Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    ข่าวอีกด้านที่หายไป : กรณียิงมัสยิด ซ.เพชรบุรี ประชาคมมุสลิมไทยให้ข้อมูลอีกด้าน

    นักวิชาการ นักการเมืองมุสลิมออกโรงเตือน อย่าเอาศาสนาไปเชื่อมโยงกับการเมือง

    http://www.muslimthai.com/main/1428/printable.php?category=20&id=2921

    จากรณีที่.....กอ.กทม.ได้แถลงข่าวประณามกลุ่มเสื้อแดงที่มัสยิดดารุ้ลอามาน พญาไท เมื่อวานนี้ และได้ไปยื่นหนังสือขอให้ยุติการให้ที่พักพิงกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตต์ ในวันนี้นั้น นักวิชาการ นักการเมืองมุสลิม ภาคประชาสังคม ได้ให้ความเห็นต่อปรากฏการณ์นี้ดังนี้


    ดร.บูฆอรี  ยีหมะ ประธานคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา

          กล่าวกับสำนักข่าวมุสลิมไทยว่า... “ผมไม่อยากให้นักการเมือง นำเอาศาสนาอิสลามอันบริสุทธิ์ ไปเชื่อมโยงกับการต่อสู้ทางการเมือง ศาสนานี่ควรจะเป็นเครื่องมือสร้างความสมานฉันท์ให้กับคนในสังคม

          โดยเฉพาะในภาวะที่คนในสังคมมีความเห็นที่แตกต่างกัน ศาสนาควรจะเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจของคน มากกว่าที่จะเป็นเครื่องทำลายคน สร้างความแตกแยกในสังคม ควรจะเป็นเครื่องมือในการสร้างความสามัคคีสมัครสมานในสังคม ไม่ควรที่จะเอาศาสนาไปเชื่อมโยงกับการเมืองเพื่อนำอุดมการณ์ทางศาสนาไปใช้ทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามในการต่อสู้ทางการเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่แถวมัสยิดพญาไทนั้น หลายคนที่เคยอยู่บริเวณนั้นก็คงจะรู้ว่า พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ของนางนาตยา เบญจศิริวรรณ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ญาติๆ ของคุณนาตยาก็อยู่แถวนั้น เพราะฉะนั้น ผมจึงเห็นว่าการเอามวลชนของตนเองมาใช้ทำลายฝ่ายตรงข้าม โดยใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือนี่เป็นเรื่องที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง ” และว่า

        “ถ้าใครได้ติดตามสถานการณ์ หรือข่าวก่อนหน้านี้ก็จะเห็นว่ากลุ่มเสื้อแดงนี่ ก็มีมุสลิมมาร่วมชุมนุมจำนวนไม่น้อย ขนาดที่ว่ามีการหุ้งข้าวมีการทำโรงอาหารฮาลาลแยกต่างหาก แยกครัวที่ชัดเจนเพื่อรองรับพี่น้องมุสลิมที่มาร่วมชุมนุม และบางครั้งมุสลิมหลายคนก็ได้มาอาศัยมัสยิดดังกล่าว(ดารุ้ลอามาน) เป็นที่ละหมาด ในเวลาที่พวกเขาออกมาจากที่ชุมนุมฯ  แต่บังเอิญพี่น้องมุสลิมที่มาจากต่างจังหวัด ไม่รู้ว่ามัสยิดและกิ่งเพชรแห่งนี้เป็นอิทธิพลของพรรคประชาธิปัตย์และกลุ่มพันธมิตรฯ หรือกลุ่มเสื้อเหลือง จึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา”

        ดร.บูฆอรี กล่าวต่อว่า... “ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ในช่วงก่อนสงกรานต์นี่ ก็มีมุสลิมที่เป็นเสื้อแดงหลายคนไปละหมาดที่นั่น แต่มีมุสลิมเสื้อแดงคนหนึ่งหลังจากออกมาจากมัสยิด ก็ถูกตีหัวและโดนทุบที่แขนหลังจากออกมาจากมัสยิด เราจะสังเกตเห็นได้ว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ ก็ไม่เห็นมีอิหม่ามหรือคนในชุมชน จะเป็นทุกข์เป็นร้อนที่มุสลิมคนหนึ่งโดนตีหัวเมื่อเขาออกมาจากมัสยิด หรือว่าเป็นเพราะเขาสวมเสื้อแดง เป็นพวกที่เห็นด้วยกับการชุมนุมของ นปช.เขาจึงต้องถูกตีหัวฟรี หลังจากที่เขาได้ไปกราบไหว้พระผู้เป็นเจ้าในบ้านของพระองค์ เมื่อเขาออกมาเข้าก็ถูกทำร้าย แค่เพียงเขามีแนวคิดทางการเมืองที่ไม่เหมือนกับคนในซอย ทำให้เขาถูกทำร้าย ทำไมมุสลิมจึงปฏิบัติต่อกันอย่างสองมาตรฐานเช่นนี้” ดร.บูฆอรี กล่าวว่า

