 |
เหลืออะไรให้เชื่อมั่น ...กับ "อภิสิทธิ์" ....มติชนวันนี้
|
|
"เศรษฐกิจพอเพียง" เป็นพระราชดำริของ "ในหลวงท่าน"
พระองค์ทรงดำริขึ้นเพื่อเป็นทางออกให้ประชาชนของพระองค์ท่าน ซึ่งอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ใช้เป็นหนทางดำเนินชีวิตในโลกที่กลไกทุนนิยมคุกคาม
"พอเพียง" คือความคิดที่เริ่มจากรู้จักความเป็นจริงของตัวเอง ปรับตัวให้อยู่กับความเป็นจริงนั้นให้ได้อย่างมีความสุขตามอัตภาพ จากนั้นหาหนทางที่จะพัฒนาความเป็นอยู่จากความเป็นจริงนั้น เพื่อให้ชีวิตเข้มแข็งยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ
เข้มแข็งจากการเติบโตจากความเป็นจริง ไม่ไปหลงใหลกับความเกินพอดีที่กลไกบริโภคนิยมชี้นำ
หากเข้าใจ และปฏิบัติตาม "ปรัชญาพอเพียง" ไม่ร่ำรวยชีวิตก็มีความสุขได้
ในแนวทาง "ชุมชนพอเพียง" คือการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ด้วยการให้หาทางให้คนในชุมชนทำงานร่วมกัน เพื่อค้นหาความเป็นจริงของชุมชน และหาทางให้คนในชุมชนปรับตัวเพื่ออยู่กับความเป็นจริงนั้นได้อย่างมีความสุขด้วยกัน จากนั้นหาทางให้คนในชุมชนร่วมมือร่วมใจหาทางพัฒนาชุมชนจากความเป็นจริง ด้วยปัญญาแห่ง "ปรัชญาพอเพียง"ไปทีละขั้น
แม้จะยังเป็นชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองตามค่านิยมแบบลัทธิบริโภคนิยมไม่ได้ แต่คนในชุมชนจะมีความสุข
สุขเพราะปรับตัวเข้ากับความเป็นจริงของชุมชนได้ มีปัญญาที่จะรับมือกับแรงกดดันของทุนนิยมอย่างรู้เท่าทัน มีเป้าหมายการพัฒนาที่เป็นภูมิปัญญาร่วมกันของชุมชน
นี่จึงเป็น "ชุมชนเข้มแข็ง" ที่แท้จริง
เมื่อแต่ละชุมชนเข้มแข็งก็จะทำให้ "ไทยเข้มแข็ง" เหมือน "ไม้ไผ่หลายๆ อันมามัดรวมกัน" อย่างที่นิทานโบราณสอนให้เห็นประโยชน์ของความสามัคคี
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกกฎหมายเพื่อ "กู้เงิน 800,000 ล้านบาท" มาประกาศสร้างนโยบาย "ไทยเข้มแข็ง"
เน้นที่ไปการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ทั้งในเมืองและชนบท เพราะมีหลักคิดว่า "ความสะดวกสบาย" จะทำให้ "ไทยพัฒนาสู่ความเข้มแข็งได้"
เราเรียกความสะดวกนั้นว่า "ความเจริญ"
ทว่า "ความเจริญ" ในรูปแบบของการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกนี้ ในอีกมุมหนึ่งเรารับรู้กันมาตลอดว่ามันเป็นการทำลายความเข้มแข็งดั้งเดิมของชุมชนไทย
ถ้าคนในชุมชนยังรู้ไม่เท่าทันพอ
เรามีการวิจัย การสำรวจมากมายว่า "ความเจริญ" ที่เข้าไปยังสังคมที่ไม่พร้อม ได้สร้างปัญหาสารพัดให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะในชุมชนชนบท
ไม่มีทางที่ "ไทย" จะ "เข้มแข็ง" ได้ หากไม่น้อมเอา "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง" ไปสร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้กับคนในชุมชนเสียก่อน
เพื่อให้คนในชุมชนมองความสะดวกสบายที่รัฐบาลกู้เงินมาสร้างให้อย่างมองเห็นความเป็นจริง และช่วยกันหาทางพัฒนาจากความเป็นจริงนั้น เพื่อก้าวสู่ความเจริญอย่างมีปัญญา ไม่ใช่หลงไปกับความสะดวกสบายจนหลุดลอยไปจากการมีสติพิจารณาความเป็นจริงของตัวเอง
ก่อนหน้านั้นอาจจะหวังได้ว่ารัฐบาลจะปูพื้นความเข้าใจเช่นนี้ให้กับประชาชน
แต่ถึงวันนี้ เมื่อมาดูการบริหารจัดการ "โครงการชุมชนพอเพียง" ที่ "ทุจริตกันจนเละไปทุกด้าน" โดยไม่ใส่ใจแม้กระทั่ง "พื้นฐานของปรัชญา" ที่มาจาก "ในหลวงของเรา"
ทั้งที่ "พอเพียง" คือหัวใจของ "ไทยเข้มแข็ง" อย่างแท้จริง
แต่เมื่อมีปัญหาถึงระดับรากทางความคิด ที่รัฐบาล แม้กระทั่งตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีคือ การแก้ปัญหาแบบการเมือง
โยนความผิดให้คนระดับล่าง ให้กับเจ้าหน้าที่ ให้กับผู้อำนวยการสถาบัน
หาแพะให้มารับผิด
ทั้งที่ผู้คนเขารู้กันทั่วว่า การเมืองเข้าไปแทรกแซง เข้าไปหากินกับ "งบฯพอเพียง"
พอเข้าใจได้ว่านายอภิสิทธิ์อาจจะพยายามดูแลพรรคประชาธิปัตย์ไม่ให้เสียหายในยุคสมัยของตัวเอง
แต่ผู้นำที่ดีควรจะคิดถึง "ประโยชน์ส่วนรวมก่อนส่วนตัวและพรรคพวก"
ยิ่งพยายามหา "แพะ" เท่าไร ก็ยิ่งฟ้องว่าเหมาะสมกับการเป็นผู้นำที่จะนำพา "ไทยสู่ความเข้มแข็ง" ได้หรือไม่เท่านั้น
คนที่ไม่เหมาะสมจะเป็น "ผู้นำเพื่อส่วนรวม" ใครจะไปไว้ใจ "เชื่อมั่น" ว่าจะไม่กู้เงินมาให้พวกพ้องตัวเองล้างผลาญ
เหมือนที่เห็นอยู่ตำตาใน "งบฯชุมชนพอเพียง"
คอลัมน์ สถานีคิดเลขที่ 12
โดย สุชาติ ศรีสุวรรณ
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01col02180852§ionid=0116&day=2009-08-18
จากคุณ |
:
sao..เหลือ..noi
|
เขียนเมื่อ |
:
18 ส.ค. 52 16:20:48
A:58.8.166.151 X:
|
|
|
|  |