สิ่งที่สังคมไทยตั้งคำถามกับกองทัพไทยในวันนี้
ประชาชนไม่ได้ตั้งคำถามกับพลทหาร และกำลังพลที่เสียสละชีวิต
เพื่อแลกกับความมั่นคงของประเทศชาติ
แต่ประชาชนเขาตั้งคำถามกับบรรดานายทหารที่ฝักใฝ่อำนาจทางการเมือง
ที่ชอบ ลับ - ลวง - พราง จริงคือเท็จ - เท็จคือจริง
หา"สัจจะลูกผู้ชาย"ในหมู่นายทหารเหล่านั้นไม่ได้ ซึ่งก็หาไม่ได้ใน"หมู่โจร"เช่นกัน
หากสังเกตดู ก็จะพบว่า คณะนายทหารกระทำรัฐประหารครั้งใด
ก็จะต้องตั้งเรื่องซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ทุกครั้งไป
ด้วยวงเงินงบประมาณสูงลิบลิ่ว จนไม่อาจชำระหมดด้วยวงเงินงบประมาณปีเดียว
จึงต้องตั้งไว้เป็น"งบผูกพัน"นานหลาย ๆ ปี
ทุก ๆ รัฐบาลหลังการรัฐประหาร ตั้งแสวงหาเงินภาษีมาสนองตอบ
เพื่อจ่ายเงินงบประมาณให้กับ"ราคาสินค้า"ตามความต้องการของกองทัพ
ซึ่งเป็นการบั่นทอนศักยภาพทางการคลังของประเทศไทยลงไป
ทุกครั้งที่ทำรัฐประหาร
ครั้งล่าสุด เท่าที่ยังพอจำกันได้ ก็คือ "เครื่องบินรบกริปเป้น"
ของ พลอากาศเอกชลิต ผู้บัญชาการทหารอากาศ
1 ในคณะปฏิรูปฯ (คปค.) หรือคณะรัฐประหาร 19 กันยายน 49
ซึ่งต่อมา แปลงร่างเป็น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)
กองทัพไทยซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่อยู่ภายใต้การตรวจสอบและควบคุมใด ๆ
สามารถกระทำการชนิดที่กองทัพของอารยะประเทศยังต้อง อึ้ง - ทึ่ง - เสียว
ว่า เหตุไฉน กองทัพของประเทศกำลังพัฒนาจึงได้มีอานุภาพยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้
กองทัพไทยวันนี้ อยู่ในสภาพที่ . . .
ใคร่ทำรัฐประหาร . . . ทำ
ใคร่ซื้ออาวุธ . . . ซื้อ
ใคร่ตั้งใครเป็นนายก . . . ตั้ง
ใคร่ฉีกรัฐธรรมนูญ . . . ฉีก
ใคร่ปล่อยปละม๊อบกลุ่มหนึ่ง . . . ก็ปล่อย
ใคร่สั่งลุยม๊อบอีกกลุ่มหนึ่ง . . . ก็ลุย
เมื่อบริบทของการทหารและการเมืองไทย
ถูกผนวกเข้าด้วยกันอย่างนี้แล้ว
. . . จะให้ประชาชนคนไทย ไว้วางใจในกองทัพไทยได้อย่างไร
ปล. ขอย้ำอีกครั้ง นะจ๊ะ . . . ว่า ทหารที่ประชาชนไม่ไว้ใจ คือ คณะนายทหารที่ดูเหมือนจะได้รับผลประโยชน์จากการรัฐประหาร หาใช่พลทหารที่รักชาติยิ่งชีพอย่างแท้จริงแต่อย่างใดไม่ และขอชื่นชมพลทหารทุกนายที่ควบคุมการจราจลเมื่อวันก่อนได้โดยไม่เสียเลือดเนื้อ.
จากคุณ :
hayo
- [
วันเถลิงศก (15) 18:13:46
A:58.9.87.154 X:
]