Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com


    "หวยออนไลน์"ของร้อนปชป. อีกรอยร้าวพรรคร่วมรัฐบาล มติชน..วันนี้

    เกือบ 7 เดือนของการบริหารราชการแผ่นดินของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ประกาศภารกิจหลักในการนำพาประเทศไทยให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก และพัฒนาไปสู่การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน แก้ไขวิกฤตทางสังคมที่มีความแตกแยกและพัฒนาให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยุติวิกฤตทางการเมืองและปฏิรูปการเมืองให้มั่นคงตามแนวทางระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้เริ่มเห็นความแตกแยกทางความคิดของพรรคร่วมรัฐบาลออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

    เริ่มจากโครงการเช่ารถเมล์เอ็นจีวี 4,000 คัน วงเงิน 69,000 ล้านบาท ที่ตกเป็นประเด็นข้อวิพากษ์อย่างหนักถึงความเหมาะสมและความไม่โปร่งใสที่ส่อแววว่าอาจเกิดขึ้น หากโครงการดังกล่าวมีการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง โดยฝีมือของรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่มีบทบาทสำคัญในรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

    แม้ว่าจะไม่ใช่โครงการใหม่ หากแต่เคยถูกนำเสนอมาแล้วตั้งแต่ในสมัยรัฐบาลไทยรักไทย ผ่านมาถึงรัฐบาลยุคนายสมัคร สุนทรเวช จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน

    เป็นที่รู้กันว่า นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย เป็นเจ้าของโปรเจ็คต์ เพียรพยายามที่จะผลักดันให้โครงการสำเร็จให้จงได้ แม้จะถูกคณะรัฐมนตรีตีกลับถึง 3 ครั้ง แต่นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับหน้าเสื่อมาดำเนินการเรื่องนี้ ก็ยังไม่ละความพยายามในการผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ท่ามกลางกระแสคัดค้าน

    ที่สุดนายอภิสิทธิ์ก็ออกมาเบรกโครงการดังกล่าวด้วยตนเอง โดยโยนไปให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กลับไปพิจารณา ทบทวนเป็นเวลา 1 เดือน ว่าแนวทางใดที่จะคุ้มค่า ระหว่างการซื้อหรือเช่า

    เหตุครั้งนั้นอาจจะเรียกว่ารอยร้าวเริ่มเกิดขึ้นในพรรคร่วม เพราะนายอภิสิทธิ์ได้รับคะแนนภาพลักษณ์ไปแบบเต็มๆ เรตติ้งพุ่งพรวด ขณะที่ก้อนอิฐถูกขว้างไปให้กับพรรคร่วมอย่างภูมิใจไทย

    รอยร้าวของพรรคร่วมรัฐบาลถูกตอกย้ำอีกครั้ง เมื่อนายอภิสิทธิ์ออกมาเบรกการประมูลข้าว 2.6 ล้านตันของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การกำกับดูแลของนางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีสังกัดพรรคมัชฌิมาธิปไตยอีกคน โดยสั่งการให้ยกเลิกการประมูลข้าว 2.6 ล้านตัน เพื่อไม่ให้ขัดกับมติ ครม. พร้อมๆ กับกำชับให้กลับไปดูขั้นตอนการประมูลนั้น ทำในช่วงไหน อย่างไร เทียบกับมติ ครม.

    ล่าสุด สร้างรอยร้าวกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาอีกหนึ่งพรรคร่วม โดยเป็นการตีกลับโครงการขายสลากเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว ผ่านเครื่องขายสลากอัตโนมัติ หรือที่เรียกว่า หวยออนไลน์ ให้ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลกลับไปทบทวนผลการศึกษาใหม่ เพราะเห็นว่ายังมีหลายประเด็นสำคัญที่ยังไม่ชัดเจน เช่น การควบคุมการจำหน่าย และการประชาสัมพันธ์ ทั้งที่นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เลขาธิการพรรครวมใจไทยฯ รับผิดชอบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เซ็นอนุมัติไปไม่กี่วันก่อนหน้า

