 |
ความคิดเห็นที่ 2 |
ป.เก่งในเรื่องการการบริหารอำนาจ คือแบ่งแยกแล้วปกครอง จัดสรรอำนาจให้สมประโยชน์ ใช้อำนาจคานอำนาจ และรวมศูนย์อำนาจ แต่ต้องยอมรับว่าท่ามกลางกระแสสงครามเย็น ความยากจนแร้นแค้น+พรรคคอมมิวนิสต์ การแก่งแย่งชิงดีของทหารและอำมาตย์ราชนิกูล และกระแสเศรษฐกิจ การบริหารอำนาจแบบเบ็ดเสร็จของ ป.ถือว่าทำได้ดีพอสมควร อย่างน้อยก็คุมทหารให้อยู่ในกรอบได้ แต่ด้านเศรษกิจ ภาวะน้ำมันขาดแคลนทำให้ประเทศมีหนี้ (IMF)มากกว่าเงินทุนสำรองฯ ขาดดุลการค้าอย่างหนัก จนต้องลดค่าเงินบาท มีบริษัทเงินทุนและหลักทรัพย์ 3 แห่งต้องปิดกิจการ และมีอีก 26 แห่ง บวกกับธนาคารพาณิชย์อีก 5 แห่งจ่อคิวที่จะล้มตามมา โชคดีที่ได้ ดร.โกร่งมาช่วยแก้วิกฤต ให้รอดพ้นมาได้ สรุปก็คือ ป.ก็คงทำได้ดีทีุ่สุดแล้วในขณะนั้น แต่หลังจากครองตำแหน่งมานานถึง 9ปี ก็ถูกกระแสนายกฯต้องมาจากการเลือกตั้ง กดดันให้ลงจากตำแหน่ง แต่ไฮไลท์มันอยู่ตรงที่ว่า ป.ไม่เคยยอมปล่อยวางจากอำนาจ กลับยกระดับวางฐานอำนาจสูงขึ้นไปอย่าง ทำให้รัฐบาลต่อๆมาหนักใจมาก ขนาดนายกชาติชายฯ ผลักดันให้ไปเป็นรัฐบุรุษและองคมนตรีจะได้ไม่ต้องยุ่งการเมืองอีก แต่ก็กลับกลายเป็นว่าส่ง ป.ให้ไปพบกับช่องทางของอำนาจแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง ตั้งแต่ 5เสือกองทัพ ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ตลอดจนฝ่ายตุลาการต่างๆ เท่ากับว่า ป.สามารถยึดอำนาจบริหาร และตุลาการไว้ได้โดยสมบูรณ์ (เหลือแต่นิติบัญญัติอย่างเดียวเท่านั้น) ...ซึ่งนั่นแหละคือปัญหา เพราะรัฐบาลทุกรัฐบาลต้องใช้ข้าราชการทำงาน หากฝ่ายการเมืองไม่สามารถให้คุณให้โทษ หรือคัดสรรคนดีมีความสามารถมาทำหน้าที่แล้ว จะพารัฐนาวาไปตลอดรอดฝั่งได้อย่างไร แต่หากรัฐบาลไม่ยอม ก็ถึงกาลที่ภัยจะต้องมาถึงตัวทันที (เพราะมีกองทัพอยู่ในมือ) ป.ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่า ไม่ได้เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญและอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติรัฐประหารหลายครั้ง เพราะหลังจากทักษิณแฉเรื่องผู้มีบารมีนอก รธน. ป.ก็ออกเดินสายดิสเครดิตรัฐบาลทักษิณตามหน่วยทหารแล้วให้โอวาทว่าเป็นทหารของในหลวงไม่ใช่ทหารของรัฐบาล ชี้ชัดว่า ป.ยังไม่เลิกยุ่งการเมืองต่อต้านอำนาจรัฐที่ได้รับฉันทานุมัติประชาชน และกำลังดำเนินการอะไรบางอย่างอยู่ คำตอบมาเฉลยในตอนที่ ป.เป็นผู้นำ คมช.ไปเข้าเฝ้าฯ กล่าวหาทักษิณในข้อหาที่ อ.ปรีดีฯ ก็เคยโดนจนต้องหนีออกนอกประเทศ งานนี้มีนายหัวชวนฯ รู้เห็นเป็นใจด้วย เพราะช่วงนั้นเคยออกมาเตือนทักษิณว่า ระวังจะไม่มีแผ่นดินอยู่ รัฐบาลไหนจะสามารถนำพาประเทศเดินหน้าได้ หากมีตุ้มถ่วงขนาดยักษ์อย่าง ป.คอยฉุดไว้ เพราะจะไปทางไหนก็เจอตอหมด ขนาดเด็กในสังกัดอย่าง ปชป.เองก็ยังต้องทำใจ โดยเฉพาะหลังจาก ต.ค.49 เมื่ออำนาจอธิปไตยทั้ง 3 ตกมาอยู่ในมือ ป.หมด (ซึ่งอดีตเป็นอำนาจพระมหากษัตริย์)ก็เลิกคิดไปได้เลย (ยกเว้นจะฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกป๋าอีกคน)
