CafeTech-ExchangePantip MarketChatPantownBlogGangTorakhongGameRoom


    **รัฐธรรมนูญประชาธิปไตย ฉบับปี 2550..ที่อยากเห็น**

    จาก..http://forum.serithai.net/index.php?topic=8939.0

    ตอนนี้ก็มีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการ ร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ จัดระบบการเมืองใหม่ให้เป็นไปอย่างที่ประชาชนทั้งประเทศต้องการเห็น (อีกครั้งแล้วสินะ) โดยยึดแนวพระราชดำรัส "ให้คนดีได้เข้ามาปกครองบ้านเมืองในสังคมที่มีทั้งคนดีและคนเลวอยู่ปะปนกัน มิใช่การกำจัดคนเลวออกจากสังคม แต่รัฐธรรมนูญจะต้องส่งเสริมบทบาทของคนดีให้มีอำนาจปกครอง และลดบทบาทของคนเลวลง..ให้ได้มากที่สุด"

    ผมคิดเสมอว่า เสรีไทยเว็บบอร์ดจะอยู่ได้อย่างมั่นคงและได้รับความนิยม ต้องเป็นเว็บบอร์ดที่ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสังคมและการเมืองอย่างแท้จริง  ไม่ใช่เว็บบอร์ดระบายอารมณ์ใคร่ของคนร่วมอุดมการณ์หรือต่างอุดมการณ์แต่เพียงอย่างเดียว  ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนใดคนหนึ่ง คณะใดคณะหนึ่ง ในขณะเดียวกันต้องปราศจากการแสวงหาผลประโยชน์จากคนใดคนหนึ่ง คณะใดคณะหนึ่ง  ต้องมีอิสระ เสรีภาพในการแสดงออกอย่างพอประมาณที่ไม่ละเมิดสิทธิ เสรีภาพของคนอื่น  ที่สำคัญคือ ต้องดำเนินการโดยมีความเป็นอิสระที่ไม่ถูกแทรกแซงจากพรรคการเมืองและนักธุรกิจคนใด คณะใดจนเสียความเป็นอิสระไป

    แค่คิดก็ยากแล้วใช่ไหมครับ แต่ตอนทำกลับยากกว่าอีก

    นอกจากต้องมีกระทู้ที่มีสาระประโยชน์แล้ว ต้องมีสมาชิกที่มีคุณภาพด้วย  การจะได้มาทั้งสองประการที่กล่าวมานั้น  ต้องสร้างกันขึ้นมาเองด้วยความทุ่มเทของสมาชิกด้วยกันเท่านั้น และขณะเดียวกันก็ต้องลดจำนวนกระทู้ไร้สาระ  กระทู้ด่าทอกันไปมา และสมาชิกที่ไม่มีคุณภาพลงด้วย  วิธีที่จะทำให้สมประสงค์ได้ ก็ต้องมีเว็ปมาสเตอร์ที่ดี มีคุณภาพ และสมาชิกที่มีคุณภาพจำนวนมากจับกลุ่มรวมตัวกันได้

    เว็บบอร์ดที่เต็มไปด้วยข้อความที่ขัดแย้ง อาจเป็นเว็บบอร์ดที่ดี
    แต่เว็บบอร์ดที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง เป็นเว็บบอร์ดที่ไม่ดี และคนที่เดินหนีไปก่อนเพื่อนคือ คนที่มีคุณภาพทั้งความคิดความอ่าน และ คุณภาพความดีอันเป็นลักษณะเฉพาะบุคคล

    คำว่า คุณภาพดูเหมือนจะสำคัญกว่าปริมาณในที่นี้  ในสังคมการเมืองไทยก็เช่นกันกับในเว็บบอร์ดนี้  ความล้มเหลวของสังคมการเมืองและการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ผ่านมา ก็เพราะพรรคการเมืองไม่มีคนที่มีคุณภาพจำนวนพอเพียงที่จะมีอำนาจต่อรอง การคำนึงถึงแต่ปริมาณ เอาชนะกันด้วยปริมาณสมาชิกในสภา มิได้ด้วยคุณภาพของสมาชิกในสภา เพราะรัฐธรรมนูญระบุให้ ยึดถือ จำนวนเสียงในสภาเป็นหลักในการลงมติ[ คนเลว คนดี มีหนึ่งเสียงเท่ากันหมด

