 |
ผลเก็บรายได้ 11 เดือนปี 52 ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา 6.8% แต่มีภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้นมาจากภาษีน้ำมัน
|
|
โฆษกกระทรวงการคลังระบุ11 เดือนแรก ตัวเลขผลจัดเก็บรายได้รัฐงบปี 52 ต่ำกว่าปี 51 ถึงร้อยละ 6.8 คาดเกิดจากการเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงกว่าเดือนเดียวกันช่วงปีที่ผ่านมา
วันนี้ (14 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเศรษฐกิจมหภาค ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการจัดเก็บรายได้รัฐบาลประจำเดือนส.ค.52 ว่า รัฐบาลจัดเก็บรายได้ 199,397 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว 11.4% ซึ่งเป็นผลจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้ว ส่งผลให้รายได้รัฐบาลในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2552 (ต.ค.51 ส.ค.52) มีทั้งสิ้น 1,322,974 ล้านบาท ซึ่งยังคงต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 6.8% โดยมีสาเหตุหลักจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรขาเข้า และภาษีสรรพสามิตรถยนต์ ที่หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมากในช่วงที่ผ่านมา
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า การดำเนินมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล ได้ส่งผลให้ภาวะเศรษฐกิจของประเทศเริ่มปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น กระทรวงการคลังจึงคาดว่าการจัดเก็บรายได้สุทธิของรัฐบาลตลอดทั้งปีงบประมาณ 2552 จะต่ำกว่าประมาณการตามเอกสารงบประมาณที่กำหนดไว้ 1,604,640 ล้านบาท ประมาณ 206,000 ล้านบาท ดีขึ้นกว่าเดิมที่เคยคาดไว้ว่าจะจัดเก็บได้ต่ำ กว่าประมาณ 280,000 ล้านบาท ซึ่งเดือนส.ค.รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 199,397 ล้านบาท สูงกว่าเดือนเดียวกัน ปีที่แล้ว 20,423 ล้านบาท หรือ 11.4% เป็นผลจากการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล และภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่สูงกว่าเดือนเดียวกันปีที่แล้วจำนวน 27,046 และ 10,270 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่รายได้ส่วนราชการอื่น และอากรขาเข้า จัดเก็บได้ต่ำกว่าเดือนเดียวกัน ปีที่แล้ว 7,001 3,865 และ 1,733 ล้านบาท
โฆษกกระทรวงการคลัง ส่วนกรมสรรพากร จัดเก็บได้รวม 1,069,933 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 67,187 ล้านบาท หรือ 5.9% ภาษีที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้วที่สำคัญ ได้แก่ภาษีมูลค่าเพิ่มจัดเก็บได้ต่ำกว่าปีที่แล้ว 67,502 ล้านบาท หรือ 14.7% เนื่องจากภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งที่เก็บจากการนำเข้าและการบริโภคในประเทศต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว ภาษีเงินได้นิติบุคคลจัดเก็บได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 8,561 ล้านบาทหรือ 2.2% ภาษีธุรกิจเฉพาะจัดเก็บได้ต่ำกว่าปีที่แล้ว 6,887 ล้านบาท หรือ 29% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการลดอัตราภาษีธุรกิจเฉพาะเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.51 อย่างไรก็ดี ภาษีเงินได้ปิโตรเลียมจัดเก็บได้สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 22,635ล้านบาท หรือ 33.3% เนื่องจากผลประกอบการของธุรกิจที่เกี่ยวกับการขุดเจาะปิโตรเลียมในปี 2551 อยู่ในระดับที่ดี จากราคาน้ำมันดิบที่สูงในช่วงปี 51
นายเอกนิติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสรรพสามิต จัดเก็บได้รวม 262,669 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 2,616 ล้านบาท หรือ 1% สาเหตุสำคัญมาจากการจัดเก็บภาษีน้ำมันสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จำนวน 14,736 ล้านบาท หรือ 22.6% เนื่องจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีในเดือนก.พ.และเดือนพ.ค.52 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การจัดเก็บภาษีรถยนต์ ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 8,880 ล้านบาท หรือ 16.5% ซึ่งเป็นผลจากประชาชนชะลอการซื้อสินค้าคงทนและสถาบันการเงินระมัดระวังในการ ให้สินเชื่อมากขึ้น นอกจากนี้ การจัดเก็บภาษีเบียร์ ก็ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 4,595 ล้านบาท หรือ 9.3% ขณะที่ กรมศุลกากร จัดเก็บได้รวม 72,480 ล้านบาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 18,271 ล้านบาท หรือ 20.1% เนื่องจากจัดเก็บอากรขาเข้าได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 18,837 ล้านบาท หรือ 21.3% ซึ่งเป็นผลจากการหดตัวของมูลค่าการนำเข้าสินค้า โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปีงบประมาณ52
---------------------------------------------------------------------------- http://www.thairath.co.th/content/eco/33029 ----------------------------------------------------------------------------
เป็นไงล่ะครับ เห็นตัวเลขกันชัด ๆ ตอนนี้ ที่บอกว่าเศรษฐกิจดีขึ้น ๆ กลายเป็นว่า ภาษีน้ำมันที่ขูดรีดจากประชาชนพุ่งสุดปรึ้ด แต่ภาษีจากรายได้ของประชาชนต่ำกว่าปีที่แล้วซะอีก
แบบนี้เรียกกันว่าเศรษฐกิจดีอย่างนั้นหรือครับ
ขณะที่ประชาชนจะตายมิตายแหล่ แต่สิ่งที่รัฐบาลของ ด.ช.มาร์ค ทำคือ สร้างภาระให้ประชาชนตายเร็วขึ้น ด้วยการขูดรีดเลือดเนื้อของพี่น้องประชาชน จากภาษีน้ำมัน
ดูตัวเลขนะครับ การเก็บภาษีรถก็ลดลง เพราะประชาชนไม่มีปัญญาจะหาเงินไปซื้อรถได้
แต่ขอโทษ ดันเก็บภาษีน้ำมันได้เพิ่มจากปีก่อน ๆ ซะงั้น เฮ้อ.........
จากคุณ |
:
Mars2005
|
เขียนเมื่อ |
:
14 ก.ย. 52 22:14:22
A:222.123.220.221 X:
|
|
|
|  |