นั่งคิดอยู่ตั้งนานว่า จะตั้งกระทู้เกี่ยวกับเทปลับที่คุณจักรภพนำมาเผยแพร่หรือไม่ ก็ต้องขอร้องทางทีมงานพันทิป
ได้ช่วยกรุณา อ่านกระทู้ให้จบก่อน ๆ ที่จะพิจารณาว่าจะลบหรือเปล่า เพราะตั้งใจจะเขียนในเชิงของวิชาการ แม้มันอาจจะพาดพิงไปถึงประธานองคมนตรีอยู่บ้าง
แต่ก็ถือว่า เราต้องการที่จะพูด เพื่อให้คนที่อ่าน ได้นำไปคิดพิเคราะห์กันเอาอีกทีหนึ่ง
กรณีของเทปลับนั้น แม้จะไม่เกินความคาดหมายที่ผมคิดไว้ เนื่องจากส่วนตัวผม ผมเห็นว่า การที่ผู้พิพากษาทั้งหลาย ได้พยายามบอกกับประชาชนว่า ศาลได้รับพระราชกระแส ฯ มา เพื่อให้แก้ปัญหา
แต่ต้องเรียนว่า นั่นคือความเข้าใจของท่าน ก็ไม่ทราบว่า หลังจากวันที่ 25 เมษายน ปีที่แล้วแล้ว ท่านได้ไปฟังกระแสพระราชดำรัสอีกกี่รอบ
ผมเองคงไม่ต้องพูดซ้ำ เพราะเคยเขียนกระทู้ไปตั้งแต่วันที่ได้ยินแล้ว และก็บอกถึงวิธีการที่จะแก้ปัญหาวิกฤตตอนนั้นไว้ว่า อย่าทำให้เป็นโมฆะ เพราะทางออกมันมี วิธีแก้ปัญหามันมีมากกว่าหนึ่งวิธีอยู่แล้วสำหรับทุก ๆ ปัญหา เพียงแต่ว่าท่านจะเลือกใช้วิธีไหนเท่านั้น
ทีนี้ก็พยายามเข้าใจท่านว่า ท่านอาจจะเห็นว่า ต่อให้ไทยรักไทยได้มาเป็นรัฐบาลอีก ปัญหามันก็ไม่จบ ก็เลยทำให้เป็นโมฆะเสีย ก็ต้องเรียนว่า ท่านมีสิทธิ์ที่จะคิดเช่นนั้นได้ แต่คำตอบอยู่ที่ประชาชน ว่าเขาจะเอาไทยรักไทยหรือเปล่า ประชาธิปัตย์กับพรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ลงเลือกตั้งเอง ก็เป็นเรื่องของพรรคการเมืองแล้ว เขาก็มีสิทธิ์ทำได้ แต่ทุกอย่าง มันก็ต้องเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตยและหลักกฎหมาย ไม่ใช่หลักของตนเองหรือความคิดของตนเอง ก็ถึงบอกว่า คำตอบอยู่ที่ประชาชน เพราะประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ก็อย่าได้เพียงคิดว่า ประเทศนี้ มีเฉพาะอำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการเท่านั้น แต่ยังมีอำนาจหนึ่ง นั่นก็คือ อำนาจของประชาชน
ท่านอดีตเลขา ฯ วิรัช ตามที่ได้พูดในเทปนั้น ท่านก็ยอมรับว่า เป็นการพูดคุยของท่านจริง ตรงนั้นใช่ครับ แต่สิ่งที่ประชาชนกำลังจับตามองก็คือ การสนทนา ที่อ้างไปถึงบุคคลที่สาม ก็คือท่านประธานองคมนตรี ว่าท่านได้เข้าเฝ้า ฯ ถวายรายงานอยู่ทุกวัน ถือว่าเป็นการไม่เหมาะสม ก็เหมือนอย่างกติกาของบอร์ดพันทิป ที่บอกว่า อย่าอ้างพระราชดำรัส เพราะท่านบอกว่ามันไม่เหมาะสม เมื่อเอามาตรฐานนี้มาใช้ ก็ต้องบอกว่า การที่ท่านอดีตเลขา ฯ ท่านอ้างถึงบ้านสี่เสาศร์ ก็เป็นการไม่เหมาะสม เพราะมันทำให้คนฟัง เข้าใจผิดกันได้ (เข้าใจผิดอะไรคงไม่ต้องบอก)
เมื่อย้อนไปดูข่าวเก่า ๆ เขาเขียนว่า
"วันที่ 6 พ.ค. พ.ต.ต. ธนภัทร สุขมี สวส.สน.บางเขน ได้รับแจ้งจากนางวรยา บุรีธนวัฒน์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 168/8 ซอยรามอินทรา 19 ถนนรามอินทรา แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน ว่าสามีของตนชื่อนายคมวุฒิ บุรีธนวัฒน์ อายุ 59 ปี ผู้พิพากษาศาลฎีกา ได้หายออกไปจากบ้าน ทิ้งเพียงจดหมายลาตายไว้ ทำนองว่าจะไปกระโดดน้ำตายที่บึงบัวหลวง หลังร้านอาหารเสน่ห์ชายน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน ขอให้ช่วยไปตรวจสอบด้วย เพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้าย จึงพร้อมด้วย พ.ต.ต.ชโลธร วัฒนโชติ สวป. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แพทย์จากสถาบันนิติเวชวิทยา เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน และพนักงานมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ข่าวเขาบอกว่า คุณคมวุฒิ เครียดจากหน้าที่การงาน ซึ่งท่านเสียชีวิตก่อนตัดสินคดีเลือกตั้งโมฆะเพียงสองวัน คนก็บอกว่า ท่านอาจจะรู้เรื่องอะไรบางอย่างเลยเครียดไปกระโดดน้ำตาย ก็ว่ากันไป