    ต้องตีความตัวตนกันอีกว่า ใครเลว ใครดี  บางทีตัวเองยังอ่านไม่ออกเลยว่า ตัวเองดีหรือเลว  แต่สาธุชนทั่วไปย่อมอ่านออก จากการแสดงออกของเขา

    ผมจะปักหลักอยู่ที่กระทู้นี้ไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นขบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยที่อยากเห็น เพื่อเสนอมุมมองของผมเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อยากเห็น  โดยมีสมาชิกในบอร์ดนี้เป็นผู้ร่วมอภิปราย และนำเอาความคิดเห็นดีๆ ของหลายๆ คนมาประกอบเข้าไว้ด้วยกันเป็น  รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยที่อยากเห็น

    ขอย้ำว่า ผลที่ได้ไม่ใช่ประชามติของเสรีไทยเว็บบอร์ด  แต่เป็นบทบาทหนึ่งของ “ขบวนการเสรีไทยเว็บบอร์ด” ที่ผมเป็นแกนนำเพื่อจุดประสงค์จะนำเสนอความคิดอ่านต่อสมาชิกเว็บบอร์ดทั้งหมด และสังคมภายนอกเท่านั้นเอง

    กระทู้นี้แบ่งออกเป็นสามภาคโดยคร่าว  คือ

    1../ ความหมายของประชาธิปไตยในไทย
    2../ จุดบกพร่องของรัฐธรรมนูญฉบับปี พศ.2540 และพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับ
    3../ บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญปี พศ. 2550 ที่อยากเห็น และอนาคตของการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    เหมือนกับการมีสมัยประชุม โดยผมทำหน้าที่เป็นผู้นำการอภิปรายในหัวข้อต่างๆ และสมาชิกที่สนใจเป็นผู้ร่วมอภิปราย

    “”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””

    [1] ความหมายของประชาธิปไตยในไทย

    ประเทศไทยเคยมีระบอบประชาธิปไตยหรือไม่?

    สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่า ประเทศไทยเราไม่เคยมีระบอบประชาธิปไตยแบบสมบูรณ์มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2475 แล้ว  หลายคนบอกว่า ประชาธิปไตยของไทยมีอายุ 75 ปี  ความจริงแล้ว ไม่มีเลยมากกว่า  

    ในยุคแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 ก็เป็นการปกครองโดยอำนาจเผด็จการทั้งของทหารและพลเรือน  มิได้มีการเลือกตั้งโดยประชาชนทั่วประเทศอย่างเป็นกิจลักษณะ  เพียงแต่เรามีรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็อ้างอีกน่ะแหละว่า เป็นของปวงชนชาวไทย  ทั้งๆ ที่ผู้ที่ยกร่างก็อยู่ในกลุ่มทำงานที่เผด็จการกลุ่มนั้นๆ แต่งตั้งขึ้นมา

    ความใกล้เคียงประชาธิปไตยในความหมายมากที่สุด คือ หลังการปฏิวัติของประชาชนเมื่อปี 2516 มีรัฐธรรมนูญในระบอบประชาธิปไตยสั้นๆ อยู่สามปี  และหลังจากมีการปฏิรูปการเมืองเมื่อปี 2538 เมื่อมีการยกร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และประกาศใช้เมื่อปี 2540 เพราะประชาชนมีส่วนร่วมทางอ้อมในการคัดสรรสมาชิกสภาร่างฯ และลงมติรับรองรัฐธรรมนูญนั่นเอง (แม้ว่า ในจำนวนประชาชนที่มีสิทธิ์ออกเสียงรับรองรธน.ฉบับนี้ จะมีผู้ที่ได้อ่านรัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ถึง 30% และอ่านรัฐธรรมนูญแล้วรู้เรื่อง ไม่ถึง 10% ก็ตาม)

    แต่ก็ทำได้แค่ใกล้เคียงระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น  โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับหลังกลับเปิดโอกาสให้บุคคลคนเดียว คณะเดียวสามารถใช้อำนาจเงินที่มีอยู่มหาศาลและความชาญฉลาด ซื้อทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการให้ได้มาซึ่งประชามติเพื่อให้ตนเองมีอำนาจแบบเบ็ดเสร็จ  แม้แต่การออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองอำนาจของตนเอง โดยไม่ผ่านระบบการกลั่นกรองของรัฐสภา และปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์  ซึ่งก็เป็นการดัดแปลงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไปเสียสิ้น  จึงไม่เป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่เริ่มต้นแสวงอำนาจ (เข้ามาสู่การเมือง) จนถึงจุดสิ้นสุดด้วยการถูกทำรัฐประหาร

    การยึดอำนาจโดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ คปค. ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า จริงๆ แล้ว อำนาจในการปกครองประเทศมิได้เป็นของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง เพราะถ้าเป็นของปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริงแล้ว ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ต้องเป็นผู้กำหนดการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ด้วยเสียงส่วนใหญ่  แสดงให้เห็นว่า มีอำนาจที่อยู่เหนือสิทธิ์และเสียงของปวงชนชาวไทย และประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ก็น้อมรับ นั้นมีอยู่จริง  ดังเห็นได้จากการไม่มีการสูญเสียเลือดเนื้อ  หรืออาจเพราะไม่อาจแสดงพลังต่อต้านอำนาจนั้นได้

    ถ้างั้นเราปกครองด้วยระบอบอะไรมาโดยตลอด?

    ถ้าเราจะยอมรับความจริงกันแล้ว ต้องบอกว่า เราปกครองโดยระบอบราชาธิปไตย  ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ที่มีอยู่ประเทศเดียวในโลกนี้  โดยประชาชนทั่วประเทศมอบความไว้วางใจในการตัดสินใจใดๆ แก่พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติมาตลอดระยะเวลา 60 ปีที่ผ่านมา

    ตัวอย่างในหลายกรณีที่ผ่านมาในอดีตได้ชี้ชัดว่า  แม้รัฐธรรมนูญจะบัญญัติไว้ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และทรงมีสถานะอันเป็นที่เคารพสูงสุด ใครละเมิดมิได้ก็ตาม  แต่สิ่งหนึ่งที่รัฐธรรมนูญทุกฉบับคงเอาไว้ให้พระมหากษัตริย์ในภาพรวม คือ การดำรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจ ซึ่งมิได้เป็นของปวงชนชาวไทยตามความหมายของประชาธิปไตย หรือ มิได้มอบให้รัฐบาลนำไปครอบครองเมื่อชนะการเลือกตั้ง

    ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง พระองค์ได้ทรงเข้ามายุติความขัดแย้งในการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองหลายครั้ง ซึ่งก็เป็นบทบาทของการใช้พระราชอำนาจอย่างเด็ดขาดที่มิได้กำหนดในรัฐธรรมนูญ นอกเหนือจากการทรงเป็นผู้ที่ลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายทุกฉบับ  รวมทั้งทรงเป็นผู้แต่งตั้ง คณะรัฐบาล ซึ่งพลเรือนที่ได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน หรือ ทหารที่มีอำนาจสูงสุดในการยึดอำนาจก็ทำไม่ได้

    นี่จึงเป็นความแตกต่างของระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ กับ ประชาธิปไตยทั่วโลก  ซึ่งแตกต่างกันมาตั้งแต่ต้นกำเนิดแล้ว  ดังนั้น เมื่อมีการปฏิวัติ รัฐประหารในไทยทีไร จึงมีคนจำนวนมากนำไปเปรียบเทียบกับประชาธิปไตยของประเทศอื่น ซึ่งความจริงไม่อาจเปรียบเทียบกันได้  เพราะความแตกต่างอยู่ที่ “พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์” ซึ่งประเทศอื่นๆ ไม่มี  ถึงแม้มี ก็มิได้เป็นพระราชอำนาจที่ประชาชนทั้งประเทศยินดียอมรับเช่นกับประเทศไทย

    ชาวต่างชาติ หรือ ประชาชนชาวไทยที่ออกมาต่อว่า ต่อต้าน หลังจากที่มีการปฏิวัติทุกครั้งว่าบ้านเมืองนี้ ไม่เป็นประชาธิปไตยแล้ว  ถอยหลังเข้าคลองแล้ว  จึงเป็นความเข้าใจที่ผิดทั้งสิ้น

    เพราะเราไม่เคยมีประชาธิปไตยอย่างแท้จริงมาแต่ไหนแต่ไร และเราก็มิได้ถอยหลังไปไหน ยังอยู่ในระบอบการปกครองเดิมมาตลอด เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการเลือกผู้นำในการบริหารบ้านเมืองเท่านั้นเอง

    จากคุณ : *bonny - [ 31 ต.ค. 49 09:52:00 A:124.120.130.86 X: ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | PanTown.com | BlogGang.com