 |
****ทำไม "ทักษิณ" ถึงถูกโค่น!!!! ****--------(หนังสือพิมพ์ความจริงวันนี้)
|
|
จากคอลัมน์ "ไทยรู้ทัน" โดย ทองคำ หนังสือพิมพ์ มหาประชาชน ฉบับ ความจริงวันนี้ ฉบับที่ 6 วันที่ 17-20 กรกฎาคม 2552 หน้าที่ 11
การโค่นล้ม พ.ต.ท.ดร. ทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์แรก ดร.ทักษิณ
เป็น ดร. คนที่สาม ที่ถูกโค่นล้มในลักษณะเดียวกัน
คนแรก คือดร.ปรีดี พนมยงค์ ถูกโค่นล้มโดยการรัฐประหาร 8 พย. 2490
คนที่สอง คือ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ถูกโค่นล้มเมื่อ 6 ต.ค. 2519 นอกจากนี้ยังมีอีก
หนึ่ง คือ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ถูกรัฐประหาร 23 ก.พ. 34 ถ้าศึกษาประวัติ
ศาสตร์การเมืองไทย จะเห็นลักษณะที่คล้ายคลึงกันหลายประการคือ........
ข้อที่ 1 บุคคลที่ถูกกล่าวถึงทั้ง 4 ท่าน เป็น..ผู้ที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย มี
เจตนารมณ์และมีผลงานที่ชี้ชัดว่า..."เลื่อมใสการปกครองในระบอประชาธิปไตย"
มุ่งมั่นที่จะให้ประชาชนที่เป็น "เกษตรกรชาวนา ผู้ใช้แรงงาน"
เรียกว่า..."พวกรากหญ้า" ได้มีโอกาสเงยหน้าอ้าปากได้.
ดร.ปรีดี เป็น "รัฐบุรุษ" ที่เป็นมันสมองของคณะราษฎร และเป็นผู้เขียนเค้าโครง
เศรษฐกิจที่มุ่งจะพลิกโฉมการปกครองไทยให้มีความเป็นธรรมและมีความก้าวหน้า
ทางเศรษฐกิจ สุดท้ายก็ถูกโค่นล้ม.
ดร.ป๋วย เป็น อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็น ผู้ก่อตั้ง "กลุ่มนักศึกษา
อาสาพัฒนาชนบท" เพื่อให้นักศึกษาตระหนักถึงปัญหาเกษตรกรผู้ยากไร้ ท่าน
ได้เขียนบทความสำคัญเรื่อง "จากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอน"
ที่ชี้ให้เห็นว่า....
รัฐบาลจะต้องมีพันธกิจรับผิดชอบต่อราษฎร ในลักษณะเป็น "รัฐสวัสดิการ"
จะต้องเอาใจใส่ดูแลพลเมืองตั้งแต่...เกิดจนตาย ต้องสร้างโอกาสและความ
ยุติธรรมให้แก่ผู้ด้อยโอกาสและความผู้ยากไร้ เพื่อขจัดปัญหาความยากจนอย่าง
เป็นระบบ สุดท้ายก็ถูกโค่นล้ม!!!!
พล.อ.ชาติชาย หรือ "น้าชาติ มาดนักซิ่ง" ใข้ประสบการณ์การเป็นทูตต่างประเทศ
สิบกว่าปีมาบริหารประเทศ เมื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบาย
"ทำสนามรบเป็นสนามการค้าเปิดประตูสู่อินโดจีน" พัฒนาชายฝั่งทะเลอันดามัน
ให้มีท่าเทียบเรือน้ำลึก จนทำให้เศรษฐกิจของประเทศเฟื่องฟูทันตาเห็น สุดท้ายก็
ถูกโค่นล้ม!!!!
พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ประกาศสงครามยาเสพติด,ความยากจน และคอร์รัปชั่น
ในช่วงรัฐบาลสมัยแรก มีผลงานมากมาย เช่น 30 บาทรักษาทุกโรค. ใช้หนี้
IMF ได้ก่อนกำหนด 2 ปี, พักชำระหนี้เกษตรกร, กองทุนหมู่บ้าน, ส่งเสริมการส่ง
ออก เปิดตลาดการค้าเพิ่มขึ้น ทั้งในอเมริกา, ยุโรป,รัสเซีย, จีน, อินเดีย, ตะวัน
ออกกลางและอาฟริกา, สินค้า OTOP, ครัวไทยสู่ครัวโลก
เลิกหวยใต้ดินเอามาไว้บนดิน มีรายได้เข้ามาปีละกว่าหมื่นล้านบาท สามารถส่งนัก
ศึกษาไปเรียนต่างประเทศได้ปีละ 900 คนจากทุกอำเภอ, จดทะเบียนแรงงาน
ต่างด้าวโดยเอาแรงงานต่างด้าวที่อยู่ใต้ดินขึ้นมาบนดินให้ถูกกฎหมายจะได้ไม่ต้อง
ถูกรีดไถ สุดท้ายได้ลงไปศึกษาแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งมีแผนจะทำให้คนยาก
จนหมดไปในปี 52 โดยใช้แผน "ครม.สัญจร"
ไปศึกษาปัญหาที่ อ. อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด จนกระทั่ง วันที่ 19 ก.ย.49
ก็ถูก...ปฎิวัติโค่นล้ม!!!
