Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    ชำแหละพฤติกรรมมนุษย์ลวงโลก?ทักษิณ ชินวัตร ! โกหก คำโต…

    ชำแหละพฤติกรรมมนุษย์ลวงโลก?ทักษิณ ชินวัตร ! โกหก คำโต…
    * 10 พฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่เป็นนายกฯจนกลายเป็น ‘นช.แม้ว’ มีข้อบ่งชี้ว่าเขาคือมนุษย์ลวงโลก..โกหกคำโต?
          * กล้าหาญบอกชาวโลกให้หลงเชื่อว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่แท้จริงกลับมีใจเป็นเผด็จการ?
          * เป็นตัวการสำคัญทำให้คนไทยกลายเป็น 1ประเทศ 3 สีและขบวนการเสื้อแดงป่วนเมืองบนดิน-ใต้ดิน
          * ขณะที่โหรฟันธง จะเกิดตุลาทมิฬรอบใหม่....
         
          หลายคนที่เฝ้ามองพฤติกรรมของคนอย่างพ.ต.ท.ทักษิณ กับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในวันนี้ และมองกลับไปในอดีตที่ผ่านมา บ้างอาจรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดอดีตนายกฯผู้นี้ถึงกล้าที่จะโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังมีคนหลงเชื่อ แต่สำหรับคนบางกลุ่มกลับประเมินว่าแท้ที่จริงแล้วไม่ว่าจะในอดีตหรืออปัจจุบันรวมไปถึงอนาคต คนชื่อ 'ทักษิณ' ก็ไม่มีวันเลิกโกหกคำโตอย่างแน่นอน อันเนื่องมาจากนิสัยส่วนตัว - ปัจจัยแวดล้อม รวมทั้งการมองเห็น 'ผลประโยชน์' มหาศาลที่จะได้รับจากกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ยังยอมรับและไม่เคยเสื่อมศรัทธาไปจากเขา
         
          หากย้อนกลับไปทบทวนถึงการกระทำของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่จงใจใช้คำพูดบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงนั้นจะพบว่าเกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ทั้งในด้านการเมือง เศรษฐกิจ และในทางกฎหมายที่ล้วนแล้วแต่นำไปสู่ปัญหาและความแตกแยกของคนในสังคม ขณะที่ตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับสามารถตักตวงผลประโยชน์ได้จากการกระทำของเขาได้อย่างมหาศาล..!
         

    1.'ทักษิณ'รวยแล้วไม่โกง จริงหรือ?
         
           'ถ้าจะถามว่าคุณทักษิณ เริ่มโกหกคนไทยมานานแค่ไหนแล้ว คงต้องบอกว่า ตั้งแต่วันที่เขาเคยประกาศว่า รวยแล้วไม่โกง   ทำให้คนจำนวนมากเลย หลงเชื่อ เพราะคิดว่าเป็นคนรวยที่สุดของประเทศ คนหนึ่งก็น่าจะไม่โกง แล้วตอนนั้นคุณทักษิณ ก็บอกว่าผมจะเข้ามาเล่นการเมืองเพื่อชาติ คนก็เชื่ออีก เพราะคิดว่าคนที่ฉลาดและร่ำรวย ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น ' ศ.ดร.สุรชัย  ศิริไกร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หยิบยกมาวิเคราะห์ พร้อมชี้ว่าเวลานั้นประเทศไทยบอบช้ำจากพิษเศรษฐกิจ ในปี 2540 เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ ได้นำเสนอนโยบายการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่โดนใจประชาชน ทำให้เกิดความหวัง จึงยิ่งเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้เขาน่าเชื่อถือและเชื่อมั่นในความสามารถส่วนตัวของเขา อย่างมาก จนทำให้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งในปี 2544 ในที่สุด
         
          เวลานั้นจะเห็นได้ว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เพียงแต่สามารถครองใจคนระดับรากหญ้าได้ แต่คนระดับแนวหน้า อาทิ น.พ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส  ,พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์  ยังพากันหลงเชื่อว่าเขา จะทำตามที่ได้พูดเอาไว้
         
                          ในที่สุดสังคมไทยก็เริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เขา พูดไว้นั้นได้ขัดต่อการกระทำอย่างสิ้นเชิงในเวลาต่อมา หลังจากที่ได้รับโอกาสเข้ามาบริหารประเทศในปี 2544 จนถึงปลายปี 2549 ก่อนถูกยึดอำนาจ ทั้งนี้ได้เคยมีสัญญาณให้เห็นถึงความผิดปกติเมื่อบุคคลต่างๆที่เคยเข้าไปร่วมทำงานทางการเมืองเริ่มพากันทยอยออกห่างจากเขา เพียงแต่ในเวลาดังกล่าวนั้นคนในสังคมไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้เท่าทันประกอบกับการใช้นโยบายประชานิยม สร้างคะแนนความนิยมอย่างต่อเนื่อง
         
