3 มิถุนายน 2550 กองบรรณาธิการ
"เป็นการตีความโดยเอาอำนาจเป็นที่ตั้ง หรือเอาอำนาจเป็นธรรม ไม่ใช่เอาธรรมเป็นอำนาจ"
วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ไม่ได้เอาผลทางการเมืองมาเกี่ยวข้อง แต่เขาวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยด้วยหลักกฎหมายล้วนๆ ว่า "ผมเห็นว่านี่เป็นประกาศคณะรัฐประหารในรูปของคำวินิจฉัย"
"วันที่อ่านคำวินิจฉัยผมไม่ได้อยู่ฟังจนจบหรอก หลับไปก่อน เพราะตอนที่เขาประกาศคำวินิจฉัยยุบพรรคเล็กประมาณหกโมง โดยตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 5 ปี โดย sense ผมก็รู้สึกว่าไทยรักไทยน่าจะถูกยุบโดยเอาโทษ 5 ปีมาใช้ด้วย ผมกลับบ้านแล้ว 3-4 ทุ่มก็หลับ เช้ามาฟังผลก็ไม่ผิดความคาดหมาย"
ทำไมถึงเรียกว่าประกาศคณะรัฐประหารในรูปของคำวินิจฉัย
"ความจริงตอนยึดอำนาจ 19 ก.ย. คณะรัฐประหารมีอำนาจในมือที่จะยกเลิกกฎหมายพรรคการเมือง และยุบพรรคได้ ในอดีตที่มีการยึดอำนาจบางช่วงบางยุคเขาก็ยุบพรรคไปเลย แต่ คปค.ไม่ทำ เขาอาจจะไม่แน่ใจว่าการใช้อำนาจอย่างนั้นเป็นที่ยอมรับได้ไหม จึงต้องมาสร้างคณะตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นในรัฐธรรมนูญชั่วคราว ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองการปกครองไทย เพราะรัฐธรรมนูญชั่วคราวโดยปกติไม่มีหลักประกันสิทธิเสรีภาพอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องมีองค์กรมาคุ้มครองกฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อเห็นรัฐธรรมนูญชั่วคราวมีการโอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญมาให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ผมก็ทราบแล้วว่าภารกิจหลักคือการวินิจฉัยคดียุบพรรค อ่านออกตั้งแต่ทำรัฐธรรมนูญชั่วคราวแล้ว ฉะนั้นถ้าจะพูดกันทางการเมือง เขาอาจยุบพรรคได้แต่เขาเลือกใช้กลไกทางรัฐธรรมนูญเพื่อให้ดูว่ามีความชอบธรรม เพราะฉะนั้นในแง่มุมหนึ่ง ถือว่าการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. จบลงอย่างสมบูรณ์เมื่อวันที่ 30 พ.ค."
จากคุณ :
มือใหม่DSM
- [
3 มิ.ย. 50 22:26:17
A:203.149.29.97 X:
]