ทีนี้ เมื่อมีการกดดันให้ กกต. สามท่านลาออก เขาก็ไม่ยอมลาออก เพราะเขาเห็นว่าเขาไม่ผิด ก็เลยมีการฟ้องร้อง จากฝ่ายประชาธิปัตย์ ถ้าจำไม่ผิด ก็คุณถาวร เสนเนียมให้เอาผิดกับ กกต. ทั้งสามคน ทางนี้เขาก็ว่า เอาล่ะ ถ้าไม่ออก ก็มีแนวทางจัดการไว้แล้ว ซึ่งตามกฎหมาย กกต. กำหนดคุณสมบัติว่า จะขาดคุณสมบัติก็ต่อเมื่อ
1. ตาย
2. ลาออก
3. ต้องโทษจำคุก
ศาลอาญาท่านก็พิพากษาให้จำคุก โดยไม่ได้ตั้งตัวกันเลย คนที่ตะโกนด่าศาล ฯ ในเขตศาล ก็เลยโดนข้อหาหมิ่นศาลไป หลายคนก็ออกมาขู่ว่า อย่าพูดนะ เดี๋ยวเจอข้อหาหมิ่นศาล ท่านก็พูดราวกับว่า กฎหมายนั้นเขียนโดยภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทย คนไทยเขาก็อ่านกฎหมายออกเหมือนกัน เพราะท่านทั้งหลายก็ชอบบอกว่า จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้
เมื่อ กกต. โดนจำคุกแบบห้ามประกัน เราก็เออ...ถือว่าเป็นเวรเป็นกรรม ก็รอเลือกตั้งใหม่ พระองค์ก็ทรงอุตส่าห์ลงพระปรมาภิไท ก่อนที่จะทรงเข้ารับการผ่าตัดที่ศิริราช ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงเป็นห่วงบ้านเมือง ก็เลยทำก่อนเพราะกว่าจะพักฟื้น ก็คงจะใช้เวลานาน ไม่ทันการณ์
คุณจักรภพเองก็พูดถูกแล้ว ผมก็นั่งฟังอยู่ ว่าเขาก็ตะลึงกันใหญ่ พอจะมีการย้ายทหารประจำปี ก็เลยโดนปฏิวัติเลยวันที่ 19 ก.ย.
ที่เขียนมาทั้งหมดนี้ ก็เพราะมีความเป็นห่วงในสถาบันตุลาการ ชื่อเสียงของพวกท่านสั่งสมมานาน อย่าให้มันมัวหมองมากไปกว่านี้ โดยเฉพาะท่านประธานศาลปกครอง คุณอักขราทร ผมได้ฟังพระราชดำรัสทั้งสองครั้งแล้วก็รู้สึกปวดใจแทนพระองค์ ที่ท่านรับสั่งว่า ท่านเดือดร้อนมาก มาแล้วสองหน คำว่า "เดือดร้อน" นี่ก็คือ การรบกวนเบื้องพระยุคล ฯ นะครับ
แต่พอมาเห็นการตัดสินคดียุบพรรคแล้ว ผมต้องเรียนว่า
ผมค่อนข้างจะผิดหวังในวิจารณญานของคนที่เป็นผู้พิพากษา แต่มาทำหน้าที่ที่ไม่ชอบด้วยเหตุและผล และที่สำคัญคือไม่ชอบด้วยจริยธรรมและประเพณีของระบบยุติธรรม แล้วอย่างนี้ จะไปกล่าวโทษคุณทักษิณว่าเผด็จการหรือใช้อำนาจบาตรใหญ่มิชอบนั่นนี่ ก็เป็นเพียงคำกล่าวหาเขาเท่านั้นเองกระนั้นหรือ
หรือแม้แต่คำสั่งอายัดทรัพย์ ซึ่งคนก็บอกว่า คตส.เขามีอำนาจตามกฎหมาย
ก็ต้องถามว่า ใครเขียนกฎหมายนั้น และกฎหมายนั้นได้ผ่านการเห็นชอบจากประชาชนหรือไม่
แล้วอย่างนี้จะไม่ให้วิจารณ์กันได้อย่างไร เพราะอำนาจตุลาการ ก็คืออำนาจหนึ่งของประชาชนดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
สื่อมวลชนหลายท่านที่ไปทำข่าว แล้วมาเขียนข่าวว่า ไม่เห็นจะมีอะไร ถ้าท่านบอกว่าไม่มีอะไร มันก็ไม่มีอะไร แต่ถ้าดูให้ดี ๆ มันมีอะไรมากกว่าที่คุณคิดครับ แต่ท่านจะรู้จักคิดหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเท่านั้นเอง
จากคุณ :
ขนมต้ม
- [
24 มิ.ย. 50 12:50:23
A:61.90.243.235 X:
]