Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com  


 
หลวงพ่อพุทธ สอนว่า พิธี"ตัดกรรม" นี่หมายถึงตัดผลของ"บาป" มัน"ตัดไม่ได้" อย่าไปเข้าใจผิด  

ไม่กี่วันก่อนได้อ่านข้อเขียนของ"คุณเจตนา จนิษฐ" คอมลัมน์เดินหน้าชน
ใน นสพ.มติชนฉบับวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 คัดคำสอนเรื่องกรรม
ของครูบาอาจารย์ชั้นนำสองท่านมาลงให้อ่านกัน

ท่านแรกนั้น คือพระธรรมสิงหบุราจานย์ หรือหลวงพ่อจรัล  ฐิตธัมโม
แห่งวัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี
ซึ่งผู้เขียนเคยอาศัยเรียนวิปัสสนากรรมฐานจากท่าน
แต่เมื่อยังเป็นสามเณรน้อย

ส่วนอีกท่านคือ หลวงพ่อพุทธ ฐานิโย หรือท่านพระราชสังวรญาณ
แห่งวัดป่าสาลวัน  อ.เมือง จ.นครราชสีมา ก็เป็นพ่อแม่  ครูบาอาจารย์
สายวัดป่าชั้นนำที่เทศน์ตรง  สอนตรงมาโดยตลอด

อาจารย์ทั้งสองท่านนี้เป็นพระผู้ใหญ่ที่พระพุทธเจ้าสอนมาอย่างไร
ท่านก็สอนอย่างนั้น
 โดยไม่เกรงว่าใครจะไม่ชอบใจคำสอนของท่าน  
ท่านจึงสามารถส่งต่อความจริงมาถึงคนรุ่นหลังได้อย่างสง่างาม
ครูบาอาจารย์ท่านสอนตรงอย่างไร  ขอคัดลอกมาให้อ่านกันอีกต่อหนึ่ง
ดังต่อไปนี้

ครั้งหนึ่ง...
หลวงพ่อท่านชี้ทางสว่างเรื่อง กฎแห่งกรรม ให้กับผู้ยังมีกิเลสหนา

“ …..คนที่เชื่อเรื่องกรรมย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่เชื่อ
คนที่เชื่อเรื่องกรรมย่อมสามารถที่จะอดทน  รับความทุกข์ยากลำบาก
ความผิดหวัง  ความขมขื่น และเคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นแก่ตนได้  
เพราะถือว่าเป็นกรรมที่ทำมาแต่อดีต ไม่ตีโพยตีพายว่า
โลกนี้ไม่มีความยุติธรรม  ตนไม่ได้รับความเป็นธรรม  ทำดีแล้วไม่ได้ดี

คนที่เชื่อเรื่องกรรมจะยึดมั่นในเรื่องการทำความดีต่อไป
จะเป็นผู้ที่สามารถให้อภัยแก่ผู้อื่น และจะเป็นผู้มีหิริโอตัปปะ

คนที่ประกอบกรรมทำชั่วทั้งกาย  วาจา  และใจ  ส่วนใหญ่แล้ว
เป็นคนไม่เชื่อเรื่องกรรม  ไม่เชื่อเรื่องบุญ-บาป ไม่เชื่อเรื่อง
การตายแล้วเกิด  คนพวกนี้เกิดมาแล้วมุ่งแสวงหาทรัพย์สมบัติ  และ
ความสุขสบายให้แก่ตัว
โดยไม่คำนึงว่าทรัพย์สมบัติหรือ
ความสนุกสนานที่ตนได้มาถูกหรือผิด
และทำให้คนอื่นได้รับความเดือดร้อนหรือไม่

สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน  กรรมนั้นย่อมเป็นของเราโดยเฉพาะ  
และเราจะเป็นผู้รับกรรมนั้น  จะโอนให้ผู้อื่นมิได้
เช่น เราทำกรรมชั่วอย่างหนึ่ง และเราต้องรับผลของกรรมชั่วนั้น
จะลบล้างหรือโอนให้ผู้อื่นไม่ได้


กรรมดีก็เช่นเดียวกัน  หากเราต้องการกรรมดีเป็นของเรา
ก็ต้องประกอบกรรมดีเอง
เหมือนกับการรับประทานอาหาร  ผู้ใดรับประทานผู้นั้นก็เป็นผู้อิ่ม …...”