สิ่งที่ประชาชนประทับใจมากที่สุดในบุคคลทั้ง 4 ท่าน ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน
คือ "การให้โอกาสแก่คนยากจนได้มีโอกาสที่จะเงยหน้าอ้าปากได้
ข้อที่ 2 บุคคลที่ 4 ท่าน ได้ถูก "คณะทหาร" ทำการรัฐประหารขับไล่ออกนอก
ประเทศ โดยทุกครั้งจะมีเหตุการณ์คล้ายๆกันคือ จะมีข่าวลือเกี่ยวกับ
"ความไม่จงรักภักดีต่อสถาบันnษัตริย์"
*ดร.ปรีดี ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีส่วนในคดีลอบปลงพระชนม์ ร.8
*ดร.ป๋วย ถูกกว่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ และให้นักศึกษาเล่นละครถูกแขวน คอมีใบหน้าคล้ายฟ้าชายและสะสมอาวุธในมหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์
*น้าชาติ ก็มีข่าวลือว่าเป็นบุฟเฟ่คาบิเนต โดยกล่าวหาว่า ครม.มีการคอร์รัป ชั่นมาก และมีข่าวว่าจะ ปลด พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์
สำหรับ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ก็มีลักษณะคล้ายกับ 3 ท่านแรก ในเรื่องความไม่จง
รักภักดี, คอร์รัปชั่นเชิงนโยบาย ขายหุ้นโดยเลี่ยงภาษี.
ข้อที่ 3 จะมีการรัฐประหารโดยคณะนายทหาร และจะมีการ ฉีกรัฐธรรมนูญ
เพื่อร่างใหม่ และ "ตั้งนายกรัฐมนตรีที่ไม่ใช่เป็นผู้นำการปฎิวัติ" ดังจะเห็นได้จาก
การรัฐประหาร ดร.ปรีดี พนมยงค์ ก็ตั้ง นายควง อภัยวงศ์ เป็นนายกรัฐมนตรี
หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ปราบปรามนักศึกษา และ ดร.ป๋วย ออกนอกประเทศ
แล้ว ก็ตั้ง นายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรี และต่อมาก็ได้เป็น
องคมนตรีจนถึงปัจจุบัน.
การรัฐประหาร พล.อ.ชาติชาย ก็ตั้ง นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีถึง
2 ครั้ง จนมาถึงการรัฐประหาร รัฐบาลทักษิณ โดย คณะ คมช.ก็ตั้ง
พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ องคมนตรี ให้เป็นนายกรัฐมนตรี และก็กลับไปเป็น
องค์มนตรีจนถึงปัจจุบัน.
ผู้เขียน อยากจะตั้งข้อสังเกตว่า ความคล้ายคลึงทั้ง 3 ประเด็นที่กล่าวแล้ว
"น่าจะไม่ใช่เหตุบังเอิญ แต่น่าจะเป็นการวางแผนไว้เป็นอย่างดี!!"
จาก "คณะบุคคลกลุ่มเดียวกัน" ซึ่งอาจจะหมายถึง "ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ"
และผู้เขียนขอตั้งข้อสังเกตอีกข้อว่า กลุ่มดังกล่าว....
"น่าจะไม่มีความเลื่อมใสศรัทธาในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง!
และไม่ยอมรับว่า อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย
ตามความในมาตรา 1 แห่งธรรมนูญการปกครองฉบับแรกของประเทศ".
--------------------------------------------------------------------
อ่านแล้วน่าสนใจดีครับ ก็เลยพิมพ์จากหนังสือพิมพ์มาให้อ่าน เพราะหา ลิงค์บทความในเวปไม่มี เผื่อใครที่หาซื้อหนังสือพิมพ์ไม่ได้
แก้ไขเมื่อ 19 ก.ค. 52 14:49:44
จากคุณ |
:
Family Portrait
|
เขียนเมื่อ |
:
19 ก.ค. 52 14:41:29
A:125.25.31.78 X:
|
|
|
|  |