    ด้านนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ออกมารับลูกนายกรัฐมนตรีร่วมสังกัดพรรคเดียวกันทันที โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินการเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเท่ากับการดูแลปัญหาค่าครองชีพให้กับประชาชน ทั้งที่ก่อนหน้า นายกรณ์พูดอยู่เสมอว่า อำนาจการตัดสินใจเรื่องหวยออนไลน์ เป็นอำนาจของคณะกรรมการ (บอร์ด) ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ในฐานะคู่สัญญากับเอกชนในการขายหวยออนไลน์

    เพียงแต่ขั้นตอนการทำงานของบอร์ด สำนักงานสลากกินแบ่งต้องสะดุดลง ในช่วงที่นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล อดีตปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานบอร์ดกองสลากฯ อยู่ในขั้นตอนการกล่าวโทษของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงมอบหมายให้นายปิยพันธ์ นิมมานเหมินท์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง รักษาการแทน แน่นอนว่า รักษาการไม่กล้าเซ็นอนุมัติเรื่องร้อนๆ แน่ จึงต้องรอปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่

    และทันทีที่นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับการแต่งตั้งจาก ครม.ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่แทนนายศุภรัตน์ ท่ามกลางเสียงร่ำลือว่าเป็นการได้มาที่ต้องแลกกับการเซ็นอนุมัติหวยออนไลน์ ก็ให้สัมภาษณ์ทันทีว่า เรื่องหวยออนไลน์เป็นเรื่องเร่งด่วนที่จะเดินหน้าต่อ เพราะคั่งค้างมาหลายรัฐบาล หากยึดหลักกฎหมายให้ถูกต้อง คือ แบ่งเงินเข้ารัฐ 28% จากรายได้ของการขาย ส่วน 60% เป็นรางวัลตอบแทนผู้ถูกรางวัล และที่เหลือ 12% เป็นค่าบริหารจัดการ ก็น่าจะเดินหน้าต่อไป ติดเพียงวิธีจำหน่ายผ่านเครื่องออนไลน์ ที่อาจจะไม่ชัดเจนเรื่องกฎหมายเท่าใดนัก อาจต้องศึกษาข้อกฎหมายให้แน่ชัดก่อน

    ก่อนที่จะทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาถึงวิธีการจำหน่าย ก็ได้รับนโยบายจากนายกรัฐมนตรีว่าไม่ต้องการเห็นการส่งเสริมหรือสนับสนุนให้มีการเล่นหวยมากขึ้น จึงดูเหมือนนโยบายรัฐบาลไม่เป็นไปในทางเดียวกัน

    ขณะที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า รัฐบาลจะเอาอย่างไรกับหวยออนไลน์ ท่ามกลางเสียงเรียกร้องและคัดค้านในบางกลุ่ม มีการเปิดเผยรายงานผลการวิจัยเรื่องหวยออนไลน์ของศูนย์วิจัยพัฒนาเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า เด็กไทยซื้อหวยใต้ดินถึง 15% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 30-35% หากมีหวยออนไลน์ให้บริการ เพราะหาซื้อง่าย ตรงกับนิสัยของเด็กและเยาวชน

    ขณะที่สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชน พบว่า ประชาชน 60.24% เห็นด้วย จากเหตุผลที่สามารถนำเงินที่ได้มาใช้ในการพัฒนาประเทศชาติได้มากขึ้น ช่วยแก้ปัญหาการซื้อหวยใต้ดินที่ผิดกฎหมายให้น้อยลง และเชื่อว่าเมื่อถูกรางวัลแล้วจะได้รับเงินอย่างแน่นอน ไม่ถูกเบี้ยวเหมือนหวยใต้ดิน

