ้นๆลงๆ ไม่แน่นอน

    5. ตาจะพร่า เมื่อมองวัตถุบนพื้นที่มีแสงจัดหรือบนพื้นที่มันวาว

    6. อ่านหนังสือไม่ทน ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูโทรทัศน์ ได้ไม่นาน
    <--เพราะมันระยิบระยับไปหมดนี่แหละทำให้อ่านหนังสือไม่ทน T-T

    7. เห็นดวงไฟมีแสงเจิดจ้า เป็นรัศมีกระจาย เห็นเป็นฝ้าหมอกหรือวงสีรุ้ง รอบดวงไฟ

    8. เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือเห็นลำแสงวิ่งผ่านตา หรือเห็นเป็นเส้นหยักๆที่หางตา

    9. มีความลำบากในการสังเกตุพื้นต่างระดับเวลาก้าวเดิน หรือเวลาขึ้นลงบันได

    10. เห็นสีจืดจางลงหรือผิดเพี้ยนไป เห็นตัวหนังสือเลือนรางหรือแตกพร่า

    11. การมองในที่มืดแย่ลง เห็นหน้าคนไม่ชัด และไม่กล้าขับรถในเวลากลางคืน <---มาจากระยิบระยับทั้งนั้นT-T

    12. เวลาขับรถลงอุโมงค์ลอดทางแยกหรือเดินเข้าที่ร่มในเวลาแดดจัด ตาจะมืดบอดชั่วขณะ

    13. เวลามองผ่านกระจกหน้ารถในทิศทางย้อนแสงอาทิตย์ ตาจะพร่าและสู้แสงไม่ค่อยได้

    14. เวลากลางคืนมักจะเดินชนข้าวของเป็นประจำ ชอบที่จะเปิดไฟทุกดวงเท่าที่มี

    15. มองสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วๆไม่ทัน ทำให้ไม่มั่นใจเวลาขับรถหรือเดินข้ามถนนคนเดียว

    16. ตาสู้แสงไม่ได้ ต้องใส่แว่นดำเป็นประจำ

    17. เห็นแสงมืดลงไปเรื่อยๆ หรือเห็นเป็นหมอกควันอยู่ทั่วๆไป

    18. ลานสายตาแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนระยะท้ายเหมือนมองผ่านท่อกลม

    ถ้ามีอาการอะไรสักสองสามข้อก็ควรไปพบแพทย์ได้นะครับ อย่ารอให้สายเกินแก้นะครับ ^^


    สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณ  คุณพี่nongnou  และ นายแพทย์สมเกียรติ อธิคมกุลชัย  อีกครั้งครับ ^^

    จากคุณ : T-TprincecryT-T - [ 4 พ.ค. 52 18:21:35 ]

    จากคุณ : yokekung - [ วันฉัตรมงคล 12:56:39 ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com