          'คุณทักษิณ ก็ไม่ต่างไปจากอดีตประธานาธิบดีมากอส ของฟิลิปปินส์ ที่โกงกินประเทศชาติ ระหว่างที่กุมอำนาจมาต่อเนื่องถึง 26 ปี โดยการแก้ไขกฎหมายเพื่อหาช่องทางต่อวาระการดำรงตำแหน่งของตัวเองจนอยู่มาได้ยาวนาน และเมื่อถูกยึดอำนาจจนต้องหลบหนีไปอยู่ต่างประเทศ การตรวจสอบเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นจึงเริ่มขึ้น
         
          แต่หากจะเปรียบเทียบกันแล้วต้องถือว่ามากอส นั้นยังห่างชั้น ที่สำคัญเงินที่มากอส โกงประเทศไปยังเล็กน้อยเมื่อเทียบในรายของคุณทักษิณ ที่อยู่มาไม่กี่ปีแต่ได้ไปเป็นแสนล้าน'
         
          เมื่อพ.ต.ท.ทักษิณ พ้นไปจากอำนาจรัฐ ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ขึ้นมาตรวจสอบคดีทุจริตต่างๆพบว่ามีจำนวนมากและในทุกคดีมีเขาและคนในตระกูลชินวัตร - ดามาพงษ์ เข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียในโครงการของรัฐ จนในที่สุดคดีทุจรติต่างๆได้เข้าสู่ในชั้นศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาศาลฎีกา ได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญาในคดีทุจริตการซื้อที่ดินรัชดาภิเษก ขณะที่คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ อดีตภริยาเองถูกศาลอาญา ตัดสินใจให้มีความผิดฐานเลี่ยงภาษีจากการโอนหุ้น เป็นเงิน 738 ล้านบาทมาแล้ว และยังมีคดีที่คตส.สอบพบทุจริตอีกหลายคดี
         
          2. ปากอ้าง 'ประชาธิปไตย' -ใจ 'เผด็จการ'
         
          ศ.ดร.สุรชัย ระบุว่า จากพฤติกรรมทางการเมืองที่ผ่านมาของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งพยายามแสดงออกว่าให้ความสำคัญต่อระบบประชาธิปไตย ด้วยการพูดถึงมาโดยตลอด แต่ในความเป็นจริงแล้วจะเห็นได้ว่าตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่เป็นรัฐบาลกลับไม่เคยให้ความสำคัญเข้าร่วมประชุมสภาผู้แทนฯ ทั้งที่ตามหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตยนั้นผู้นำต้องให้ความสำคัญต่อฝ่ายนิติบัญญัติด้วย ขณะที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี หลายคนก็รู้ดีว่าเขาคือผู้ที่มีบทบาทเพียงคนเดียว ทั้งที่เบื้องหน้าก็พยายามอ้างว่าให้ความสำคัญต่อเรื่องสิทธิเสรีภาพ แต่เขากลับเลือกนำแนวทางบริหารแบบซีอีโอเข้ามาใช้ในการบริหารประเทศ ทั้งที่เป็นคนละเรื่องกัน
         
          ' ตอนที่เป็นนายกฯจะเห็นเลยว่า คุณทักษิณ ไปประชุมสภา นับครั้งได้ คือแสดงออกเลยว่าไม่ให้ความสำคัญ อาศัยว่ามีเสียงส.ส.ข้างมากในสภาอยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นเรื่องของส.ส. ไม่เคยไปตอบคำถามใดๆที่ด้วยตัวเอง มีแต่ส่งรัฐมนตรีไปชี้แจงแทนมาตลอด'
         
          จากพฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อครั้งเป็นนายกฯนั้น จะเห็นได้ชัดเจนว่าเขานิยมใช้ระบบเผด็จการมากกว่าการให้ความสำคัญกับเรื่องประชาธิปไตย ซึ่งลักษณะของผู้นำเผด็จการพบว่าเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก อาทิ ฮิตเลอร์ ,เหมา เจ๋อ ตุง ,ประธานาธิบดี ฟูจิโมริ คนเหล่านี้จะมีลักษณะของผู้นำที่สามารถจูงใจคนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการรู้จักใช้คำพูดโน้มน้าวมวลชน ต้องยอมรับว่าประเทศไทยไม่เคยมีผู้นำในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ถึงแม้จะในอดีตจะมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ หรือจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ที่มีความใกล้เคียงก็ตาม แต่พ.ต.ท.ทักษิณ มีความได้เปรียบมากกว่า ทั้งเรื่องของคนและทุน รวมทั้งการใช้วิธีการสื่อสารที่เหนือชั้น

    จากคุณ : vdo - [ 24 เม.ย. 52 13:19:30 A:58.9.153.61 X: ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com