    ขณะที่ประชาชนอีก 34.94% ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าเป็นการส่งเสริมให้คนไทยติดการพนันมากขึ้น รัฐบาลเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ต่างๆ จึงเกรงว่าอาจเกิดความไม่โปร่งใสในการทำงาน และเป็นการขัดต่อวัฒนธรรมของประเทศไทย ที่มีพื้นฐานเป็นเมืองพุทธ จึงนับเป็นอีกกรณีหนึ่ง เป็นผลของการมองต่างมุม เป็นความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่มีสิ่งที่ยืนยันในขณะนี้คือ ราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลขณะนี้กระฉูด พุ่งขึ้นเป็น 90 บาท 100 บาท หรือ 120 บาท ทั้งที่ราคาหน้าตั๋วกำหนดคู่ละ 80 บาทเท่านั้น

    สำนักงานสลากฯพิมพ์สลากแต่ละงวด 46 ล้านฉบับ แบ่งขายในราคาส่วนลด 9% ของราคาหน้าตั๋ว จำนวน 30 ล้านฉบับ ให้กับยี่ปั๊วรายใหญ่ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล 2 ราย ซึ่งรู้จักในนามเจ๊แดง และเจ๊สะเรี่ยง หรือตกใบละ 37 บาท หรือคู่ละ 74 บาท ส่วนที่เหลือ 16 ล้านฉบับ จัดสรรให้กับองค์กรการกุศลและผู้พิการ

    ทั้ง 2 รายก็เป็นเจ้าของบริษัทรายใหญ่ 5 แห่ง หรือที่เรียกว่า 5 เสือ ประกอบด้วย บริษัท สลากมหาลาภ จำกัด, บริษัท ไดมอนล็อตโต จำกัด, บริษัท หยาดน้ำเพ็ชร จำกัด, บริษัท ปลื้มวัฒนา จำกัด และบริษัท บีบีเมอร์ชานส์ จำกัด ทำหน้าที่จำหน่ายสลากที่รับจัดสรรต่อไป

    เลยกลายเป็นว่า สลากถูกนำไปจัดสรรในมือคนเพียงไม่กี่คนที่ใช้กลยุทธ์จับคัดกลุ่มตัวเลข เป็นเลขชุด เลขดัง ชั่วข้ามคืน มาขายต่อตกคู่ละ 97 บาท ฟันกำไรเหนาะๆ จึงไม่แปลกที่คนไทยไม่เคยซื้อสลากในราคาหน้าตั๋วที่ 80 บาทได้เลย

    ในเมื่อสิ่งที่เกิดเขึ้นขณะนี้คือ ผลประโยชน์ตกอยู่กับกลุ่มคนเพียงไม่กี่กลุ่ม รัฐบาลเองสูญเสียสิ่งที่ควรจะได้ ประชาชนก็จ่ายในส่วนที่ไม่ควรจะจ่าย พวกไอ้โม่งเครือข่ายหวยเถื่อน ก็ยังเสวยสุขกันต่อไป ขณะที่รัฐบาลก็มีแนวโน้มสูงว่าจะโดนเอกชนผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเครื่องหวยออนไลน์ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลายพันล้านบาท หากไม่ยอมให้ดำเนินการตามสัญญา

    ที่สำคัญรัฐบาลยังต้องพยายามรักษาภาพของการไม่สนับสนุนให้มีการเล่นหวยที่ถูกมองว่าเป็นอบายมุข ทั้งที่ทุกคนรู้อยู่เต็มอกว่า เรื่องพวกนี้ฝังรากลึกมีอยู่ในสังคมไทยมานานเกินกว่าที่จะเลิกได้

    แต่ดูเหมือนรัฐบาลโดยพรรคประชาธิปัตย์ จะเลือกใช้วิธีดึงเรื่องไว้เพื่อต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อให้เวลาผ่านไป เป็นวิธีการ "แก้ปัญหา" ด้วยวิธี "ไม่แก้ปัญหา" เพราะรู้ดีว่าเรื่องหวยออนไลน์เป็นของร้อนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่ควรไปแตะต้องอย่างยิ่ง เพราะคนในพรรคมีเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลายคน

    จึงต้องติดตามว่า เรื่องนี้จะจบลงแบบไหน!!

    http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco01220652&sectionid=0103&day=2009-06-22

    จากคุณ : sao..เหลือ..noi - [ 22 มิ.ย. 52 09:25:33 A:58.8.168.93 X: ]

 
 


ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป


Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com