ดังนั้นต่อให้เสื้อแดงออกมากันเป็นล้าน ก็คงไม่สามารถต้าน ป.นักฆ่าลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีนายกฯฆาตกรสงกรานต์เลือดประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเปิดทางไว้ให้ นอกจากจะถูกไล่ยิงอย่างทารุณยังไม่พออาจถูกจัดฉาก(โดยกลุ่มเนรวิน)ให้ต้องติดคุกภายหลังได้ จะเอาอะไรมาสู้ ศาลก็ของเค้า เฉลิมฯ พลิกตำราสามก๊กเป็นร้อยรอบย่อมรู้ดีว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก ควรตอบโต้ด้วยกลยุทธ์หนามยอกเอาหนามบ่ง อย่าลืมว่า ป.ขึ้นมาได้เพราะจปร.7 ก็น่าจะลงมาได้โดยจปร.7 เช่นกัน ...จำได้ว่าเฉลิมฯเคยจุดกระแส โยนหินถามทาง เรื่อง ประสาน พล.ต.มนูญกฤตฯ รับตำแหน่ง หน.พรรค พท.ตามมาด้วยกลุ่มจปร.7ก็ออกมาขานรับพร้อมเสมอ เผยให้เห็นถึงรอยร้าวลึกระหว่างจปร.7กับ การบริหารอำนาจของ ป.ทำให้ จปร.7หลุดวงโคจรทั้งที่เป็นผู้สนับสนุน ป.ขึ้นมาเป็นนายกฯ กรณีมนูญกฤตมีกระแสทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่ผมก็เห็นว่าไม่ควรทิ้งไปซะเลย มีทางเลือกดีกว่าทางตัน อย่างที่กล่าวมาตั้งแต่ต้น อยากถามว่าหลายท่านมีคำตอบในใจไว้บ้างหรือไม่ว่าท่านจะสู้อย่างไร จะสู้อีกนานเท่าไร จะต้องมีคนตายอีกกี่คน ติดคุกอีกกี่คน ประเทศชาติจะต้องพังไปอีกเท่าไหร่ เพื่อสังเวยความบ้าอำนาจของ ป. และถึงแม้ท่านชนะ จะเกิดประโยชน์อะไรหากท่านชนะบนซากปรักหักพังของประเทศ เพราะก็เห็นอยู่แล้วว่ารูปแบบที่ท่านต่อสู้อยู่ 1.รัฐบาลและเหล่าอำมาตย์ประกาศแล้วว่าพร้อมจะใช้กำลังกับท่าน 2.สองยิ่งสู้ท่านยิ่งแพ้ เพราะประชาชนพลังเงียบส่วนใหญ่ อ่อนไหวต่อสถาบัน และการทำบ้านเมืองให้วุ่นวาย ซึ่งอำมาตย์พร้อมจะป้ายสีให้เป็นความผิดของท่าน 3.รัฐบาลมีเส้น ต่อให้ไล่ยังไงมันก็ไม่ไป ซึ่งท่านได้พยายามมา 6ด.แล้วก็น่าจะรู้ ท่านจึงต้องสู้ด้วยกลยุทธ์ ไม่ว่าจะเป็นยืมมือฆ่า หาแนวร่วม เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตร หนามยอกหนามบ่ง เช่น ทหารโจรอย่างสนธิฯ สะพรั่งฯ และบรรณวิทย์ฯ ก็ต้องเจอทหารนักรบบ้าบิ่นบู๊ล้างผลาญอย่างจปร.7 ,ปฏิวัติ ก็ต้องเจอรูปแบบการต่อต้านการปฏิวัติ ,รบในรูปแบบไม่ได้ก็ต้องรบแบบกองโจร ฯลฯ หากมีผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์มาติดอาวุธทางปัญญาให้ท่าน เชื่อว่าสถานการณ์ความขัดแย้งน่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี และเร็วพอที่จะไม่ทำให้ประเทศชาติช้ำไปกว่านี้ ป.ล.หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยครับ อยากฟังความคิดเห็นที่แตกต่างก็อย่าลบกระทู้นะครับ
แก้ไขเมื่อ 25 ส.ค. 52 02:41:27
แก้ไขเมื่อ 25 ส.ค. 52 02:34:57
จากคุณ |
:
ประวัติศาสตร์สอนให้รู้จักจำ (ช่างคิดช่างสังเกตุ)
|
เขียนเมื่อ |
:
25 ส.ค. 52 02:18:55
A:125.25.250.57 X:
|
|
|
|
 |