ตามนั้นเลยครับ
ถ้าระบบประชาธิปไตย แต่คนไม่สนใจการเมือง
กับคนมีคุณภาพ แต่ไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ อย่างไรสำคัญกว่ากัน???
ในแง่ของ แง่ดีต่อประเทศ อย่างยั่งยืน(ขอบคุณคุณ นาวาไม่ไหลกลับ นะครับ)
มีบทความมาฝากให้อ่านกัน อยากให้อ่านจนจบ ขออนุญาต copy ของคุณไทยพันธุ์แท้ ในกระทู้ http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P7764506/P7764506.html คห.ที่10 ครับ
ความคิดเห็นที่ 10
ความจริงประชาธิปไตยในการปฏิบัติจริงไม่ใช่มองกันแค่เปลือกนอกสีสวย
พอเอามาสวมใส่ก็บอกว่าเป็นประชาธิปไตยแล้ว (มีการเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญใช้ )
ควรมองกันให้ลึกไปถึงกระบวนการและภาคผลผลิตของการใช้อำนาจนั้นด้วย
กระบวนการสำคัญก็คือความใสสะอาดของงานประมูลอำนาจรัฐ
ความใสสะอาดของการใช้อำนาจ
ที่ไม่มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์ส่วนตนหรือหมู่คณะตน
และสิ่งสำคัญก็คือต้องคำนึงถึงภาคผลผลิตของประชาธิปไตยที่ต้องสะท้อนให้เห็นถึง
ความมีเสรีภาพ ความเสนอภาค และหลักการนิติรัฐในการถ่วงดุลอำนาจนั้น
ยาตำราหลวงของประเทศด้อยพัฒนาที่ชนชั้นปกครองส่วนใหญ่ชอบนำมาใช้เพื่อแสดงความเป็นประชาธิปไตย
ก็คือการเอาการเลือกตั้งมาเป็นเปลือกหุ้มความชอบธรรมให้แก่ตัวเอง
แล้วก็เหมารวมว่าหากผ่านการเลือกตั้งแล้วนั่นคือสัญญาประชาคม
ทั้งๆที่นั่นคือเปลือกห่อหุ้มประชาธิปไตย
มันเป็นเสมือนส่วนหนึ่งของพิธีกรรมในทางศาสนา
ที่สุดท้ายก็กลายมาเป็นน้ำยาชุบคนเพื่อให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้เข้าถึงบุญ
เมื่อผ่านการชุบบุญแล้วก็ยังคงดำเนินชีวิตไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
กล่าวคือก็ยังคงเวียนว่ายอยู่กับความโลภ โกรธ หลงอย่างสุดโต่ง
ต้องพึ่งพาวัตถุมงคล น้ำมนต์ คาถา มาเป็นทางออกในการแก้ปัญหา
ส่วนสาระหลักในการบริหารปัญญาซึ่งเป็นแก่นแท้กลับถูกละเลย
เรื่องดังกล่าวคงเปรียบเทียบได้กับ
การยังไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้ของหลักศาสนาและแก่นแท้ของประชาธิปไตยของคนไทย
ความจริงระบบการปกครองเป็นแค่วิธีการ หรือวิถีทาง
แต่เป้าหมายนั้นก็คือความร่มเย็นเป็นสุขของประเทศชาติและประชาชน
แต่ตอนนี้”ระบบ” ดันกลับมากลายเป็นเป้าหมาย
คำว่า ”ประชาธิปไตย” จึงกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่แตะต้องมิได้
ประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ระบบหัวคะแนน ระบบเลือกตั้ง และระบบเสียงข้างมากเท่านั้น
ความถูกต้องที่แท้จริงน่าจะอยู่ที่ร่มเงาแห่งระบอบหรือภาคผลผลิตที่สะท้อนถึงมากกว่า
วันนี้มีคนหลายกลุ่มหลายพวกกำลังทำให้พี่น้องคนไทยเกิดความสับสน
และหลายคนกำลังยึดติดกับรูปลักษณ์จนควานหาแก่นแท้ของประชาธิปไตยไม่เจอ
เปรียบได้กับพุทธศาสนาที่เดี๋ยวนี้คนไปหลงยึดติดกับพิธีกรรม
จนหลงลืมตัวธรรมะที่เป็นหัวใจของชาวพุทธกันไปหมดแล้ว
คนไปยึดติดกับการเสพ-กินพิธีกรรมซึ่งเป็นเนื้อหนังของศาสนาจนเกิดความมัวเมา
เอาเปลือกห่อหุ้มมาเป็นแนวปฏิบัติจนไม่รู้แก่นแท้ของศาสนาเราอยู่ตรงไหน
ตัวแก่นของประชาธิปไตยก็คล้ายกับธรรมะ ที่มีหัวใจอยู่ที่แนวปฏิบัติให้เราเคารพในกฎกติกาของความดี
ศูนย์กลางจะต้องเกิดจากความดี คือมีกฎกติกาที่ดี มีกระบวนการซึ่งนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติที่ดี
และมีคนดีมาเป็นตัวค้ำจุนองค์กร
ปัญหาในวันนี้คือเราจะหาคนดีที่ผ่านกระบวนการฉันทามติจากประชาชนมาได้อย่างไร ?
.
จากคุณ : ไทยพันธุ์แท้
อยากให้ร่วมแสดงความคิดเห็นกันนะครับ
แก้ไขเมื่อ 19 เม.ย. 52 02:13:54
แก้ไขเมื่อ 19 เม.ย. 52 02:11:47
แก้ไขเมื่อ 18 เม.ย. 52 22:36:48
จากคุณ :
Starfight
- [
18 เม.ย. 52 20:06:36
A:58.8.110.95 X:
]