ส่วนหลวงพ่อพุทธ ฐานิโย  ท่านเทศน์เรื่องกรรมดังนี้

“.....พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า  ใครทำกรรมใดไว้
ได้รับผลกรรมตามนั้นแน่นอนหลีกเลี่ยงไม่ได้
ไปทำพิธีตัดกรรมก็เป็นการลบล้างคำสอนของพระพุทธเจ้า
กรรมใดใครก่อลงไปแล้ว  ใจเป็นผู้จงใจ คือ เจตนาที่ทำลงไป
พอทำลงไปแล้วกรรมอันเป็นบาป  ต่อเมื่อภายหลังมานึกว่า
เราไม่ต้องการผลของบาป  
มันก็หลีกเลี่ยง ปฏิเสธไม่ได้
ใจตัวนี้ต้องรับผิดชอบโดยความชอบธรรม  โดยหลักของธรรมชาติ

ฉะนั้น  การที่เราจะทำพิธีตัดกรรม นี่หมายถึงตัดผลของบาป  
มันตัดไม่ได้ อย่าไปเข้าใจผิด


ถ้าหากพระองค์ใดแนะนำว่าทำบาปแล้วตัดกรรมได้  อย่าไปเชื่อ

ขอให้พุทธบริษัททั้งหลายจงปลูกฝังให้เด็กของเรา
ในข้อนี้เป็นเรื่องจำเป็นและเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ถ้าเด็กๆของเราไปเข้าใจว่า ทำบาปทำกรรมแล้ว
ไปทำพิธี "ตัดกรรม"แล้ว "หมดบาป"

ประเดี๋ยวเด็กๆมันทำบาปแล้วไปหาหลวงพ่อ  หลวงพี่ ตัดบาปตัดกรรมได้
มันก็ไม่เกิดความกลัวต่อบาป

เพราะฉะนั้น  อย่าไปเข้าใจผิดว่าทำกรรมอันเป็นบาป  
แล้วตัดกรรมให้มันหมดไป มันเป็นไปไม่ได้


แต่ถ้าไปหาหมอโหรแล้วเขาว่าดวงชะตามันตก  แต่แท้ที่จริง
"กฎของกรรม"อันเป็นบาป
ซึ่งเราอาจทำแต่ชาติก่อนภพก่อนมันให้ผล

แล้วที่นี้เราจะไปแก้กรรม  แก้ผลของกรรมนี่ มันแก้ไม่ได้

แต่พิธีกรรมที่เขาให้ทำนั้นบางอย่างถ้ามันถูกต้อง เป็นแนวทางแห่งบุญกุศล
พอเราทำแล้วมันได้บุญ  บุญนี้ก็ต่อวิถีชีวิตของเราให้ยืนยาว
ไปอีกสักพักหนึ่ง


เมื่อหมดบุญแล้ว กรรมเก่าที่มันวิ่งตามอยู่เหมือนหมาไล่เนื้อ
มันทันเมื่อไร  มันก็กระโดดกัดเมื่อนั้น
บาปที่ทำแล้ว  มันแก้ไมได้

แต่นิสัยชั่ วที่เราประพฤติอยู่นั้น มันแก้ไขได้ ให้แก้กันที่ตรงนี้....”

จาก นิตยสาร เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 14 สิงหาคม 2552
คอมลัมน์ "ธรรมาภิวัฒน์" โดย ว.วชิรเมธี

แก้ไขเมื่อ 18 ส.ค. 52 18:48:44

จากคุณ : Learn and Live
เขียนเมื่อ : 18 ส.ค. 52 18:39:39 A:10.212.40.21 X:10.212.6.11, 203.146.104.41




ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง PANTIP.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป



Pantip-Cafe | Pantip-TechExchange | PantipMarket.com | Chat | PanTown.com | BlogGang.com