 |
ความคิดเห็นที่ 10 |
ผมโหวตว่าสำคัญเท่ากัน
แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ยินจากดร.อนุสรณ์ ธรรมใจเล่าให้ฟังผ่านรายการวิทยุ 96.5 MHz. ว่า อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ท่านเคยสอนลูกศิษย์ไว้ว่า....
"ต้องทำระบบเศรษฐกิจของประเทศให้เป็นประชาธิปไตยให้ได้เสียก่อน ระบอบประชาธิปไตยจึงจะเป็นจริงขึ้นมาได้"
ถ้าเชื่อสิ่งที่ดร.ป๋วยพูด ก็หมายความว่าตั้งแต่ในยุคของท่านนั้นการครอบงำของอภิสิทธิ์ชนมีทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองอยู่ทั่วไป มีการผูกขาดอย่างมากมายทั้งเรื่องของ "ทุนและโอกาส" และมีพื้นที่"ต้องห้ามเด็ดขาด"สำหรับชนชั้นรากหญ้าทั้งหลาย ซึ่งหากลองอ่านประวัติศาสตร์ทางการเมืองอย่างพินิจพิเคราะห์จะพบว่าเป็นเรื่องจริง ตัวอย่างที่ชัดเจนก็คือ องค์การทอผ้า, องค์การเชื้อเพลิง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ต่างๆที่ถูกผูกขาดโดยอำนาจกองทัพ ภายใต้เหตุผลที่บอกว่า "เป็นปัจจัยทางความมั่นคงของชาติ"
จนกระทั่งมาในยุคของทักษิณที่ทำให้คนรากหญ้าเข้าใจได้ว่าเสียงของตนสามารถสร้างทุนและโอกาสให้กับตนได้จริงๆ เมื่อการเลือกพรรคการเมืองที่ทำได้ตามนโยบายที่สัญญาไว้จะสามารถยกระดับชีวิตของพวกตนได้ คนรากหญ้าจึงตระหนักถึงความสำคัญของ"เสียงในระบอบประชาธิปไตย"ที่ตนมีอยู่
ในสายตาของนักวิชาการส่วนใหญ่แล้วมองว่าการบริหารแบบทักษิณก่อให้เกิดลัทธิทุนนิยมสามานย์และประชานิยมที่จะสร้างหายนะให้กับประเทศ แต่จะให้ประชาชนกลับไปเลือกเดินตามเศรษฐกิจระบบ "จูงจมูกและให้ทาน" เหมือนก่อนหน้านั้น....ก็คงเป็นไปไม่ได้อีกแล้ว
ดังนั้นผมจะไม่คัดค้าน ถ้าเหล่าผู้ทรงภูมิจะเสนอทางเลือกระบบเศรษฐกิจอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ "ทุนนิยมสามานย์+ประชาหายนะนิยม" แต่ต้องเป็นระบบที่ประชาชนทุกระดับมีความเท่าเทียมกันในการเข้าถึง "ทุนและโอกาส" ด้วย
.....พวกคุณมีปัญญาหรือเปล่า?......
แก้ไขเมื่อ 25 ส.ค. 52 10:48:25
จากคุณ |
:
สัมมาชน
|
เขียนเมื่อ |
:
25 ส.ค. 52 10:42:51
A:124.120.1.99 X:
|
|
|
|
 |