 |
คุณ papafun
" ญี่ปุ่นกับไทยสถานทางการเงินอยู่คนละระดับ "
- ต่างกันยังไง อธิบายหน่อย ?
แต่ถ้าบอกว่าญี่ปุ่นรวยกว่า แล้วคุณไม่คิดหรือว่าถ้าตอนนั้นไทยมีเงินน้อยหรือไม่มีเงิน จะสามารถจัดทำงบเกินดุลได้อย่างไร ?
" ถ้าจำเป็นต้องปล่อยกู้ จะบอกแค่ทักษิณได้ประโยชน์จากเงินกู้ก้อนนั้น "
- แล้วสินค้าไทย ที่พม่าจำเป็นต้องซื้อเพื่อแลกกับเงินกู้ มันมีแต่ของชินเจ้าเดียวหรือ ?
" ถ้าในไทยก็คงต้องชินคอปไม่เถียงครับ ดังนั้นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์ก็คือทักษิณ "
- อ้าว! แล้วมันจะผิดยังไง ?
อีกอย่าง แล้วรัฐไม่ได้ประโยชน์หรือ ในเมื่อไทยคมเป็นของรัฐ ชินเป็นแค่ผู้รับสัมปทาน ?
" แต่ถ้าไทยมีเงินมากขนาดนั้นแล้วทำไมไม่ไปพัฒนาอะไรเพื่อประชาชนเพราะตอนนี้ คุณภาพชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร หากเอาเงินก้อนนั้นมาหมุนในประเทศ ก็สร้างงาน แล้วก็ได้ภาษี ก็ได้เงินกลับมาหมุนอีก "
- เอ...แล้วโครงการ 30 บาท , กองทุนหมู่บ้าน , SML , ศูนย์การออกแบบ TCDC , ศูนย์การเรียนรู้ , OTOP , สุวรรณภูมิ , ธนาคารประชาชน ฯลฯ ไม่ใช่ทักษิณเอาภาษีหรืองบประมาณของรัฐมาช่วยพัฒนาชีวิตให้คนส่วนใหญ่หรอกหรือ
" แล้วใครถือสัมปทานอยู่หละครับ? "
- แค่สัมปทานไม่ใช่เจ้าของ เพราะรัฐสามารถยึดคืนได้ตลอดเวลาเหมือน ITV ทำไมไม่มองว่ามันเป็นของรัฐ และทำไมไม่มองว่าหากบ.ไทยคมมีรายได้เยอะ ก็ส่งภาษีเข้ารัฐมากขึ้นตามไปด้วยล่ะ
" แต่จะชี้ประเด็นที่ผมสนใจคือผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มีมาก และทักษิณคือหนึ่งในนั้น อาจไม่ได้ที่ตัวเอง แต่ก็ได้ที่ครอบครัว ซึ่งมันก็กระเป๋าเดียวกันนั่นแหละ "
- มองแต่ทักษิณกับครอบครัวจะได้ประโยชน์ทั้งที่มันเป็นแค่ธุรกิจที่เขาตั้งขึ้นมาเท่านั้น แต่ไม่เคยมองว่าประเทศได้ประโยชน์มากกว่า
แต่เราถามว่า ถ้าไม่มีบริษัทเข้ามารับสัมปทาน รัฐบาลไทยสามารถทำโครงการดาวเทียมสื่อสารเองได้ไหม แล้วไทยจะมีดาวเทียมเป็นของตัวเองไหม ?
แต่ก็น่าแปลกที่พอเป็นเรื่องที่ไปเกี่ยวกับสุรยุทธคุณกลับบอกไม่รู้ ในขณะที่พอเป็นเรื่องของทักษิณคุณใช้ความรู้สึกวิเคราะห์ได้ทุกเรื่อง
อีกอย่างเราถามแค่ว่า ถ้าผิด...ทำไมสุรยุทธถึงยอมให้ปล่อยกู้รอบสองได้ ไม่ได้ถามว่าทำไมเขาถึงต้องปล่อยกู้รอบสองซะหน่อย ^_^
จากคุณ |
:
TSC
|
เขียนเมื่อ |
:
18 ก.ค. 52 17:47:21
A:124.121.32.119 X:
|
|
|
|
 |