สงสัยข่าวนี้จัง ใช่ ผู้พิพากษา คนเดียวกันใหม?
|
|
[ข่าวที่ 1] ศาลแพ่งสั่งรื้อเวทีพันธมิตร! เปิดทุกช่องจราจรพระราม5-พิษณุโลก โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:00 น. ตั้งแต่เวลา 05.00 -18.00 น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 7 ก.ค.ศาลแพ่งมีคำสั่งภายหลังจากที่ได้มีการไต่สวนพยานฝ่ายครูโรงเรียนราชวินิตมัธยมและแกนนำพันธมิตรฯ แล้วตามที่ครูโรงเรียนราชวินิตมัธยม ยื่นคำขอให้ศาลแต่งตั้งเจ้าพนักงานคดีเพื่อบังคับคดีกับแกนนำพันธมิตรฯ ในการปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลแพ่งที่สั่งให้เปิดพื้นที่ถนนและการจราจรบริเวณถนนพระราม 5 และถนนพิษณุโลก รวมทั้งห้ามใช้เครื่องขยายเสียงที่จะเป็นการรบกวนการเรียนการสอนของครูและนักเรียนราชวินิต มัธยม ตั้งเวลา เวลา 07.30 -16.30 น. ในวันจันทร์-วันศุกร์
ศาลเห็นว่า กรณีที่มีการยื่นคำขอบังคับคดีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากทั้ง 2 ฝ่ายมีความเข้าใจคาดเคลื่อนในการปฏิบัติตามคำสั่งศาลดังกล่าว ซึ่งศาลได้อธิบายและชี้แจงให้ 2 ฝ่ายทราบแล้วว่า การที่ศาลมีคำสั่งดังกล่าวศาลได้ยึดหลักสิทธิเสรีภาพการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญและสิทธิเสรีภาพของประชาชนทั่วไปในการใช้ประโยชน์ที่สาธารณะแล้ว
ดังนั้นศาลจึงมีคำสั่งเพิ่มเติมในเรื่องนี้ว่า ให้แกนนำพันธมิตรฯ ได้เปิดเส้นจราจรบนถนนพระราม 5 ไปถึงแยกวัดเบญจมบพิตร และถนนพิษณุโลก ไปจนถึงแยกสะพานชมัยมรุเชษฐ์ และแยกนางเลิ้งทุกช่องทางจราจร ตั้งแต่เวลา 05.00 -18.00 น. ในวันจันทร์ - วันศุกร์ และหากเวทีกีดขวางเส้นทางการจราจรในช่วงเวลาดังกล่าวก็ให้จัดการหรือย้าย เพื่อให้เกิดความสะดวกในการจัดและใช้ช่องทางจราจรดังกล่าว รวมทั้งหากมีสิ่งที่จัดทำหรือจัดตั้งขึ้นโดยแกนนำพันธมิตรฯ ก็ให้จัดการหรือย้ายวัตถุดังกล่าวด้วย
คำสั่งของศาลมีความหมายรวมถึงห้ามบุคคลบุคคลอื่นนำวัตถุหรือสิ่งกีดขวางใดกีดขวางเส้นทางจราจรดังกล่าว โดยให้คำสั่งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.จนกว่าคดีจะถึงที่สุด หรือศาลมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ส่วนข้อห้ามเรื่องการใช้เครื่องขยายเสียงยังให้เป็นไปตามคำสั่งศาลเดิม
ส่วนคำขอให้แต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีนั้น ในชั้นนี้ศาลเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็น อีกทั้งยังจะต้องรอฟังผลว่า แกนนำพันธมิตรฯ จะปฏิบัติตามคำสั่งศาลที่มีวันนี้อีกด้วย จึงมีคำสั่งให้ยกคำขอดังกล่าว
[ข่าวที่ 2] พันธมิตรฯล่าชื่อถอด2ผู้พิพากษาสั่งรื้อเวทีปราศรัย
หนังสือพิมพ์โลกวันนี้ สรุปข่าวหน้าหนึ่ง -- พุธที่ 9 กรกฎาคม 2008 06:26:11 น. แกนนำพันธมิตรฯประกาศล่า 20,000 รายชื่อเพื่อยื่นถอดถอนองค์คณะผู้พิพากษาศาลแพ่ง 2 คนที่นั่งบัลลังก์ตัดสินคดีที่ถูกโรงเรียนราชวินิตฯยื่นฟ้องและมีคำสั่งให้เปิดถนน รื้อถอนเวที พร้อมทำหนังสือร้องเรียนประธานคณะกรรมการตุลาการ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อ้างคำสั่งให้รื้อเวทีทำให้พันธมิตรฯต้องย้ายสถานที่ชุมนุมอย่างฉุกละหุก ขณะที่การย้ายกลับมาชุมนุมที่สะพานมัฆวานฯต้องปิดการเจรจาถนนราชดำเนินนอก ระบุม็อบทั่วโลกก็ต้องชุมนุมบนถนนทั้งนั้น ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริยารามยืนยันไม่ฟ้องให้ย้ายที่ชุมนุม เพราะไม่เดือดร้อน นักเรียนยังเดินทางสะดวก เสียงไม่ดังรบกวน
[ข่าวที่ 3] ปลด-ไล่ออก ผู้พิพากษาศาล ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีปลดออก-ไล่ออกผู้พิพากษาศาลแพ่ง-อัยการพิเศษพร้อมกันทีเดียว 3 ราย ทำผิดวินัยร้ายแรง พระราชทานเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทุกชั้นตรา
13 กรกฎาคมว่า มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องให้ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่งและเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ 2 รายลงในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 13 กรกฎาคม 2552 มีรายละเอียด ดังนี้ มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ข้าราชการตุลาการ พ้นจากตำแหน่งเนื่องจากถูกลงโทษปลดออกจากราชการ ตามมาตรา 32(7) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2552 เพราะเหตุกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงและทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตรา ได้แก่
1.นายทพพงศ์ ทำเนียบ พ้นจากตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นตริตาภรณ์มงกุฎไทย ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทยและชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก
2.นายชัยฤกษ์ หิมพานต์ พ้นจากตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก และชั้นประถมาภรณ์มงกุฎไทย
ประกาศ ณ วันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2552
------------------------------ ผมไม่รู้ว่าเป็น 2 คนเดียวกัน หรือเปล่านะครับ เพราะข่าวที่ 1,2 ก็ไม่ระบุว่า ผู้พิพากษาที่ตัดสินคดีนี้ชื่ออะไร
แก้ไขเมื่อ 15 ก.ค. 52 17:37:59
จากคุณ |
:
webkit
|
เขียนเมื่อ |
:
15 ก.ค. 52 17:22:03
A:202.12.97.118 X:
|
|
|
|