หืมม์...ทุกวันนี้เรื่องทุกวันนี้เรื่องแผนซื้อรถเมล์ 4,000 คันสำหรับ ขสมก. แทบจะกลายเป็นปัญหาสำคัญของชาติบ้านเมืองไปแล้ว ทั้งๆ ที่ทุกวันนี้ไม่มีรถที่ว่านั้น ก็ยังไม่เห็นญาติใครเสีย
นั่นเป็นสำนวนคุ้นๆ ของ เดอะหมัก เจ้าเก่า!
ที่เห็นออกอาการกระเหี้ยนกระหือรือ จะเป็นจะตายเสียให้ได้ ก็คือกลุ่มผู้ผลักดันสุดๆ ยกแม่น้ำทั้งห้า และน้ำขุ่นๆ มาอ้าง หักล้างคนสงสัย ว่าเป็นโครงการดีเลิศประเสริฐศรี ถ้าไม่มีโครงการนี้ บ้านเมืองจะล่มสลาย ไม่มีทางฟื้นฟูให้กลับคืนมาได้
ความกระเหี้ยนกระหือรือยังเป็นแรงบันดาลใจให้ก๊วนการเมืองควักกระเป๋าบางส่วนทุ่มโฆษณาปั่นหัว เป่าหูชาวบ้าน ทั้งในเมืองกรุงและต่างจังหวัด หมดไปหลายล้าน ยังไม่นับงบจาก ขสมก. และกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เป็นเงินรวมหลายล้าน
ยังไม่เคยเห็นใครลงทุนทุ่มมากขนาดนี้ ถ้ายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินไปก่อน ต้องเป็นการทดรองจ่าย คำนวณไว้ว่าเป็นการเอากุ้งฝอยไปตกปลากะพง
แต่งานนี้ไม่ใช่ปลากะพงตัวเดียว คงเป็นทั้งบ่อ กินกันได้นาน !
ชาวบ้านได้เห็นปรากฏการณ์ใหม่ด้านความหวังดีของนักการเมือง อ้างว่าต้องการให้คนกรุงเทพฯ ได้รับความสะดวก ทุกนาทีที่ล่าช้า เท่ากับเป็นเสียโอกาสของคนกรุงที่จะได้นั่งรถเมล์ใหม่ สะดวกสบาย เหมือนได้นั่งรถเทวดาท่องสวรรค์วิมานชั้นฟ้านั่นเลย
เหลือแต่ประเด็นที่ชาวบ้านสงสัยแต่ไม่ได้คำตอบ นั่นคือ ใคร ได้เท่าไหร่ จากจำนวนรวม 6.4 หมื่นล้านบาท ที่คนกรุงและคนต่างจังหวัดที่ใช้บริการต้องจ่ายเพื่อให้ ขสมก. มีเงินสำหรับค่าเช่า ค่าซ่อม และค่าอื่นๆ อีกสารพัดยาวนาน 10 ปี
คณะทำงานกำลังมุ่งประเด็น เช่า หรือ ซื้อ เท่ากับเกือบสรุปว่า เอา แน่ๆ แทนที่จะมองภาพรวมด้านความต้องการบริการขนส่งมวลชนจากนี้ไปจึงถึง 10 ปี หรือวันนี้ภาวะโลกร้อนทำให้น้ำท่วมชายฝั่ง ลามเข้าเมืองอยู่ชายทะเล
หรือความเป็นจริงที่เปรียบเทียบกันได้ เช่นการเช่าบ้านอยู่ 10 ปี จากนั้นไม่ได้อะไรเลย ต่างจากผ่อนซื้อบ้าน 10 ปี หลังจากนั้นยังเป็นสมบัติของตัวเอง
คนยอมเช่าบ้านอยู่เป็นเพราะไม่มีเงินก้อนสำหรับดาวน์ รายได้ประจำสำหรับกู้จากสถาบันการเงิน หรือถ้าซื้อก็อยู่นอกเมือง ไกลจากแหล่งรายได้ประจำ
แต่ ขสมก.มีหนี้สินค้างกว่า 6 หมื่นล้านบาท และประเด็นนี้ยังไม่มีใครตอบได้ว่าดอกเบี้ยซึ่งเป็นดินพอกหางหมูจากนี้ไปจนครบ 10 ปี แล้วจะเป็นเท่าไหร่ ไม่มีใครรับประกันได้ว่ารายได้จากรถเมล์ 4,000 คันจะช่วยให้ ขสมก.พ้นจากหนี้สินท่วมตัว
เอาเงินแบงก์พัน 6.4 หมื่นล้านบาทรวมกันใส่รถเมล์ 1 คัน เท่ากับ 6.4 หมื่นมัด หนักไม่เบา รับรองได้ว่านักการเมืองขนไปได้หมด โดยเฉพาะส่วนต่างที่ตัวเลขแพลมออกมาว่าเป็นจำนวนสูงถึง 7 ล้านบาทต่อคัน หรือ 2 หมื่นกว่าล้านบาท
ตัวเลขนี้ดูเว่อร์ไปหน่อย แต่ถ้าคิดว่าเป็นระยะเวลานาน 10 ปี ก็เป็นไปได้ !
เอาเถอะ! ใครจะได้มากหรือน้อย เรื่องนี้กำลังทำให้รัฐบาลแทบไม่ต้องทำอะไร จะก้าวซ้าย ขวา หน้าหลัง ก็ระวังเสียงคัดค้าน ท้วงติง เพราะไม่เด็ดขาดในการตัดสินใจ มัวแต่หวังให้เวลาเยียวยาความขัดแย้ง ทำให้เรื่องบานปลายแน่ๆ นิ ! อิอิอิ !!!
http://www.komchadluek.net/detail/20090612/16478/รถเมล์ติดหล่มความโลภ.html
จากคุณ :
sao..เหลือ..noi
- [
12 มิ.ย. 52 09:59:48
A:58.8.166.188 X:
]