       ดร.บูฆอรี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า... “ในสถานการณ์ที่มีผู้คนในสังคมแบ่งแยกกันเป็นฝักเป็นฝ่ายนี่ การนำเอาศาสนามาเชื่อโยงกับการเมืองนี่ ผมเห็นว่าเป็นผลลบต่อศาสนามากกว่าที่จะเป็นผลบวก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี่ มันจะทำให้คนมุสลิมที่เป็นเสื้อแดงนี่และคนทั่วไปจะเกิดความเข้าใจผิดต่ออิสลาม อีกอย่างหนึ่งผมอยากจะเรียกร้องให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมมุสลิมนี่ ช่วยออกมาพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างว่า ต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดมันมีที่มาอย่างไร

        เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ๆ กลุ่มมุสลิมสีแดงจะไปยิงมัสยิดหรือทำลายป้ายมัสยิด เพราะการปล่อยให้เหตุการณ์บานปลายเช่นนี้ เพราะมุสลิมไม่ได้มีอยู่แค่ในกรุงเทพฯ หรือใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ที่เชียงใหม่ เชียงราย ที่อุบล อุดร หนองคาย ขอนแก่น สุรินทร์ ศรีสะเกษก็มีมุสลิม เพราะฉะนั้นเราไม่ควรสร้างสถานการณ์ที่จะนำมาซึ่งความแตกแยกในสังคมโดยใช้อิสลามมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อรับใช้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมือง” ดร.บูฆอรี กล่าวทิ้งท้าย

    .........


    นายมุข  สุไลมาน กรรมาธิการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐสภา สมาชิกพรรคมาตุภูมิ (ราษฎร์) อดีต ส.ส.ปัตตานี หลายสมัย

       ได้เปิดเผยกับสำนักข่าวมุสลิมไทยว่า... “ผมว่าเรื่องนี้มันมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง เพราะเท่าที่รู้มาก็คือมุสลิมที่ใส่เสื้อสีแดงโดนตีหัวก่อน แล้วก็ไปเอาพวกมา มันก็เลยเกิดการรุมสะกรัมกัน แล้วมาลากให้เป็นเรื่องของศาสนา

       ผมว่าในระยะยาว มุสลิมเรานี่แหละจะเดือดร้อน ถ้าต่อไปเกิดมือที่สามไปสร้างสถานการณ์อย่างนี้กับวัดที่ไหนสักแห่ง แล้วเกิดเป็นกรณีระหว่างพุทธกับมุสลิม ถามว่าใครจะเดือดร้อน มุสลิมเรานี่แหละจะเดือดร้อน เราเป็นชนกลุ่มน้อยเราจะทำกันยังไง วันนี้ยังต้องหลบๆ หลีกๆ เพราะคนที่ไม่ใช่มุสลิมเขาก็มองมุสลิมไม่ดีอยู่แล้วกับเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนปักษ์ใต้ เพราะฉะนั้นเมื่อมุสลิมกรุงเทพฯไปลากเอาสถานการณ์ทางการเมืองมาเชื่อมโยงกับศาสนาเพิ่มไปอีกนี่ ในที่สุดเรามุสลิมเองนี่แหละจะเดือดร้อน ผมไม่สบายใจเลยเกี่ยวกับเรื่องนี้” และว่า

      “แล้วก็ ที่ว่าคุณสมัย เจริญช่างก็ดี คุณนาตยาก็ดี ฝ่ายประชาธิปัตย์ไปนั่งประชุมกันทำหนังสือไปถึงสถานทูตอาหรับเอมิเรตต์ทำนองนี้ แล้วไปกล่าวหาอย่างนั้น

       ผมว่ามันน่าจะเป็นลักษณะที่ว่า สร้างเงื่อนไขอะไร เพื่อที่จะให้โลกอาหรับอื่นต่อต้านทักษิณนี่ ผมดูแล้วมันไม่เข้าท่า ถ้าจริงก็ว่ากันไปถ้าไม่จริงนี่เป็นฟิตนะห์หรือว่าใส่ร้ายนี่ ในความเป็นมุสลิมนี่ผมว่ามันไม่ควรทำอย่างนั้น ก็เพราะทำอย่างนี้สิ สังคมมันถึงได้มีปัญหา เพราะคนเราชอบใส่ร้ายใส่ความกัน ซึ่งมันไม่ถูกต้อง โดยส่วนตัวผมไม่ชอบไอ้การกระทำอย่างนี้ พอผมรู้ตื้นลึกหนาบางในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี่ผมรู้สึกไม่พอใจ ไม่สบายใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มาก
    ” นายมุข กล่าว

        นายมุข ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า... “เรื่องนี้ผมจะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เพราะได้มีการลากเอาศาสนามาเชื่อมโยงกับการเมือง ผมไปกรุงเทพฯก็ต้องไปชี้แจงกับสถานทูตมุสลิมต่างๆ ไม่รู้ว่าท่านวันนอร์จะเห็นด้วยหรือไม่ แต่ผมคิดว่าผมต้องทำครับ ขณะนี้ผมกำลังกำลังเดินทางไปปัตตานี กลับไปกรุงเทพฯเมื่อไหร่คงต้องไปดำเนินการเรื่องนี้ครับ ปล่อยไว้ไม่ได้ ขืนปล่อยไว้สังคมมุสลิมต้องแตกแยกแน่ครับ” นายมุขกล่าว

    .........


    (ยังมีต่อ)

    จากคุณ : รองเมือง - [ 29 เม.ย. 52 15:46:47 A:58.8.183.218 X: ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com