เมื่อการเมืองเริ่มนิ่งรัฐบาลก็มีเวลาทำงานได้เต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลาคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
เมื่อความตรึงเครียดคลี่คลาย จากนี้ไปรัฐมนตรีก็จะเดินทางไปตรวจราชการต่างจังหวัดโดยไม่ต้องผวาจะโดนม็อบเสื้อแดงมะรุมมะตุ้ม
แต่เพื่อรับประกันความมั่นใจว่าการทำงานของรัฐบาลจะไม่มีหอกข้างแคร่ ก็จะมีการโยกย้ายข้าราชการ (เพื่อความเหมาะสม) กันอีกหลายกระทอก
เข้าตำรา "ค่าของคนอยู่ที่คนของใคร" นั่นแหละท่าน
"แม่ลูกจันทร์" ขออนุญาตกลับมาที่ประเด็นรัฐบาลถังแตก เพราะยังมีประเด็นตกค้างที่ยังเก็บกวาดไม่ครบถ้วน
อนึ่ง การที่มีเสียงวิจารณ์ว่ารัฐบาลถังแตก นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ฟังแล้วไม่ปลื้ม
เพราะคำว่า "ถังแตก" หมายความว่า รัฐบาลเงินหมดกระเป๋า รัฐบาลจนกรอบไม่มีเงินใช้จ่าย จนต้องกู้เงินมาเป็นเบี้ยต่อไส้
แต่ในความเป็นจริงรัฐบาลยังมีเงินทุน สำรองระหว่างประเทศมากถึงหนึ่งแสนล้านเหรียญสหรัฐฯ (รัฐบาลเก่าช่วยสะสมไว้ให้) และรัฐบาลยังมีเงินสดสำรองในมือหมุนใช้ไปเรื่อยๆ
เพียงแต่...ขณะนี้รัฐบาลกำลังเผชิญปัญหารายจ่ายสูงกว่ารายได้
รัฐบาลจึงต้องตัดลดงบประมาณรายจ่าย ปีหน้า (เริ่มใช้ตั้งแต่ตุลาคมปีนี้) จากเดิม 1.95 ล้านล้านบาท เหลือแค่ 1.7 ล้านล้านบาท
แม้แต่งบจัดซื้ออาวุธ 3 กองทัพ ก็ยังโดนตัดไปด้วย
ผลดีจากการที่รัฐบาลตัดงบซื้ออาวุธ คือทำให้กระทรวงอื่นๆโวยวายไม่ได้!!
อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะเฉือนงบรายจ่ายปีหน้าไปถึงสองแสนห้าหมื่นล้านบาท
งบประมาณประเทศก็ยังติดลบอยู่ อีกบานทะโร่
รัฐบาลจึงต้องใช้เทคนิคก่อหนี้นอกงบประมาณเพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลต้องออกกฎหมายพิเศษ กู้เงินด่วนอีก "แปดแสนล้านบาท" มาลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อก 2 ตามแผน "ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555"
สรุปว่าการที่รัฐบาลต้องกู้เงินมาลงทุนพัฒนาประเทศ ไม่ได้แปลว่ารัฐ-บาลถังแตก เพียงแต่ทำให้ประเทศมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น
"แม่ลูกจันทร์" ช่วยชี้แจงให้รัฐบาลเต็มที่ก็ได้แค่นี้ละท่าน
ทีนี้กลับมาพูดถึง "แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง" ที่ "นายกฯอภิสิทธิ์" จะอัดฉีดเงินลงทุน 1.56 ล้านล้านบาท สูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศ
ประเด็นที่น่าสนใจคือ ถ้าแยกงบลงทุน 1.56 ล้านล้านบาท เพื่อหาคำตอบว่าพรรคไหนจะได้แบ่งเค้กกันบ้าง??
ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทยได้เค้ก ไปก้อนใหญ่บ่ะเริ่ม
เพราะพรรคภูมิใจไทยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบขนส่งระบบราง โครงการ รถไฟรางคู่ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โครงการพัฒนาระบบขนส่งทางถนน โครงการพัฒนาขนส่งทางอากาศ (ซื้อเครื่องบินใหม่อีก 14 ลำ) ด้วย
สรุปว่าพรรคเพื่อนเนวินรับส่วนแบ่งไปห้าแสนเจ็ดหมื่นล้านบาท มากกว่าใครเพื่อน
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนาก็ไม่ใช่ย่อย เพราะได้รับผิดชอบโครงการพัฒนาระบบน้ำ และขยายระบบชลประทาน 2.4 แสนล้านบาท บวกกับโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวอีก 2 แสนล้านบาท
เบ็ดเสร็จพรรคชาติไทยพัฒนาได้ แบ่งเค้กไป 4.4 แสนล้านบาท เชียวนะพระคุณท่าน
สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เจ้าภาพได้รับส่วนแบ่งเป็นงบพัฒนาการศึกษา 1.3 แสนล้านบาท บวกงบพัฒนาสาธารณสุขอีก 1 แสนล้านบาท รวมเป็น 2.3 แสนล้านบาท
ติดอันดับ 3 จากงบลงทุนทั้งก้อน
แหม...ใจกว้างอย่างนี้ รัฐบาลแตกยากส์.
"แม่ลูกจันทร์"
http://www.thairath.co.th/content/pol/4575
แหม ! นึกถึงภาพตอนยี้ห้อยออกมาร้องไห้สะอึกสะอื้นหน้าจอทีวีเหมือนกระเทยโดนข่มขืนแล้วยังอดขำไม่ได้
ผมว่าแม้แต่ตัวมันเอง ตอนกลับมานั่งดูทีวีที่บ้านก็คงอดทุเรศตัวเองไม่ได้เหมือนกัน ( ทำไปได้ )
แต่ว่าการลงทุนร้องไห้ตีบทแตก แล้วได้เงินตั้งห้าแสนกว่าล้าน ให้ร้องไห้แล้วกินขี้มูกไปด้วย ยังไงก็คุ้ม
ว่าแต่ว่า ใครมาเป็นรัฐบาลสมัยหน้า จะมีปัญญาใช้หนี้มั๊ยเนี่ย
แต่อย่างน้อย ผมอยากให้มองในแง่ดีว่ามันเป็นการสมานฉันท์อย่างหนึ่งเหมือนกันนะ
ไม่ว่าจะเสื้อแดง เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน หรือไม่มีเสื้อก็ตาม
ทุกคนได้เป็นหนี้หัวโตเท่าเทียมกันหมดครับ ไม่มีสองมาตรฐาน
จากคุณ :
บางระจันวันเพ็ญ
- [
10 พ.ค. 52 00:40:09
A:115.67.189.168 X:
]