 |
ที่ผ่านมาโครงสร้างรายได้ของท้องถิ่นในปัจจุบันถูกบิดเบือนและล้าสมัย โดยพบว่ารายได้ที่ท้องถิ่นจัดเก็บเอง เช่น ภาษีโรงเรือน ภาษีบำรุงท้องที่ สามารถจัดเก็บได้ไม่ถึง 10% ของรายได้ทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรร เมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนา อย่างเช่น นิวซีแลนด์ และประเทศกำลังพัฒนา เช่น มาเลเซีย กลับพบว่าท้องถิ่นของประเทศดังกล่าวสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 80-90% ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่า การจัดเก็บภาษีของท้องถิ่นในไทยผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่ไทยไม่มีการจัดเก็บภาษีทรัพย์สินที่ทั่วโลกบังคับใช้ นั่นคือ การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
"ระบบการจัดเก็บภาษีของประเทศไทยยังถือว่ามีจุดอ่อนอยู่พอสมควร ทั้งๆ เรามีการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต เป็นต้น แต่การจัดเก็บภาษีที่ยังล้าหลังและถือว่าเป็นข้อบกพร่อง คือการจัดเก็บภาษีชั้น 2 นั่นคือ ภาษีมั่งคั่ง หรือภาษีมรดก แต่ในเบื้องต้นภาษีที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดในช่วงนี้ ก็คือ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง"
นายสมชัย กล่าวอีกว่า สำหรับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามร่าง พ.ร.บ.ฯ คือ ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือครอบครองที่ดินจะต้องเสียภาษีเหมือนกันทั้งหมด โดยการจัดเก็บภาษีแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1.ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ กำหนดอัตราเพดานสูงสุดไม่เกิน 0.5% ตัวอย่างเช่น หากราคาประเมินที่ดิน 1 ล้านบาท ก็จะเสียภาษีปีละ 5,000 บาท 2.ที่อยู่อาศัย จัดเก็บไม่เกิน 0.1% ของราคาประเมิน และ 3 ที่ดินประเภทเกษตรกรรม จัดเก็บไม่เกิน 0.05%
แต่สำหรับที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ จะจัดเก็บภาษีในอัตราที่สูงกว่าประเภทแรก แต่ไม่เกินเพดานที่กำหนด แต่ถ้าหากภายใน 3 ปี เจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินรกร้างว่างเปล่าตรงนี้ ก็ต้องจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวในทุกๆ 3 ปี แต่ไม่เกินร้อยละ 2 ของราคาประเมิน
ผอ.สศค.ยังระบุว่าอีกว่า ภายหลังเปิดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะมีการผลักดันเข้าสู่ ครม.และสภาฯ คาดว่าน่าจะไม่เกิน 2 สัปดาห์ เมื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบของสภา และคาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีผลบังคับใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งหากกฎหมายฉบับบังคับใช้ จะยกเลิก พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือน และภาษีบำรุงท้องถิ่น 2543 โดยเปลี่ยนมาใช้ พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแทน ซึ่งประโยชน์ที่ท้องถิ่นจะได้รับ การกระจายอำนาจทางการคลังมายังท้องถิ่น และท้องถิ่นสามารถจัดเก็บภาษีจากประชาชนเพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น ทั้งด้านระบบสาธารณูปโภค การศึกษา สาธารณสุข
ทั้งนี้คาดการณ์ว่าหากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้จะทำให้รัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเป็น 4-8 หมื่นล้านบาทปี จากเดิมที่ในปัจจุบันมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีโรงเรือน บำรุงท้องที่ และภาษีที่ดินเพียงปีละ 1-2 หมื่นล้านบาท
http: www.bangkokbiznews.com/2009/06/09/news_28894490.php?news_id=28894490
โดยสรุปคือภาษีที่ดินที่จะเก็บใหม่นี้ เขาให้องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งปกติก็จัดเก็บภาษีโรงเรือนกันเป็นประจำอยู่แล้ว เป็นผู้จัดเก็บครับ ซึ่งน่าจะเป็นการดี เพราะท้องที่จะได้มีเงินไว้ใช้จ่ายบำรุงท้องที่ตนเอง ไม่ต้องส่งให้รัฐบาลกลาง ประเทศอื่นๆที่เจริญแล้ว ก็ล้วนเก็บภาษีที่ดินกันแบบนี้
แก้ไขเมื่อ 27 ก.ค. 52 20:34:41
จากคุณ |
:
thyrocyte
|
เขียนเมื่อ |
:
27 ก.ค. 52 20:26:53
A:203.147.40.3 X:
|
|
|
|
 |